ความคืบหน้าการดับไฟป่าพรุบาเจาะ วันนี้ ฮ.เบลล์ 212 ขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟ 3 รอบ ด้านทีมพื้นดินขุดลอกคูน้ำเพื่อรับน้ำที่ผันมาเข้าไปในพื้นที่ ขณะที่ ฉก.ทอ.ที่ 9 นำโดรนบินถ่ายภาพประเมินการดับไฟ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.63 สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ กองทัพเรือ โดย น.อ.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ กองทัพเรือได้สนับสนุนกำลังพลร่วมดับไฟป่าพรุบาเจาะ ร่วมกับอำเภอ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครในพื้นที่ที่ระดมเครื่องมือและสรรพกำลังในปฏิบัติการดับไฟป่าพรุในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง

นายไพศาล ขุนศรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากปฏิบัติการดับไฟป่าที่เริ่มมาเป็นเวลา 10 วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) ทาง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 206 จำนวน 1 ลำ เพื่อบินสำรวจและเฝ้าระวังการปะทุของไฟชั้นใต้ผิวดิน ทั้งนี้สรรพกำลังที่เราบูรณาการในการปฏิบัติร่วมกันวันละ 80 นาย แต่จะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลในแต่ละวงรอบ ทำการสูบน้ำโดยเครื่องสูบน้ำระยะไกล เครื่องสูบน้ำพญานาค เครื่องสูบน้ำ 12 นิ้ว รวมทั้งรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ รถแบ็กโฮ จำนวน 4 คันที่ขุดแนวกันไฟ ส่วนฝนหลวงทำไปแล้ว จำนวน 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามผลพวงจากสภาวะฝนที่ตกลงมา ทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังคงคุกรุ่นอยู่

...

ปภ.นราธิวาส กล่าวต่อว่า จนท.ได้เร่งสูบน้ำเข้าพื้นที่ อีกทั้งกองทัพเรือก็ได้สนับสนุนถุงน้ำดับเพลิง (Bambi bucket) ที่จะใช้ประกอบเข้ากับเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์-212 ขึ้นบินปฏิบัติการดับไฟป่าในวงกว้างกว่า 2,000 ไร่ ในวันนี้แล้วจำนวน 3 รอบ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การส่งน้ำเข้าไปดับไฟ โดยในวันนี้ได้มีการขุดลอกคูน้ำเพื่อรองรับน้ำ ผันน้ำจากจุดที่มีแหล่งน้ำ ทำคลองไส้ไก่ไปในพื้นที่ พร้อมทั้งทำแนวกันไฟไม่ให้ไฟลามมาในพื้นที่ส่วนใหญ่ ซึ่งพื้นที่ป่าพรุแห่งนี้มีประมาณ 5,000 ไร่ แต่ในพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะมีพื้นที่ 90,000 ไร่ โดยพื้นที่ป่าพรุเมื่อเกิดไฟไหม้จะไม่เหมือนพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากจะมีไฟคุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากในการดับไฟ

“นอกจากนี้ในวันนี้ชุดเฉพาะกิจทหารอากาศที่ 9 จ.ปัตตานี จะนำโดรนขึ้นบินสำรวจพิกัด เพื่อนำภาพถ่ายมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่ถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์เมื่อวานนี้ ว่าพื้นที่ความเสียหายลดลงหรือเพิ่มมากขึ้น แต่ช่วงเช้ากำลังภาคพื้นดินได้ทำการฉีดน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นบริเวณชั้นผิวดินก่อนแล้ว ขณะนี้ จากการประเมินวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ สูบน้ำดันเข้าไปในป่าพรุให้เต็มแปลง เพื่อเป็นการป้องกันการปะทุจากชั้นใต้ดิน หรือหากโชคดีฝนตกลงมาอย่างหนัก เชื่อว่าไฟจะมอดในที่สุด” นายไพศาล กล่าว

...

ส่วน นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ภาพรวมของป่าพรุในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ มีพื้นที่กว่า 8 หมื่นไร่ โดยกันไว้เป็นป่าไม้ส่วนกลางประมาณ 20 % โดยที่ผ่านมามีการกั้นลำคลองไว้เพื่อไม่ให้มีประชาชนได้เข้าไปบุกรุกในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยที่ผ่านมามีประชาชนลักลอบเข้าไปในป่า เช่น การหาผึ้ง หรือตัวต่อ โดยใช้ไฟเป็นเครื่องมือ ซึ่งเหตุนี้จึงก่อให้เกิดเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ป่าพรุอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา โดยการเกิดไฟไหม้ป่าพรุนั้นสามารถเกิดได้ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง และยังสามารถลงลึกไปถึงตะกอนที่ทับถมในพื้นที่พรุ ส่งผลให้การดับไฟพรุค่อนข้างยากพอสมควร ต้องใช้น้ำเป็นปริมาณมาก และจะต้องเติมน้ำลงไปดับไฟป่ากว่า 5,000 ล้านลิตร เพื่อดับไฟป่า

ผู้ว่าฯ นราธิวาส กล่าวอีกว่า ขณะที่ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกันเติมน้ำพร้อมทั้งผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการช่วยกันดับไฟป่า ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งได้แบ่งชุดปฏิบัติการออกเป็น 5 ชุด โดยทำการขุดแนวกันไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยได้มีการวางแผนการทำงาน พร้อมทั้งระดมหาวิธีการแก้ไขปัญหาดับไฟพรุ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

...

นายเอกรัฐ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ว่าในระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย. 2563 นี้ จะมีฝนตกลงมาในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก รวมถึงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ก็อาจจะสามารถ ชะลอการลุกลามของไฟไหม้ป่าพรุได้มากยิ่งขึ้น เพื่อสงวนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้มากที่สุด รวมถึงป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปในพื้นที่การเกษตรของประชาชนในพื้นที่ด้วย.