โฆษกกองทัพภาคที่ 4 ชี้แจงเหตุลงโทษทหารประพฤติตนไม่เหมาะสม พร้อมเข้าดูแลช่วยเหลือครอบครัวกำลังพล

กรณี จ่าสิบเอกพีรศักดิ์ จำปา ผบ.หมู่กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล พล.ร.5 ถูกผู้บังคับบัญชา สั่งขังเป็นเวลา 45 วัน และให้งดบำเหน็จ หลังมีเรื่องอื้อฉาวโต้แย้งกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ขณะเดินทางกลับจากที่ทำงานเพื่อไปเยี่ยมมารดา ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบกว่า จะมีการทบทวนคำสั่งลงโทษจ่าสิบเอกพีรศักดิ์ หรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 20 เม.ย.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดภาพข่าวการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา จนเกิดกระแสวิจารณ์ในสื่อโซเชียลอย่างกว้างขวาง นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว พร้อมกับขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันสะท้อนความคิดเห็น และความรู้สึกออกมาอย่างจริงใจ โดยได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า มีการสั่งลงโทษกำลังพลดังกล่าวจริง อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของสังคมส่วนใหญ่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นการสั่งลงโทษ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยทหารฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา และพยายามฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งของจังหวัดตรัง โดยอ้างหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา เพื่อขอผ่านเส้นทางที่ได้มีคำสั่งห้ามบุคคลภายนอกผ่าน เข้า-ออก อย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 4 จะเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และรับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วนต่อไป นอกจากนั้นได้สั่งการให้กองพลทหารราบที่ 5 ในฐานะหน่วยบังคับบัญชา จัดทีมแพทย์เข้าทำการดูแลมารดา ที่มีโรคประจำตัว และต้องการดูแลเป็นพิเศษพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการรักษาพยาบาลและการดำรงชีวิตอย่างดีที่สุด ให้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพภาคที่ 4 ในการดูแลด้านสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัวตามที่ได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้ให้ทหารที่เป็นข่าวนายนี้เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่บ้านพักในจังหวัดตรังแล้ว

พลตรีปราโมทย์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับด้านวินัยทหารได้ให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับกวดขันกำลังพลให้ธำรงและรักษาไว้ซึ่งวินัยทหาร การแสดงความคิดเห็นให้อยู่บนพื้นฐานความจริง และไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกภายในกรมกองพร้อมทั้งให้กำกับดูแลกำลังพลและครอบครัวให้ปฏิบัติตามมาตรการและสนับสนุนส่วนราชการต่างๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบกที่ได้กำหนดไว้แล้วอย่างเคร่งครัด