กีฬา
100 year

ผู้สมัคร ส.ส.พปชร. ยันเป็น "เกษตรกร" หลังรับมอบที่ ส.ป.ก.จาก "ธรรมนัส"

ไทยรัฐออนไลน์15 พ.ย. 2562 14:36 น.
SHARE

“ส.จ.บิ๊ก” สมัชชา เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ กระบี่ ยันยื่นขอ ส.ป.ก.ก่อนลงสมัคร ส.ส. คุณสมบัติตรงหลักเกณฑ์ หลังตกเป็นข่าวฉาวรับมอบที่ดิน ส.ป.ก. เนื้อที่ 15 ไร่ จาก "ธรรมนัส พรหมเผ่า" ย้ำใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการเกษตร 

กรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การแจก ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่ จ.กระบี่ ให้กับ นายสมัชชา เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานมอบให้กับผู้ผ่านการพิจารณาให้รับที่ดิน 335 ราย เนื้อที่กว่า 4 พันไร่ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในผู้รับมอบ คือ นายสมัชชา เอ่งฉ้วน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 จ.กระบี่ รับมอบที่ดิน ส.ป.ก.จำนวน 16 ไร่เศษ ซึ่งผู้คนพากันสงสัยเรื่องคุณสมบัติว่าเหมาะสมหรือไม่ ต่อมาเจ้าตัวออกมาชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการครอบครองมาก่อนจะมีการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน

ล่าสุด วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สนง.ปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ เพื่อสอบถามที่มาที่ไปของการพิจารณาคัดสรรผู้มีสิทธิในที่ดินทำกิน ส.ป.ก.4-01 ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยเจ้าหน้าที่ของ สนง.ปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ เปิดเผยข้อมูลว่า การพิจารณาคัดเลือกผู้ที่เข้าเงื่อนไขที่จะรับมอบนั้น ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง กรณีของนายสมัชชา เอ่งฉ้วน ทางคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ระดับอำเภอ ซึ่งมีนายอำเภอเมืองกระบี่เป็นประธานพิจารณา รวบรวมข้อมูลรวมทั้งการสืบค้นประวัติความเป็นมาของพื้นที่จากผู้นำในชุมชน นำมาประมวลทุกอย่างแล้ว

“เดิมที่ดินผืนดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาพนมเบญจา หมู่ 1 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ พบว่ามีการเข้าไปปลูกปาล์มน้ำมัน ทำการเกษตรอย่างแท้จริง จึงนำมาพิจารณา โดยผู้ยื่นขอคือ นายสมัชชา ก็มีคุณสมบัติเข้ากับเงื่อนไขของผู้ที่จะได้รับสิทธิ คือไม่มีที่ดินครอบครองเกิน 50 ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายสมัชชา ไม่เคยมีที่ดินครอบครองมาก่อนจริง และคุณสมบัติของนายสมัชชาก็เข้าหลักเกษณฑ์ของ ส.ป.ก. เพราะเป็นเกษตรกรจริง แต่เรื่องความเหมาะสมเพราะเป็นผู้สมัครของพรรคการเมืองนั้น ยอมรับว่าอาจจะดูไม่เหมาะสม”

เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินเผยต่อว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบการทำงานของนายสมัชชา ก่อนจะมาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ ก็เคยเป็นสมาชิก อบจ.กระบี่ เขต อ.เมืองกระบี่ รู้จักกันในชื่อ ส.จ.บิ๊ก ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำการเกษตร ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ของผู้มีคุณสมบัติถูกต้องทุกอย่าง ทางคณะกรรมการในระดับอำเภอจึงอนุมัติให้และส่งเรื่องต่อไปให้คณะกรรมการในระดับจังหวัดที่มี ผวจ.เป็นประธาน ผ่านการกลั่นกรองในหลายกระบวนการ ซึ่งเกษตรกรแต่ละรายยื่นขอมานานหลายปีแล้ว กระทั่งล่าสุดทางกระทรวงเกษตรฯ สั่งการให้ดำเนินการแจกสิทธิ ส.ป.ก.ให้กับผู้ผ่านการพิจารณา

ทั้งนี้ ในส่วนของ จ.กระบี่ 8 อำเภอ มีผู้ผ่านการพิจารณาไปแล้ว 335 ราย ส่วนเรื่องความเหมาะสมว่าเป็นคนจนหรือไม่นั้น ตามหลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. ไม่ได้นิยามว่าผู้ที่จะได้สิทธิต้องเป็นคนจน คนแก่ แต่เป็นหลักเกณฑ์ในการนิรโทษให้กับผู้บุกรุกพื้นที่ของรัฐ ทั้งที่บุกรุกเอง และเป็นการบุกรุกที่ดินแปลงใหญ่ สำคัญคือต้องเป็นเกษตรกร แม้จะไม่ทำการเกษตรด้วยตัวเอง แต่ต้องยืนยันได้ว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการเกษตร โดยกรมป่าไม้จะนำพื้นที่เหล่านั้นมาให้ทาง ส.ป.ก.จัดสรรในกระบวนการปฏิรูปที่ดินทำกิน โดยให้สิทธิครอบครองได้คนละไม่เกิน 50 ไร่ จึงเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มนายทุนเข้ามาถือสิทธิครอบครอง บางรายจะใช้ชาวบ้านมาเป็นนอมินีในการครอบครอง แต่เบื้องหลังกลุ่มนายทุนเข้าไปทำประโยชน์ อย่างไรก็ตามในส่วนของคุณสมบัติผู้มีสิทธิทำกินนั้น หากตรวจสอบพบในภายหลังว่าผิดเงื่อนไข ทาง ส.ป.ก.ก็มีสิทธิจะสั่งเพิกถอนได้

