ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อ้างเคอร์ฟิว ฆ่าพระนักพัฒนาดัง (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 เม.ย. 2563 05:10 น.
    SHARE

    ผญบ.ยิงคาที่ดับคู่ลูกศิษย์

    ยิงถล่มพระนักพัฒนาดับอนาถคาถนนลูกรังกลางสวนปาล์มพร้อมชาวบ้านหนุ่มสวนยาง 2 ศพ อ้างผู้ตายฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิวนั่งรถปิกอัพจะไปตีผึ้ง ผู้ใหญ่บ้านได้รับแจ้ง พาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตามไปควบคุมตัวไว้ได้ระหว่างทาง พร้อมรายงานปลัดอำเภอ นำกำลังเคลื่อนที่เร็วไปสมทบ พอปลัดอำเภอไปถึงกลับมีเสียงปืนดังสนั่นขึ้น 3 นัดซ้อน หลังสิ้นเสียงปืนพบเหยื่อถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองนอนจมกองเลือดใกล้กัน แล้วผู้ใหญ่บ้านยืนถือปืนลูกซองยาวชนิด 5 นัด มอบตัวอ้างป้องกันตัว ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อหลังพบพระนักพัฒนาได้รับรางวัลมากมาย แถมเคยขัดแย้งกับผู้ใหญ่บ้านมือปืน เลยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

    ยิงดับพระนักพัฒนากับชาวบ้าน 2 ศพ อ้าง ฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิวรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 เม.ย. พ.ต.ท.ฮาซัน ไทรทอง สว. (สอบสวน) สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพ บนถนนสายเลียบเขาเพ-ลา ทางเข้าสำนักสงฆ์ถํ้าเขาเพ-ลา หมู่ 9 ต.สมอทอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐิติวัชร์ สุฐิติวนิช ผกก. นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ แพทย์เวร รพ.ท่าชนะ เจ้าหน้าที่วิทยาการและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เดินทางไปตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุเป็นทางลูกรังสองของข้างเป็นสวนปาล์ม เปลี่ยวห่างไกลบ้านเรือนผู้คน ริมถนนพบศพพระชลธาร ถาวโร อายุ 49 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์ถ้ำเขาเพ-ลา นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดคาผ้าเหลือง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าชายโครงซ้ายกับท้ายทอยพรุน 2 นัด ข้างศพมีปืนพก .380 เบเรตต้าตกอยู่ 1 กระบอก ห่างกันราว 5 เมตร พบศพนายชูรัตน์ คงคล้าย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/11 หมู่ 18 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี นอนหงายจมกองเลือด ท้ายรถปิกอัพมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน บง 877 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่เรียบร้อย ศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว นุ่งกางเกงขายาว ใส่รองเท้าบูตยาง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันเข้าศีรษะเป็นรูโบ๋ 1 นัด ข้างศพมีมีดปลายแหลมตกอยู่ 1 เล่ม ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง ตกอยู่ 3 ปลอก โดยมีนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ยืนถือปืนลูกซองยาวชนิด 5 นัด รอมอบตัว

    สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมานพ ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับแจ้งว่ามีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. โดยไม่เหตุอันจำเป็น และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จึงแจ้งให้นายทัศน์พล ทิพย์ศักดิ์ กำนันตำบลสมอทอง ทราบ ก่อนออกตรวจสอบพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งควบคุมตัวนายชูรัตน์ กับพระชลธาร ไว้ได้ในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันได้รายงานให้นายปัญญาภรณ์ วัฒนาปราโมทย์ ปลัดอำเภอท่าชนะ ทราบ พร้อมนำชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 14 นาย เดินทางไปร่วมตรวจสอบด้วยพอนายปัญญาภรณ์ ไปถึงปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น 3 นัดซ้อน หลังสิ้นเสียงปืนพบนายชูรัตน์ กับพระชลธาร ถูกยิงนอนจมกองเลือดแล้ว และนายมานพ รอมอบตัว

    จากการสอบปากคำนายมานพ มือปืนให้การอ้างว่า ในระหว่างควบคุมตัวพระชลธารชักปืนพกออกมาจากตัว ขณะที่นายชูรัตน์คว้ามีดออกมาจะทำร้าย จึงใช้ปืนลูกซองยาวชนิด 5 นัด ยิงใส่ทั้งคู่จนเสียชีวิตดังกล่าว ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา คุมตัวไว้สอบขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากแนวทางการสืบสวนในเชิงลึกพบเบาะแสพระชลธาร เป็นพระนักพัฒนา นำชาวบ้านสร้างฝายมีชีวิตหลายแห่งและปลูกป่าในพื้นที่ อ.ท่าชนะ ปี 2559 ได้รับรางวัลเหมราช บุคคลต้นแบบแห่งปี สาขาผู้นำด้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมต้นแบบ ปี 2561 ได้รับรางวัลแทนคุณแผ่นดิน 77 ต้นแบบคนดี แต่ช่วงที่ผ่านมามีปัญหาขัดแย้งในพื้นที่และมีการขับไล่พระชลธารให้ออกจากพื้นที่ด้วย

    นายวิรัตน์ ขวัญใจ อายุ 53 ปี พี่ชายพระชลธาร เผยว่า พระชลธารบวชมากว่า 10 พรรษา เป็นนักพัฒนา คอยช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด ่กอนหน้านี้พระชลธารเคยบ่นให้ฟังว่า เคยมีคนมายิงปืนข่มขู่มาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อไล่ออกนอกพื้นที่ พระชลธารไม่ยอมออก เนื่องจากเป็นห่วงงานที่ทำร่วมกับชาวบ้านค้างคาอยู่หลายเรื่อง ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ขึ้น เพราะหากเป็นเรื่องขัดขืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือตีผึ้ง ยอมมอบตัวแล้ว ก็ควรส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินเอาผิดถึงชีวิตเช่นนี้

    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เผยว่า จากการรับรายงานจาก สภ.ท่าชนะ ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.สมอทอง ก่อนเกิดเหตุนายมานพรับแจ้งว่ามีรถยนต์วิ่งไปมาทางขึ้นสำนักสงฆ์ถ้ำเขาเพ-ลา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบพระชลธารกับนายชูรัตน์ อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ นายมานพสอบถามว่า มาทําอะไรกัน พระชลธารตอบว่า มาตีผึ้ง นายหรินทร์ แดงชนะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจึงแจ้งว่า ห้ามออกจากเคหสถานช่วงเวลาประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้แจ้งชุดเคลื่อนที่เร็วฝ่ายปกครองมาช่วยเจรจา เมื่อชุดเคลื่อนที่เร็วมาถึง ทําให้พระชลธารไม่พอใจชักปืนพกขึ้นมา นายมานพใช้ปืนลูกซองยิงใส่พระชลธาร กระสุนถูกที่ลําตัวจนพระชลธารล้มลง และยิงใส่นายชูรัตน์ที่กำลังถือมีดอยู่จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งคู่

    รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายมานพ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ยังคงต้องรอผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ผลการชันสูตรพลิกศพ ประกอบสำนวนการสอบสวนเพิ่ม โดย พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีข้อสงสัยและให้ความกระจ่างกับสังคม ประกอบกับเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ตลอดจนการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ผู้ใหญ่บ้านยิงพระนักพัฒนาดับฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิวพระชลธาร ถาวโรชูรัตน์ คงคล้ายข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้