ข่าว
100 year

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทอดพระเนตรแปลงเกษตร ทฤษฎีใหม่ ณ ศูนย์พิกุลทอง

ไทยรัฐออนไลน์22 ก.พ. 2563 14:27 น.
SHARE

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทอดพระเนตร แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง นราธิวาส เพื่อทรงติดตาม การดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แปลงศึกษาทดลอง วิจัย และทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด โดยอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เฝ้ารับเสด็จ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส

นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยข้าราชการกรมพัฒนาที่ดิน เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงาน การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แปลงศึกษาทดลอง วิจัย และการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงติดตามงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เมื่อปี พ.ศ.2537 จึงพระราชทานแนวพระราชดำริ ความว่า “...นำแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับการใช้น้ำเพื่อการเกษตรมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เป็นทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยว...”

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และข้าราชการกรมฯ ประจำศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ จำนวน 23 ไร่ ออกเป็น 10:20:30:40 คือ ที่อยู่อาศัย ถนน คอกปศุสัตว์ : แหล่งน้ำ : นาข้าว : พืชไร่ พืชสวน ซึ่งผลผลิตจากกิจกรรมต่างๆ ได้ให้ผลตอบแทนตลอดทั้งปี คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 212,370 บาทต่อปี ในส่วนของการใช้ประโยชน์แหล่งน้ำและแก้ปัญหาดินเปรี้ยว ได้เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำให้เพียงพอ ขุดยกร่องสวน ทำร่องสวนให้น้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงพื้นที่แปลงเกษตร และหล่อน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีการระบายน้ำส่วนเกินในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนตกชุก พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพภาพน้ำให้สามารถเลี้ยงปลาได้

นางสาวเบญจพร กล่าวว่า หากเชื่อมโยงกิจกรรมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แปลงศึกษาทดลอง วิจัย และการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดที่เกษตรกรในพื้นที่โครงการดำเนินงาน กับหลักของทฤษฎีใหม่ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข แล้วจะเห็นว่า "ความพอประมาณ" คือ การวางแผนจัดการพื้นที่ให้เหมาะกับแรงงานและทรัพยากรที่มี 'มีเหตุมีผล' คือ มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและเลือกชนิดพืช สัตว์ตามสภาพพื้นที่และความถนัด "มีภูมิคุ้มกัน" คือ การมีกิจกรรมที่หลากหลาย วางแผนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับช่วงฤดูกาล 'มีความรู้' คือ รู้เรื่องการจัดการดิน น้ำ ตลาด การผลิต และหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ส่วน 'คุณธรรม' ก็คือ ความอดทน ขยัน เพียรพยายาม และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้อื่น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์และพื้นฐานสำคัญให้แก่เกษตรกรและประชาชนในการดำรงชีวิตเพื่อความอยู่ดีกินดี นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมสมเด็จพระเทพฯแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริกรมพัฒนาที่ดินนราธิวาสข่าวทั่วไป

Most Viewed