ผู้ปกครองแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมาชูป้ายหน้า ร.ร.สตรีทุ่งสง ทวงถามขอเงินค่าไปทัศนศึกษาฮอกไกโด รายละ 4.5 หมื่น รวมเป็นเงินเกือบ 2 ล้าน จากผอ. หลังเลื่อนมาหลายครั้งจากพิษโควิดฯ เดือดร้อนกันทั่วหน้า
เวลา 09.00 น. วันที่ 21 เม.ย. นายสุนทร คลังจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อ.จุฬาภรณ์ นางพิมพ์พร รุ่งเมือง ผอ.กองการศึกษาแห่งหนึ่งของ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีทุ่งสงจำนวนหนึ่ง หอบเอกสารหลักฐานการเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไว้ที่ สภ.ทุ่งสง เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมารวมตัวชูป้ายข้อความหน้าโรงเรียน เพื่อมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากโรงเรียนสตรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดแผนการเรียนนำนักเรียนชั้น ม.4/9 จำนวน 37 คน ไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองฮอกไกโด โดยทางโรงเรียนได้ติดต่อประสานการไปทัศนศึกษาไว้กับบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง และเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองนักเรียนรายหัวตกเฉลี่ยหัวละ 45,000 บาท รวมยอดที่ผู้ปกครองต้องจ่ายให้กับทางโรงเรียนเป็นเงินร่วม 2,000,000 บาท และทางโรงเรียนสมทบรายหัวให้เฉลี่ยหัวละกว่า 7,000 บาท โดยผู้ปกครองของนักเรียนทยอยจ่ายเงินให้กับทางโรงเรียนมาตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.62
...
ต่อมาได้เกิดวิกฤติโรคโควิด-19 ขึ้น ทางโรงเรียนจึงขอเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติจึงจะนำนักเรียนไปทัศนศึกษา ทำให้ผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อนเรื่องเงินที่จายไปให้กับทางโรงเรียน และได้นัดเจรจาเพื่อขอเงินทั้งหมดคืนก่อน แต่ทางนายสง่า นาวารัตน์ ผอ.ร.ร.สตรีทุ่งสง ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางบริษัททัวร์จะจ่ายเงินคืนให้คนละ 9,000 บาท ส่วนที่เหลือไม่สามารถชี้แจงได้ อ้างว่าเป็นการทำธุรกิจของบริษัททัวร์ จึงไม่สามารถเปิดเผยหรือชี้แจงรายละเอียดได้ ทำให้ผู้ปกครองไม่พอใจจึงพากันไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไว้ที่ สภ.ทุ่งสง เพื่อให้ทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบขอคืนเงินให้กับผู้ปกครอง
นายสุนทร คลังจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ และตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนจำนวนหนึ่ง เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า หลังเกิดเรื่องขึ้นได้ติดต่อเพื่อขอความชัดเจนจาก นายสง่า นาวารัตน์ ผอ.โรงเรียนสตรีทุ่งสง ให้ออกมาชี้แจงถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เก็บเงินไปว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เพื่อทางผู้ปกครองนักเรียนจะได้ทราบข้อมูล แต่กลับบ่ายเบี่ยงมาตลอด ล่าสุดไม่ยอมออกมาพบ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ก็ไม่รับสาย ยิ่งทำให้ผู้ปกครองเกิดข้อพิรุธสงสัยถึงที่มาที่ไปของเงินที่เรียกเก็บจากผู้ปกครองไปว่าไม่ชอบมาพากล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนผู้ปกครองจำนวนหนึ่งได้ชูป้ายร้องขอความเป็นธรรมที่หน้าโรงเรียนสตรีทุ่งสง มีข้อความว่า "ทวงสัญญาความคืบหน้ายกเลิกทัวร์ญี่ปุ่นของ ร.ร.สตรีทุ่งสง, นักเรียน 37 คน คูณจำนวนเงินรายหัว 44,966 บาท มันหายไปไหนชี้แจงด้วย, ค่าทัวร์ 44,966 บาท คืนเราแค่ 9,000 บาท ขอทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายส่วนต่างแค่นั้นทำได้มั้ย, อย่ารวมหัวกันเอาเปรียบพวกเรา จน-ไร้-จัน-ยา-บัน, COVID-19 ระบาดไปทั่วโลกยังจะไปทัวร์ญี่ปุ่นกันอีกหรือ" เป็นต้น
มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังตัวแทนผู้ปกครองมาร้องสื่อชูป้ายที่หน้าโรงเรียนสตรีทุ่งสง จากนั้นทั้งหมดได้เดินทางไปยื่นหนังสื่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อให้ลงมาตรวจสอบการทำงานของนายสง่า นาวารัตน ผอ.โรงเรียนสตรีทุ่งสง ว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ พร้อมทั้งได้ทำหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการ และชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมให้เข้ามาตรวจสอบต่อไป
ทางด้านนายสง่า นาวารัตน ผอ.โรงเรียนสตรีทุ่งสง ผู้สื่อข่าวได้โทรติดต่อไปที่เบอร์ 08-6042-xxxx ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือของนายสง่า เพื่อขอทราบรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เมื่อโทรไป มีสายเรียกเข้าแต่ไม่มีคนรับ จนสายตัดไปเอง ขณะที่บรรยากาศบริเวณโดยรอบโรงเรียนสตรีทุ่งสง ประตูทางเข้าโรงเรียนปิด มีเพียงรปภ.ผู้ชาย เดินสังเกตการณ์อยู่ภายในโรงเรียน.