ข่าว
100 year

กรมพัฒนาที่ดินเยี่ยมกลุ่มเกษตรกร วางแผนบริหารจัดการน้ำ-ปรับสภาพที่ดิน

ไทยรัฐออนไลน์22 ก.พ. 2563 15:53 น.
SHARE

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่พบปะหมอดินอาสาและเกษตรกรบ้านตะปัง ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หารือการวางแผนการใช้ที่ดินและบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร


นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกร ที่บ้านตะปัง ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีนายสุวิทย์ เพ็ชรเกลี้ยง หมอดินอาสาประจำจังหวัดนราธิวาส เจ้าของศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน ต.ศาลาใหม่ และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ต้อนรับ 

นางสาวเบญจพร ได้ให้แนวทางในการพัฒนาพื้นที่ว่า การวางแผนการใช้ที่ดินในการทำเกษตร ควรมีการวิเคราะห์สภาพพื้นที่ ดิน และน้ำควบคู่กัน โดยแบ่งการบริหารจัดการออกเป็นพื้นที่เกษตรในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน เพื่อให้ง่ายต่อการกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำ การปรับสภาพพื้นที่ การปรับปรุงบำรุงดิน และการเลือกชนิดพืชปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่ตามแนวทางของ Zoning by Agri-Map หากพื้นที่ขาดแคลนน้ำทำการเกษตรหรือประสบภัยแล้ง ควรใช้มาตรการหรือวิธีการอื่นมาช่วย เช่น การปลูกพืชใช้น้ำน้อย การให้น้ำแบบท่อ การคลุมดิน เป็นต้น

ทั้งนี้ อธิบดีฯ ได้สอบถามความคิดเห็นและความต้องการของเกษตรกร พบว่าส่วนใหญ่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องขาดน้ำ การปรับรูปแปลงนาเพื่อลดปัญหาการไหลบ่าของน้ำและเพิ่มศักยภาพการผลิต และการปลูกพืชหลังการเก็บเกี่ยวหรือพืชอื่นที่สร้างรายได้ ซึ่งได้แนะนำข้าวโพดอาหารสัตว์ แต่เน้นว่าต้องมีการจัดทำแผนการปลูกตามช่วงเวลาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินต้องเข้ามามีส่วนร่วมวางแผนกับเกษตรกรโดยใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน และแผนที่มาช่วยเพื่อให้เห็นสภาพพื้นที่ในภาพรวม จากนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยพัฒนาที่ดินของสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาส ร่วมกับเครือข่ายหมอดินอาสาและผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์พื้นที่ และกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ในระยะยาวโดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งแนวทางการพัฒนาต้องระเบิดจากข้างใน คือมาจากความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ การพัฒนาจึงจะได้ผลอย่างยั่งยืน

นายสุวิทย์ กล่าวว่า พื้นที่ทางการเกษตรของ ต.ศาลาใหม่ แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยทำนาข้าว ร้อยละ 27 ปลูกยางพารา ร้อยละ 16 ปลูกปาล์มน้ำมัน ร้อยละ 24 พื้นที่บางส่วนทำเกษตรผสมผสานและที่เหลือเป็นพื้นที่ทิ้งร้าง นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรบางส่วนประมาณร้อยละ 30 ที่ประกอบอาชีพประมง ซึ่งปีนี้ประสบปัญหาขาดน้ำเนื่องจากฝนตกน้อย ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะลดลง อีกทั้งปัญหาความผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินเบญจพร ชาครานนท์เกษตรกรบ้านตะปังตากใบ นราธิวาสบริหารจัดการน้ำปรับสภาพที่ดินข่าวทั่วไป

Most Viewed