พื้นที่ ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นพื้นที่ในโครงการลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกษตรกรส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำนา ปลูกยางพารา และปลูกปาล์มน้ำมัน

หลังจากเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านหลายหมู่บ้านได้หันมารวมกลุ่มปลูกแตงโมส่งจำหน่ายทั้งในและต่างจังหวัดมานานหลายปี จนชื่อเสียงของแตงโม “แหลมโหนด” หรือ “แหลมโตนด” โด่งดังทั่วภาคใต้

นายอาทร นุยาศิษย์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 3 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ประธานกลุ่มส่งเสริมอาชีพการปลูกพืชระยะสั้นลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า ในปี 2563 นี้ ตนได้ร่วมกับ นางกุหลาบ ศรีอินเกื้อ กำนัน ต.แหลมโตนด และสำนักงานเกษตรอำเภอควนขนุน ขับเคลื่อนการปลูกแตงโม “แหลมโหนด” หรือ “แหลมโตนด” ขึ้นเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา

โดยใช้พื้นที่ร่องสวนมะพร้าวน้ำหอม ยางพารา สวนปาล์มน้ำมันที่มี อายุ 1-3 ปี เป็นพื้นที่ปลูกแตงโมโบอิ้ง เมย่า และพันธุ์ซุปเปอร์แมน มีเกษตรกรหมู่ 2-7 ต.แหลมโตนด เข้าร่วมปลูกแตงโม 70 ราย ในพื้นที่มากกว่า 600 ไร่

พื้นที่ปลูกแตงโมอยู่ในโครงการลุ่มน้ำปากพนัง มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก ส่วนดินก็เป็นดินร่วนปนทราย ทำให้แตงโม “แหลมโหนด” มีรสหวาน เนื้อแน่น เนื้อเป็นทราย

เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างจังหวัดสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง จ.สตูล สงขลา นครศรีธรรมราช กระบี่ และ จ.ภูเก็ต ฯลฯ เข้ามารับซื้อถึงแปลงปลูกในราคา กิโลกรัมละ 5-7 บาท

ด้าน นางกุหลาบ ศรีอินเกื้อ กำนัน ต.แหลมโตนด กล่าวว่า เกษตรกรปลูกแตงโมในพื้นที่ 1 ไร่ จะมีรายได้ประมาณ 18,000-20,000 บาท มั่นใจว่าในปีนี้แตงโม “แหลมโหนด” จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

...

ช่วงอากาศร้อนแบบนี้ใครที่ผ่านไปทาง จ.พัทลุง อย่าลืมแวะซื้อแตงโมแหลมโหนดรับประทานกัน...

สุธรรม คงเพชร / รายงาน