กีฬา
100 year

"อาเซียน" ยกระดับ กม.สอดคล้องกัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์22 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

“ไสลเกษ” ประธานศาลฎีกา เผยผลประชุมสมาคมกฎหมายอาเซียนครั้งที่ 41 ที่ภูเก็ต ระบุผลหารือในอนาคต กลุ่มประเทศสมาชิกมีเป้าหมายยกระดับ กฎหมายให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกันให้มากที่สุด ส่วนหนึ่งเพราะประเทศในกลุ่มอาเซียนมีรายได้เป็นอันดับ 5 ของโลก การดำเนินธุรกิจธุรกรรมมีมูลค่ามหาศาล แต่ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าจะมีผลหรือจะต้องผลักดันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ รวมทั้งอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านโดยสันติ ยันยังไม่มีข้อผูกมัด เพราะเป็นเรื่องทางวิชาการอยู่

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา เมอร์ลินบีช จ.ภูเก็ต มีการประชุมคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมาธิการถาวรของสมาคมกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 41 (41th ASEAN Law Association Governing Council Meeting) โดยคณะกรรมการแห่งชาติสมาคมกฎหมายอาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Law Association (ALA), Thailand) มีนาย ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติสมาคมกฎหมายอาเซียนประจำประเทศไทย โดยปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

นายไสลเกษเผยหลังการประชุม ALA ในช่วงเช้าว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ ที่มีนายซุนดาเรส เมน่อน (Hon. CJ Sundaresh Menon) ประธานศาลฎีกาสิงคโปร์ ในฐานะประธานสมาคมกฎหมายอาเซียน วัตถุประสงค์สำคัญของการประชุมจะนำแผนงานของสมาคมนักกฎหมายอาเซียนที่จะทำในอนาคต รวมถึงที่ทำมาแล้วในอดีตมาประเมินความสำเร็จว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ พร้อมรับข้อเสนอต่างๆ ของสมาคมกฎหมายอาเซียนแต่ละประเทศที่จะเสนอมา ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาสิงคโปร์ได้สรุปว่า ALA จะยกระดับบทบาทของสมาคมกฎหมายอาเซียนให้ทำงานร่วมกับกลุ่มประชาคมอาเซียน อย่างใกล้ชิดทางด้านกฎหมาย

นายไสลเกษกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะอำนวยความสะดวกในทางกฎหมายด้านต่างๆของประชาคมอาเซียน รวมถึงการรับรู้ในเรื่องตราสารต่างๆซึ่งใช้ในเวลาติดต่อกันระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อพิพาทที่จะต้องอาศัยเอกสารทางราชการที่มีกระบวนการยุ่งยากในการได้เอกสารและเป็นที่ยอมรับ วัตถุประสงค์คือต้องหาวิธีการที่จะมีการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ สามารถนำเอาไปใช้ระงับข้อพิพาท หรือดำเนินการทางบริหารได้ง่ายขึ้น เช่น กรณีพ่อแม่ต่างสัญชาติกัน บุตรอยู่ต่างประเทศ จะได้รับรองสิทธิในการเป็นบุตรตามกฎหมายในประเทศ จะต้องผ่านช่องทางนี้ คือการพัฒนาระบบการรับรองเอกสาร

ประธานศาลฎีกากล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือการสร้างความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายให้แก่อาเซียน มีเป้าหมายสำคัญที่หวังว่ากลุ่มประเทศอาเซียนจะยกระดับสร้างกฎหมายที่มีความสอดคล้องกัน ได้ใช้กฎหมายในระบบเดียวหรือใกล้เคียงกันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้โลกเชื่อมโยงกันได้ในการใช้ระบบกฎหมายเดียวกัน แต่จะเป็นไปได้แค่ไหนต้องใช้เวลา เนื่องจากคงมีขอบเขตว่ากฎหมายส่วนไหนที่สามารถเชื่อมโยงหรือทำให้เป็นระบบเดียวกันได้

นอกจากนี้ จะมีการตั้งสถาบันกฎหมายระหว่างอาเซียน (Asian Law Institute) ทำหน้าที่รวบรวมค้นคว้ากฎหมายในกลุ่มประเทศอาเซียน จัดตั้งในรูปแบบองค์กรถาวร มีการบริหารที่เป็นระบบ แสวงหางบประมาณเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเข้าใจซึ่งกันและกันในระบบกฎหมาย ระบบการทำงานของอาเซียนใช้ระบบมติเป็นเอกฉันท์ ทุกอย่างที่จะได้รับการผลักดันออกไปต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันทุกประเทศ ไม่สร้างความขัดแย้ง

นายไสลเกษกล่าวด้วยว่า วันนี้ประธานศาลฎีกาสิงคโปร์กล่าวว่า อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ปัจจุบันนี้มีศักยภาพ รายได้ ธุรกิจ มีรายได้เป็นอันดับ 5 ของโลก ฉะนั้นประชากรในแถบนี้ การดำเนินธุรกิจธุรกรรมมีมูลค่ามหาศาล ได้รับความสำคัญและการยอมรับจากประเทศอื่นและองค์กรระดับนานาชาติ เชื่อว่า ALA จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นและสำคัญขึ้นประเทศ ไทยเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ภารกิจต้องร่วมกัน และศึกษาให้ถ่องแท้ถึงระบบกฎหมายอาเซียนว่าจะมีผลกับประเทศของเราอย่างไร จะผลักดันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเรา จะสามารถทำงานอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านของเราอย่างสันติ ถ้ากลุ่มอาเซียนเรามีความเป็นเอกภาพ เชื่อมั่นว่าทุกประเทศเข้าใจดีว่า อำนาจต่อรองของ 10 ประเทศอาเซียน มีลำดับเศรษฐกิจลำดับที่ 5 ของโลกจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่เราจะต้องเจรจากับกลุ่มประเทศอื่นๆด้วย อย่างไรก็ตาม จุดนี้ยังไม่เป็นข้อผูกพันผูกมัดอะไร เรื่องการศึกษาวิชาการกฎหมายประเทศต่างๆ สมควรให้การสนับสนุน ยังเป็นเรื่องวิชาการอยู่ แต่ขณะเดียวกันถ้าต้องไปเซ็นสัญญาข้อผูกพันระหว่างประเทศ ต้องคุยกันมากกว่านี้ จะต้องเป็นกระทรวงการต่างประเทศและส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1อาเซียนกฎหมายอาเซียนไสลเกษ วัฒนพันธุ์ประธานศาลฎีกาประชุมภูเก็ต

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้