ญาติคนตายไม่เชื่อ คดีผู้ใหญ่บ้านใช้ปืนลูกซองยิงพระ หัวหน้าสำนักสงฆ์ที่สุราษฎร์ฯ กับชาวบ้านตาย 2 ศพ โดยอ้างว่าฝ่าเคอร์ฟิวออกมาตีผึ้ง ถูกจับชักปืนจะยิง เผยเคยมีเรื่องกันมาก่อน
จากเหตุเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 เม.ย.63 นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ฮาซัน ไทรทอง สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าชนะ พ.ต.อ.ฐิติวัชร์ สุฐิติวนิช ผกก.สภ.ท่าชนะ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาตรวจสอบเหตุยิงกันตาย บริเวณถนนสายเลียบเขาเพ-ลา ทางเข้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ
ที่เกิดเหตุพบศพพระชลธาร ถาวโร อายุ 49 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตริมถนน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ลำตัวด้านซ้าย 1 นัด ศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนตกอยู่ 1 กระบอก
ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร บริเวณท้ายรถกระบะ มิตซูบิชิ สีขาว ป้ายทะเบียน บง 877 สุราษฎร์ธานี สภาพดัดแปลงรถลากไม้ บริเวณกระบะท้ายรถพบศพ นายชูรัตน์ คงคล้าย อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 122/11 ม.18 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี นอนหงาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันที่ศีรษะ 1 นัด พบมีดพกตกอยู่ข้างตัว 1 เล่ม
ในที่เกิดเหตุพบ นายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธปืนลูกซองที่ใช้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ ได้รับแจ้งว่ามีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 2) ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยไม่มีเหตุอันจำเป็น และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง จึงแจ้งให้นายทัศน์พล ทิพย์ศักดิ์ กำนันตำบลสมอทอง ออกตรวจสอบ พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองอื่น ก่อนจะแจ้งต่อให้ นายปัญญาภรณ์ วัฒนาปราโมทย์ ปลัดอำเภอท่าชนะ และชุดเคลื่อนที่เร็วอำเภอท่าชนะ จำนวน 14 นาย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายชูรัตน์ คงคล้าย และพระชลธาร ถาวโร หัวหน้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา พร้อมรถยนต์กระบะ 3 คัน และอุปกรณ์จับผึ้งอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆ อีก 3 คน สามารถหลบหนีไปได้ โดยนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ควบคุมตัวทั้งคู่ไว้
ขณะที่ นายปัญญาภรณ์ วัฒนปราโมทย์ รายงานทางโทรศัพท์ให้ นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ ทราบ ได้มีเสียงปืนดังขึ้นบริเวณที่ นายมานพ โกปิน กับพวก ควบคุมผู้กระทำความผิด จึงรีบวิ่งไปดูพบว่านายชูรัตน์ และพระชลธาร ถาวโร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต โดยนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง เป็นผู้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้ตายทั้งคู่
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมานพ ให้การในที่เกิดเหตุว่า ในระหว่างควบคุมตัวนั้นพระชลธารได้ชักปืนพกออกมาจากตัว และนายชัยสิทธิ์ คว้ามีดออกมาเพื่อจะทำร้ายตนเอง จึงได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ทั้งคู่จนเสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทางด้าน นายสุพรรณ แสมรัมย์ อายุ 72 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนสนิทกับพระชลธาร ถาวโร ที่ตายเป็นอย่างดี โดยพระอาจารย์เป็นพระนักพัฒนา ที่ผ่านมาช่วยเหลือชาวบ้านพัฒนาพื้นที่หลายอย่าง คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
อย่างไรก็ตาม เท่าที่รู้พระอาจารย์เคยมีปากเสียงกับผู้ใหญ่บ้านผู้ก่อเหตุครั้งหนึ่ง แต่นานหลายปีมาแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนไม่ทราบ และไม่เคยทราบว่าพระอาจารย์มีอาวุธปืน
ทางด้าน นายวิรัตน์ ขวัญใจ อายุ 53 ปี พี่ชายพระชลธาร เปิดเผยว่า พระชลธาร บวชมากว่า 10 พรรษา เป็นนักพัฒนา คอยช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด และไม่เคยทราบว่าพระชลธารมีอาวุธปืน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พระชลธารเคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีคนมายิงปืนข่มขู่เพื่อไล่ออกนอกพื้นที่ดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง แต่พระชลธารไม่ยอมออก เนื่องจากเป็นห่วงงานที่ทำร่วมกับชาวบ้านค้างคาอยู่หลายเรื่อง ซึ่งตนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะหากเป็นเรื่องขัดขืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือตีผึ้ง เมื่อยอมมอบตัวแล้วก็ควรส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินเอาผิดถึงชีวิตเช่นนี้
ด้านนางรัชรินทร์ คงคล้าย อายุ 48 ปี พี่สาวนายชูรัตน์ ผู้ตาย กล่าวว่า น้องชายมีอาชีพทำสวนยาง ก่อนเกิดเหตุ เย็นวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา มีเพื่อนไปชวนผู้ตายไปตีผึ้ง แต่ไม่รู้ว่าไปที่ไหน โดยปกติน้องชายพกอาวุธมีดเป็นธรรมดาอยู่แล้วเวลาเข้าสวนหรือเข้าป่า ทั้งนี้ เชื่อว่าส่วนตัวนายชูรัตน์ น้องชายไม่รู้จักผู้ใหญ่บ้านที่ก่อเหตุแน่นอน เพราะอยู่คนละพื้นที่กัน เพิ่งทราบข่าวเมื่อเช้าว่าน้องชายถูกยิงตาย รู้สึกตกใจและเสียใจมาก แม้คนตายจะกระทำผิด ก็สมควรดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำไมต้องยิงกันถึงตาย.