ทีมสัตวแพทย์ เผยผลผ่าชันสูตรซากลูกวาฬ “โอมูระ” สายพันธุ์หายากเกยตื้นที่กระบี่ พบมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกรามด้านขวา กระดูกกรามหัก โดยสาเหตุการตายเป็นเพราะน้ำมือมนุษย์

จากกรณีพบลูกวาฬโอมูระ วาฬสายพันธุ์หายาก ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นอยู่ที่หาดทุ่งทะเล หมู่ 3 ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ โดยเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล จ.กระบี่ พร้อมด้วยชาวบ้าน พยายามให้การช่วยเหลือ เพราะตอนพบครั้งแรกลูกวาฬ ยังมีชีวิตอยู่ แต่พบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกรามด้านขวา กระดูกกรามหัก ซึ่งต่อมาลูกวาฬตัวดังกล่าวเสียชีวิตลง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ทีมสัตวแพทย์ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อันดามัน) จ.ภูเก็ต นำซากลูกวาฬตัวดังกล่าวไปผ่าพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยฯ เพื่อหาสาเหตุการตาย โดยพบว่าวาฬดังกล่าว มีขนาดลำตัวยาว 3.6 เมตร อายุไม่เกิน 1 ปี เป็นลูกวาฬเพศผู้ ตามตัวมีรอยแผลถลอก เนื่องจากถูกคลื่นซัดเกยตื้น แต่มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกรามล่างด้านขวา กระดูกขากรรไกรหัก กล้ามเนื้อมุมปากฉีกขาด มีร่องรอยการเสียดสีของเชือกบริเวณกรามทั้ง 2 ข้าง สัตวแพทย์คาดว่าเกิดจากการถูกเชือกดึงรั้งอย่างแรง จนทำให้กระดูกขากรรไกรหัก นอกจากนี้ยังตรวจพบว่ากล้ามเนื้อบริเวณแผล มีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง รวมทั้งพบฟองอากาศจากระบบหายใจ คาดว่าเกิดจากการสำลักน้ำก่อนเสียชีวิต

...


ทีมสัตวแพทย์ ยังตรวจสอบพบความผิดปกติของอวัยวะภายใน พบความผิดปกติของม้าม บ่งชี้ว่ามีการเสียเลือดและมีการติดเชื้อในร่างกาย ส่วนของทางเดินอาหารไม่พบเศษอาหารตลอดทางเดินอาหาร เนื่องจากบาดเจ็บที่บริเวณกราม ทำให้ลูกวาฬไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ ทั้งนี้สาเหตุการเสียชีวิตจึงระบุได้ว่า เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ จนท.เก็บตัวอย่างผิวหนังและชิ้นเนื้อ เพื่อตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม พร้อมเก็บตัวอย่างกระดูกขากรรไกร เพื่อตรวจระยะเวลาการเกิดบาดแผลที่แน่ชัด และเก็บตัวอย่างอวัยวะภายในเพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม

สำหรับวาฬโอมูระ จัดเป็นกลุ่มวาฬสายพันธุ์หายากที่สุด เพิ่งมีการพบครั้งแรกเมื่อปี 2546 พบโดย นายฮิเดโอะ โอมูระ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น จึงมีการตั้งชื่อว่าวาฬโอมูระ ลักษณะภายนอกจะมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับวาฬบรูด้า แต่วาฬโอมูระ จะมีขนาดตัวเต็มวัยเล็กกว่า ตัวผู้อาจจะมีความยาวเพียง 10 เมตร ตัวเมียมีความยาวประมาณ 11 เมตร จัดเป็นหนึ่งในสัตว์สงวนตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ จ.กระบี่ เคยเกิดสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก ทั้งพะยูน เต่าทะเล วาฬ โลมา เสียชีวิตลงในปีนี้จำนวนมาก ทำให้ทางจังหวัดเคยเตรียมการจัดตั้งศูนย์อนุบาลสัตว์ทะเลขึ้นใน จ.กระบี่ เพื่อให้มีทีมสัตวแพทย์ในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือสัตว์ทะเลบาดเจ็บได้ทันท่วงที ก่อนนี้หากมีการพบสัตว์ทะเลบาดเจ็บ จะต้องรอทีมสัตวแพทย์จาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ภูเก็ต ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาช่วยเหลือ ซึ่งระยะเวลาการเดินทางค่อนข้างนาน แต่ปรากฏว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกวาฬตัวดังกล่าวได้ทันท่วงที.