นักดำน้ำจิตอาสา ลงดำเก็บขยะใต้ทะเลพื้นที่ 5 เกาะใน จ.กระบี่ อึ้งรวบรวมได้ปริมาณมากกว่า 600 กก.ส่วนมากเป็นเศษอวนและเครื่องมือทำประมง รวมทั้งพลาสติกและกล่องโฟมจำนวนหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่ท่าเทียบเรือท่าเลน ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ ระดมเหล่านักดำน้ำจิตอาสาจากหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี, อบต.เขาทอง, มูลนิธิประชาสันติสุขกระบี่, ชมรมรักษ์ถิ่นฐานบ้านเกิด, ชมรมคนรักเล-หวงเล, มูลนิธิเอ็นไลน์, โรงแรมรายาวดี รีสอร์ท และโปรเจคบอร์ด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 40 คน จัดกิจกรรม โครงการทำความสะอาดบ้านปลา ครั้งที่ 15 โดยมอบหมายให้เหล่านักดำน้ำ ช่วยกันเก็บขยะใต้ทะเล ทำความสะอาดแนวปะการัง บริเวณ 6 เกาะในพื้นที่หมู่เกาะห้อง ประกอบด้วย เกาะเหลาหัง เกาะเหลาเหลียง เกาะเหลาลาดิง เกาะสะหยา และเกาะสะอา
สำหรับผลการลงปฏิบัติงานของเหล่านักดำน้ำจิตอาสา ปรากฏว่าสามารถเก็บขยะใต้ทะเลได้มากถึง 653 กก. โดยขยะส่วนใหญ่จะเป็นเศษอวนจากเครื่องมือการทำประมง นอกจากนี้ยังพบขยะพลาสติก และกล่องโฟมอีกจำนวนหนึ่ง สะท้อนให้เห็นปัญหาขยะใต้ทะเล ที่เกิดจากการทำประมงผิดกฎหมาย และการท่องเที่ยว จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไร้จิตสำนึกบางกลุ่ม ซึ่งขยะเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สร้างความเสียหายต่อแนวปะการัง และเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล ซึ่งที่ผ่านมาพบสัตว์ทะเลหายากจำนวนมาก อาทิ วาฬ โลมา พะยูน เต่าทะเล ที่ต้องเสียชีวิตลงเพราะกลืนขยะพลาสติก
...
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมที่ อบจ.จัดขึ้น ครั้งนี้เป็นปีที่ 15 เพราะ จ.กระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ได้รับความนิยมจาก นทท.จำนวนมาก แต่จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดปัญหาขยะใต้ทะเลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ อบจ.เห็นว่า หากไม่ดำเนินการใดๆ เลยจะยิ่งส่งผลเสียต่อสภาพธรรมชาติมากขึ้น จึงจัดทำโครงการนี้มาต่อเนื่องทุกปี ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวของ จ.กระบี่
นายก อบจ.กระบี่ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังต้องการสร้างจิตสำนึกทางด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ต้องการให้นักท่องเที่ยว ลดการทิ้งขยะลงทะเล โดยเฉพาะขยะที่ย่อยสลายยาก ทั้งโฟม พลาสติก นอกจากนี้การทำประมงในเขตหวงห้าม ก็เป็นสิ่งจำเป็น ต้องการให้กลุ่มที่ทำการประมง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะทรัพยากรทางทะเล ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และมีมูลค่าสูง สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้คนในชุมชนในระยะยาว.