ยะลา แถลงพบติดเชื้อเพิ่ม รวม 3 ราย จากการไปชุมนุมทางศาสนา เข้าข่ายเสี่ยงอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่ ศอ.บต.ออกประกาศมาตรการป้องกัน
วันที่ 20 มีนาคม 2563 นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายแพทย์ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ฮัจยีสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้แถลงพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการไปร่วมกิจกรรมชุมนุมของผู้เผยแพร่ศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย
โดยมีผลยืนยันแล้ว จำนวน 3 ราย พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอำเภอรามัน 2 ราย โรงพยาบาลยะลา 1 ราย เข้าข่ายสงสัยอีก 3 ราย คัดกรอง 21 ราย ส่งตรวจ 21 ราย ขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดยะลา ได้ดำเนินการในการสอบสวนโรคที่ขยายออกไปตามพื้นที่ต่างๆ อย่างเต็มที่ ว่ามีผู้สัมผัสกับคนที่ติดเชื้อหรือไม่
ขณะเดียวกัน พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานประธานศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาผลกระทบ COVID-19 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต.ประชุมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขการแพร่ระบาด
...
และได้ออกประกาศฉบับที่ 1 ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติศาสนกิจเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ว่าด้วยเรื่องการละหมาดวันศุกร์ การละหมาดญามาอะฮฺ การจัดกิจกรรมรวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลานับถือศาสนาอิสลาม การประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ประกอบด้วย 5 ข้อห้ามที่ควรปฏิบัติ
1. ห้ามใช้น้ำละหมาดร่วมกัน โดยให้อาบน้ำละหมาดมาจากที่บ้าน
2. ห้ามปูพรมในมัสยิด ควรเอาพรมออก และทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังปฏิบัติกิจกรรมแล้วเสร็จทุกครั้ง ให้ใช้ผ้าละหมาดของตนเองและซักทำความสะอาดทุกวัน
3. ห้ามละหมาดติดกัน ควรเว้นระยะห่างจากผู้ละหมาด ไม่ชิดหรือติดกันจนเกินไป เพื่อลดอัตราเสี่ยงของการแพร่เชื้อ
4. ห้ามสัมผัสมือ สวมกอด แต่ให้สลามด้วยวิธีการยกมือขวาและกล่าวให้สลามแทน
5. ห้ามผู้ที่มีอาการไข้ หรือป่วย หรือผู้ที่รู้ว่าตนเองอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อร่วมละหมาดที่มัสยิด ในสภาวการณ์เสี่ยงการแพร่เชื้อ โดยให้อิหม่ามใช้ดุลพินิจในการพิจารณา
ทั้งนี้ได้มีการขอความร่วมมือ 5 ข้อที่ต้องตระหนัก ประกอบด้วย
1. เฝ้าระวังประชาชนที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยแนะนำให้ปฏิบัตตามแนวทางที่จังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนดโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะไม่ควรให้เข้าร่วมทำกิจกรรมในชุมชนที่มีการรวมกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก
2. สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือบ่อยๆ ทั้งนี้ขอความร่วมมือทุกมัสยิดติดตั้งจุดบริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ณ ทุกช่องทางเข้ามัสยิด
3. ทำความสะอาดมัสยิด และห้องน้ำ รวมทั้งอุปกรณ์ในห้องน้ำ ด้วยผงซักฟอกอย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง หรือทุกครั้งก่อนและหลังการละหมาดญามาอะฮฺ
4. ลดระยะเวลาในการอ่านคุตบะห์ (การบรรยายธรรม) ให้น้อยลง เพื่อลดการสัมผัสกลุ่มคนจำนวนมาก
5. ให้นำผ้าละหมาดของตัวเองมาใช้ในระหว่างปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด
นอกจากนี้การจัดงานการกุศล ขอความร่วมมืองด หรือเลื่อนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อลดการเคลื่อนตัวและแพร่เชื้อ ขอความร่วมมืออิหม่าม หรือผู้นำชุมชน ใช้ดุลพินิจหากเห็นว่าอยู่ในสภาวะเสี่ยง สามารถประกาศใช้มาตรการตามประกาศจุฬาราชมนตรี ฉบับที่ 1/2563 ได้ทันที และจัดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง ทั้งภาคภาษาไทย ภาษามลายู เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้อง.