ไลฟ์สไตล์
100 year

โวย ตำรวจ-นักข่าวรีดไถ เสี่ยซื้อของเก่าโร่แจ้งความจับ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 เม.ย. 2563 05:05 น.
SHARE

ตีตังค์ 80,000 บ.โชว์วงจรปิดมัด

หนุ่มเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า นำคลิปวงจรปิดโร่แจ้งความถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็นตำรวจท่องเที่ยว พนักงานบริษัทไฟแนนซ์ และนักข่าวรวม 9 คน บุก ตรวจค้นซากรถยนต์เก่าที่รับซื้อและประมูลไว้ในเวลา กลางคืน โดยไม่มีหมายศาล กล่าวหาทำผิดรับซื้อของโจรบังคับข่มขู่รีดเงิน 1.5 แสนบาท เหยื่อไม่ยอม เพราะมีหลักฐานถูกต้องทุกอย่าง แต่แก๊งรีดไม่ละความพยายามหาเรื่องจะจับกุมให้ได้ จนเจ้าของร้าน หมดทางออกเจรจาต่อรองเหลือ 8 หมื่นบาท ขณะที่ ร.ต.อ. รอง สว.ตำรวจท่องเที่ยว เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหายอมรับเป็นบุคคลในคลิป แต่ปฏิเสธ ไม่เกี่ยวข้องกับการตบทรัพย์

ข่าวแนะนำ

หนุ่มเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าโร่แจ้งความถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจและนักข่าวรีดทรัพย์เงินสดรายนี้เปิดเผยขึ้นสายวันที่ 2 เม.ย.นายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าชื่อร้าน “ออค้าของเก่า” เลขที่ 109/1 หมู่ 1 ต.บางหมาก อ.เมือง ชุมพร เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิงนันทิยา รักดี รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดมามอบให้ พร้อมให้ปากคำเพิ่มเติม หลังเข้าแจ้งความเมื่อเย็นวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปที่ร้านข่มขู่อ้างว่าตนมีความผิดรับซื้อของโจรแล้วบังคับขู่เอาเงินสดไป 80,000 บาท

นายสุรินทร์ให้การว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่าและซากรถเก่ามีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายโดยช่วงค่ำวันที่ 31 มี.ค.มีกลุ่มบุคคลอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ 5 คน พนักงานบริษัทไฟแนนซ์ 1 คน และนักข่าว 3 คน เข้าไปตรวจค้นตรวจยึดซากรถยนต์เก่า เป็นซากรถที่หมดอายุการใช้งาน และซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุขับขี่ไม่ได้แล้ว เจ้าของนำมาขายให้กับตนและบางส่วนเป็นซากรถยนต์ที่ประมูลมา หลังตรวจสอบแล้วอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด โดยไม่มีผู้เสียหายมาชี้แสดงตัว ตนมีหลักฐานให้ดูครบทุกอย่าง แต่ยังพยายามข่มขู่จะหาเรื่องจับกุม ขณะที่พนักงานบริษัทไฟแนนซ์ทำทีตรวจซากรถแล้วอ้างเป็นรถยนต์ของบริษัทถูกคนซื้อแล้วไม่ผ่อน นำมาขายไว้ที่นี่ ส่วนที่อ้างเป็นนักข่าว 3 คนถ่ายภาพทำข่าวลักษณะเหมือนเป็นการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว

หนุ่มเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าให้การด้วยว่า ด้วยความที่ตนไม่ยอมเพราะไม่มีความผิด ตำรวจนายหนึ่งที่คนในกลุ่มเรียกว่า “หมวดตุ้ม” ตรวจซากคัสซีรถแล้วบอกว่าตัวเลขคัสซีถูกลบตัดแต่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานตัวเลขรถ มีความผิดตามกฎหมาย แถมจะยึดรถยนต์ 2 คัน ที่เจ้าของนำมาจอดซ่อมเปลี่ยนอะไหล่เก่า โดยมีพนักงานไฟแนนซ์ชี้ยืนยันว่าเป็นรถของบริษัทที่ไม่จ่ายค่างวดแล้วลักลอบนำมาขาย ตนเลยติดต่อผู้ครอบครองรถทั้ง 2 คัน นำหลักฐานมาแสดงถูกต้อง และยังจ่ายค่างวดผ่อนส่งตามปกติไม่เคยขาด และเจ้าของรถยืนยันนำรถมาจอดซ่อมไว้จริง แต่กลุ่มคนที่อ้างเป็นตำรวจยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมข่มขู่

