ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เขื่อนกั้นคลื่นชายหาดม่วงงาม ทำลายหรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มิ.ย. 2563 07:15 น.
    SHARE

    โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลบริเวณชายหาดม่วงงาม หมู่ 7-9 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ของกรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณ 87,038,000 ล้านบาท ความยาว 710 เมตร ยังเป็นปัญหาความขัดแย้งที่ต้องจับตามอง

    โครงการนี้เริ่มสัญญาก่อสร้างวันที่ 21 ก.ย.62 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 20 ส.ค. 64 กำลังกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านที่ “เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วย”

    นายผดุงเดช ลือปิยะพาณิชย์ โยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา ถ่ายภาพร่วมกับนายอนุมาน คณะแนม แกนนำผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลบริเวณชายหาดม่วงงาม หมู่ 7-9 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา.

    ชาวบ้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต้องการให้โครงการดังกล่าว “หยุดทบทวน” เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการทำประมงพื้นบ้านของชาวบ้าน ถึงขนาดมีการรวมตัวออกมาคัดค้านหลายต่อหลายครั้ง

    กรมโยธาธิการและผังเมือง อ้างว่าโครงการนี้ได้มีการทำประชาพิจารณ์กันไปแล้วถึง 4 ครั้ง และมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบพร้อมเอกสารภาพถ่ายอีกด้วย

    แต่กลุ่มผู้คัดค้านกลับอ้างว่าไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวใดๆเลย พร้อมกับยื่นหนังสือถึง ศาลปกครองสงขลา เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา ขอให้ศาลสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว ซึ่งขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่ ศาลปกครองสงขลา

    นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา.

    เรื่องนี้ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา กล่าวว่า การกัดเซาะชายฝั่งของน้ำทะเลบริเวณหาดม่วงงามกลายเป็นปัญหามายาวนาน ประชาชนร้องขอมาตั้งแต่ปี 2556 เกรงว่าจะมีการกัดเซาะเพิ่มมากขึ้น

    กรมโยธาธิการและผังเมือง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 สำรวจและออกแบบ ระหว่างนั้นก็ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่ารูปแบบของเขื่อนควรเป็นอย่างไร จนได้ข้อสรุปและมีการออกแบบขึ้นมา

    เสาเข็มขนาดใหญ่ถูกนำไปกองไว้ริมชายหาดเพื่อเตรียมก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลระหว่างที่มีการคัดค้านการก่อสร้าง.

    กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการ เริ่มตั้งแต่ปี 63-64 เป็นงบต่อเนื่อง แต่ก็มีพี่น้องประชาชนออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วย กรมโยธาธิการและผังเมือง พยายามชี้แจงทำความเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ กระทั่งมีการร้องต่อศาลปกครอง

    นายผดุงเดช ลือปิยะพาณิชย์ โยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา.

    ด้านนายผดุงเดช ลือปิยะพาณิชย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำตามแบบและทำตามการร้องขอจากพี่น้องประชาชนให้สำรวจและออกแบบจนได้งบประมาณ แต่มีปัญหาความไม่เข้าใจเรื่องเขื่อนมาตลอดเวลา ไม่คิดว่าการก่อสร้างจะมีชาวบ้านอีกฝ่ายไม่เห็นด้วย

    “กรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องรับฟังปัญหารอบด้านถึงผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก มีขั้นตอนในการทำ มีการศึกษาสิ่งแวดล้อมและรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน มีเวทีต่างๆพยายามทำให้ทั่วถึงและดีที่สุด” นายผดุงเดช กล่าว

    กลุ่มชาวบ้านที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลบริเวณชายหาดม่วงงาม ไปร่วมประชุมเพื่อหาข้อยุติ.

    นายผดุงเดช ยังกล่าวอีกว่า พื้นที่บริเวณหาดม่วงงามถ้าไม่สร้างเขื่อนปัญหาจะตามมาอย่าง แน่นอน ชายฝั่งถูกคลื่นทะเลกัดเซาะลงทุกปี ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

    โดย นายอนุมาน คณะแนม และ นายอุเส็น สันโต๊ะ แกนนำชาวบ้านฝ่ายที่คัดค้านเห็นว่าโครงการนี้ถ้าก่อสร้างแนวเขื่อนให้สั้นลง เพิ่มพื้นที่ชายหาดให้มากขึ้นน่าจะเป็นทางออกที่ดี ถอยคนละก้าว การก่อสร้างต้องไม่กระทบกับอาชีพของชาวบ้าน รวมทั้งให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อนแล้วมาหาทางออกร่วมกันส่วน นายสีหราด แหลาะเหม แกนนำชาวบ้านฝ่ายที่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เห็นว่าต้องการให้โครงการเกิดขึ้น เพื่อป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเล เพราะหากไม่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเล ไม่เพียงชายหาดถูกทำลาย แต่จะทำให้ถนนเลียบชายทะเลถูกน้ำกัดเซาะพังไปด้วย

    นายผดุงเดช ลือปิยะพาณิชย์ โยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา ถ่ายภาพร่วมกับชาวบ้านกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลบริเวณชายหาดม่วงงาม ระหว่างลงพื้นที่หาข้อสรุป.

    นายผดุงเดช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างจะนำเรื่องที่ชาวบ้านเสนอเข้าที่ประชุมร่วมกับชาวบ้านอีกรอบเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันจากทุกฝ่าย ให้การก่อสร้างเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

    คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ การใช้ประโยชน์ของประชาชน คุณภาพชีวิต โดยมีนักวิชาการที่มีคุณวุฒิเฉพาะด้านแต่ละสาขามาร่วมดำเนินการศึกษา ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย

    เพื่อต้องการนำความคิดเห็นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับทางราชการ เพื่อให้บรรลุประโยชน์สูงสุดของชุมชน

    นายณัฐนนท์ ศรีก่อเกื้อ ส.ส.เขต 7 สงขลา พรรคภูมิใจไทย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มผู้คัดค้าน.

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2563 นายณัฐนนท์ ศรีก่อเกื้อ ส.ส.เขต 7 สงขลา พรรคภูมิใจไทย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ นายผดุงเดช ลือปิยะพาณิชย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่ชายหาดม่วงงาม เพื่อพบปะพูดคุยกับกลุ่มผู้คัดค้าน

    ทางกลุ่มผู้คัดค้านยังคงเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ยุติการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ทางกลุ่ม ส.ส.รับปากว่าจะเป็นตัวแทนยื่นเรื่องไปยัง คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจะเปิดรับฟังปัญหาและแนวทางในการแก้ไขอีกครั้ง

    โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก.

    สมพร หาญณรงค์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หาดม่วงงามชายหาดม่วงงามเขื่อนป้องกันการกัดเซาะสงขลากรมโยธาธิการและผังเมืองสิงหนครข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้