เติมเต็มป่าชายเลนชุมพร ระดมจิตอาสา ร่วมกิจกรรมพลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติ นำไม้ชายเลนกว่า 3,600 ต้น ปลูกในพื้นที่เสื่อมโทรม ชาวชุมพรขานรับร่วมกิจกรรมคึกคัก พร้อมประกาศจะดูแลรักษาให้ป่าชายเลนเจริญเติบโต หวังฟื้นคืนความสมบูรณ์

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายผล ขวัญนุ้ย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวในระหว่างพิธีเปิดกิจกรรม "รวมพลังจิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ" ณ พื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลน ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ไฟไหม้ป่า และปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ ทั้งป่าบก และป่าชายเลน ก่อเกิดปัญหาซ้ำเติมภาวะโลกร้อน ที่นับวันยิ่งรุนแรงและส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตในโลก กฟผ. ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ ครบปีที่ 50 ในปี พ.ศ.2537 และได้ดำเนินการปลูกป่ามาอย่างต่อเนี่องเป็นเวลากว่า 25 ปี นับถึงปัจจุบันรวมพื้นที่ ปลูกป่า กฟผ.ทั่วทุกภาคของประเทศมากกว่า 460,000 ไร่

...

ทั้งนี้ การปลูกป่า กฟผ.จะยึดหลักการปลูกป่าตามผลการศึกษาทางวิชาการ คือ ปลูก 1 ปี บำรุงรักษาป่าที่ปลูกต่อเนื่อง 2 ปี สำหรับในพื้นที่จังหวัดชุมพร กฟผ.ได้ดำเนินการปลูกป่ามาแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12,065 ไร่ เป็นป่าบก 10,165 ไร่ และป่าชายเลน 1,900 ไร่ เพื่อฟื้นฟูสภาพผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช่วยสร้างความสมดุลของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างรายได้ให้กับชาวประมงในพื้นที่และสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ได้ประมาณ 275 ตันต่อปี

"เพื่อการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องทาง กฟผ.จึงได้จัดกิจกรรม "รวมพลังจิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ" พื้นที่จังหวัดชุมพรขึ้น โดยในครั้งนี้จะปลูกป่าชายเลนจำนวน 3,600 ต้น ภายใต้แนวทางปลูกต้นไม้ในใจคนตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 อันจะเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับป่าชายเลน แหล่งทรัพยากรอาหารทะเล รวมทั้งแหล่งผลิตออกซิเจน ตลอดถึงช่วยดักกรองของเสียให้เป็นน้ำดีต่อไป" นายผล ขวัญนุ้ย กล่าว

ด้าน นายอภิญญา คนดี ปลัดอาวุโส อ.เมืองชุมพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาป่าชายเลนถูกทำลายลงไปมาก ที่ไม่เพียงทำลายแหล่งทรัพยากร แหล่งอาหาร แหล่งทำมาหากิน และระบบนิเวศที่ปกป้องผืนแผ่นดินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงความสูญเสียที่ตามมาอีกมาก เช่น วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนชายฝั่งวัฒนธรรม การอยู่อาศัยแบบแบ่งปันเกื้อกูล ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้ผลิตผลจากป่าชายเลน เหล่านี้ล้วนเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้

"ขอขอบคุณ กฟผ.กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน ชุมชน และทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมแบบบูรณาการในครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ และขอฝากต้นกล้าโกงกางที่ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกในวันนี้ไว้ ให้พี่น้องทุกคนได้ช่วยกันดูแลรักษาให้เจริญเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนต่อไป" นายอภิญญา กล่าว

ส่วน นายกรรณเกษม มีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะชุมพร กล่าวว่า ป่าชายเลนเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่มีคุณค่ามหาศาล และมีความสำคัญต่อมนุษย์หลายรูปแบบถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งอินทรียวัตถุที่ย่อยสลายจากซากพืช ที่ตัวอ่อนของสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยและหากิน เป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม และระบบนิเวศทางทะเล ที่สำคัญป่าชายเลนยังทำหน้าที่เสมือนเขื่อนป้องกันคลื่นลมจากทะเล ที่สามารถซ่อมแซมตนเองได้เมื่อได้รับความเสียหายจากพายุคลื่นลมแรง และลดความรุนแรงจนไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ 

...

"กิจกรรม รวมพลังจิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ ของ กฟผ.ในครั้งนี้ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้เข้ามาให้คำแนะนำในการปลูกป่าชายเลนให้ถูกต้องตามหลักวิชาการป่าไม้ รวมถึงอำนวยการจัดเตรียมพื้นที่และกล้าไม้ไว้ให้ ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกจะมีการดำรงรักษาดูแลอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปี เพื่อให้อยู่รอดและเจริญเติบโตที่ดี เป็นความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถปลูกจิตสำนึกคนด้วยการ "ปลูกป่าในใจคน" อันเป็นหัวใจในการฟื้นผืนป่าตามศาสตร์พระราชารัชกาลที่ 9 อีกด้วย"
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะชุมพร กล่าว