นายสุรินทร์ให้การอีกว่า หลังพูดคุยตกลงกันจนดึกร่วมห้าทุ่ม คนที่อ้างเป็นตำรวจพยายามพูดข่มขู่แล้วทำทีโทรศัพท์เรียกรถยนต์มายกของกลางไปไว้ที่โรงพัก พร้อมบอกว่าถ้าจะเคลียร์นายสั่งให้จ่ายเงินมา 1.5 แสนบาท หากไม่ยอมจ่ายจะถูกดำเนินคดีข้อหารับซื้อของโจรมีโทษหนักจำคุกถึง 5 ปี ด้วยความกลัวตนและภรรยาต่อรองจนเหลือ 8 หมื่นบาท แต่ตนมีเงินสดเพียง 4.2 หมื่นบาท จึงโทรศัพท์ให้เพื่อนสนิทมาหาเพื่อขอยืมเงินที่ขาดอยู่ แต่เพื่อนไม่มีเงินสด ตนเลยนำเงิน 4.2 หมื่นบาทให้ไปก่อน ส่วนที่เหลืออีก 3.8 หมื่นบาท
ให้เพื่อนไปกดที่ตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนน สายชุมพร-ปากน้ำชุมพร ห่างกันราว 3 กม. โดยมี กลุ่มชายฉกรรจ์ติดตามไปด้วย

เหยื่อแก๊งรีดทรัพย์ให้การด้วยว่า หลังได้เงินครบจำนวนแล้ว กลุ่มคนร้ายทั้งหมดกลับมารวมกันที่ร้านอีกครั้ง แล้วถอดเอาเมมโมรีการ์ดจากกล้องวงจรปิดตัวที่อยู่หน้าร้านออกไปด้วย พร้อมกับเอาโทรศัพท์มือถือของภรรยาตนที่ได้ถ่ายคลิปไว้ตอนเข้ามาขอตรวจค้น โดยให้นักข่าวอีกคนเป็นคนลบคลิปวิดีโอทั้งหมดในมือถือของภรรยาก่อนทั้งหมดจะเดินทางกลับไป โดยกลุ่มชายฉกรรจ์คงคิดว่าตนติดกล้องวงจรปิดเฉพาะหน้าร้านเพียงตัวเดียว แต่ความจริงตนติดตั้งซ่อนกล้องไว้หลายตัว จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องแล้วพบเห็นโฉมหน้าและพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายชัดเจนในชั้นนี้สงสัยน่าจะเป็นตำรวจท่องเที่ยว

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน ร.ต.อ.ธณ เนตรบุญใจบุญ รอง สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิงนันทิยา รักดี รอง สว. (สอบสวน) เจ้าของคดี รับทราบข้อกล่าวหาโดยให้การยอมรับว่า บุคคลในภาพคลิปวิดีโอเป็นตนเข้าไปในสถานที่ดังกล่าวจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินแต่อย่างใด ส่วนเหตุผลอื่นๆขอไปให้การในชั้นศาล เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาบุกรุกและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว เพราะเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง

ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่า ได้สั่งกำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งรัดดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา รวบรวมพยานหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิดในจุดที่กดเงินจากตู้เอทีเอ็มและจ่ายเงินกันภายในปั๊มน้ำมัน ซึ่งตำรวจชั่ว จะไม่เอาไว้ และให้สืบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้องตามที่ปรากฏในภาพทั้งหมด เบื้องต้นผู้ต้องหาได้มามอบตัวแล้ว 1 ราย เป็นตำรวจท่องเที่ยวประจำอยู่ จ.ชุมพร สายงานขึ้นกับส่วนกลางมีสำนักงานอยู่ จ.ระนอง มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ จ.ชุมพร ด้วย เรื่องทั้งหมดได้สั่งการให้รายงานพฤติกรรมไปถึงผู้บังคับบัญชาที่ต้นสังกัดแล้ว และให้ตรวจสอบด้วยว่าผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวหรือไม่ หากมีก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ตบทรัพย์กล้องวงจรปิดร้านรับซื้อของเก่าอ้างเป็นตำรวจออค้าของเก่าข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 00:44 น.