สำหรับ นายสมัชชา เอ่งฉ้วน หรือ ส.จ.บิ๊ก เป็นหลานของ นายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต รมต.หลายสมัยในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ เคยเป็นสมาชิก อบจ.เขต อ.เมืองกระบี่ 3 สมัย ซึ่งนายสมัชชาได้ชี้แจง เรื่องที่กำลังเป็นข่าวฉาวว่า ตนยังคงยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่มีการครอบครองมานานแล้ว ก่อนจะมีการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อปี 2536 ซึ่งก่อนนี้ทางบ้านของตนซื้อสิทธิในที่ดินดังกล่าวมาจากชาวบ้านอีกทอดหนึ่ง โดยเดิมเป็นสวนยางพารา เนื้อที่ 25 ไร่ ซื้อมาในราคา 2 ล้านบาทเศษ แต่เป็นการถือครองแบบ ภ.บ.ท.5 ต่อมา จึงโค่นยางพารา แล้วนำที่ดินมาปลูกปาล์มน้ำมันแทน กระทั่งมีการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน จึงดำเนินการยื่นขอสิทธิทำกิน โดยยื่นไว้ตั้งแต่สมัยที่ นายอาคม เอ่งฉ้วน ลุงของตนเป็น รมช.กระทรวงเกษตรฯ ก่อนที่พรรคพลังประชารัฐจะเกิดขึ้น หากตนคิดจะใช้อำนาจในทางที่ผิด ตนคงให้ลุงของตนดำเนินการให้ไปนานแล้ว คนที่ยื่นขอพร้อมๆ กับตนในขณะนั้นได้รับกันไปหมดแต่ของตนเรื่องยังค้างอยู่มาจนถึงปัจจุบัน จึงยืนยันว่าที่ดินที่ได้มา ได้มาด้วยความบริสุทธิ์จริง เพราะคุณสมบัติของตนเข้าหลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. การที่เกิดกระแสข่าวออกมาในครั้งนี้ ตนมองว่าอาจจะเป็นการโจมตีกันทางการเมืองหรือไม่ เพราะตอนนี้ใกล้เข้าช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นอกจากนี้ นายสมัชชา ยังโพสต์ข้อความชี้แจงเรื่องนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “เรียนชี้แจงผู้ที่อยากทราบข้อมูลเนื่องจาก ที่ที่ผมครอบครอง อยู่ในระเบียบที่จะรับเอกสาร ส.ป.กได้ และการดำเนินการขอที่ดินนี้เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีพรรคพลังประชารัฐ และผมจะคิดสมัคร ส.ส. แต่ในเมื่อเข้าเกณฑ์ที่ใด้รับจึงยื่นเรื่องตามขั้นตอน ไม่ใด้ไปใช้อำนาจพิเศษได้ เพราะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบกันไม่ต่ำกว่าสามปีจนของคนอื่นได้รับไปหมดแล้ว??? ผิดไหมที่เราเป็นเกษตรกร ผิดไหมเราเป็นหลานผู้ใหญ่บ้าน, ผิดไหมเราเป็น ส.จ.ตัวแทนชาวบ้าน 12 ปี, ผิดเหรอเราเป็นหลาน ส.ส.แล้วเราเหมือนจะรวย... แต่ที่จริงไม่รวย...??? ไม่ผิดนะที่ไม่เคยโกงใครโกงชาติ..... ตามที่ปู..ย่า...ตายายสั่งสอนมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของ จ.กระบี่ มีพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ถูกกลุ่มนายทุนเข้าครอบครอง โดยใช้ชาวบ้านเป็นนอมินี คือพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันใน อ.เมือง และ อ.เหนือคลอง กว่า 4 พันไร่ ซึ่งบริษัทเอกชนรายหนึ่งใช้ชื่อชาวบ้านกว่า 400 ราย มาถือสิทธิครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก. จนเกิดการตรวจสอบและต่อมามีการเรียกคืนพื้นที่ ส.ป.ก.ทั้งหมด แต่ทางบริษัทเอกชนรายดังกล่าวยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ โดยอ้างว่ามีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐนำที่ดินมาจัดสรรให้เกษตรกรยากจนเป็นปัญหายืดเยื้อยาวนานมากว่า 7 ปี ซึ่งทาง สนง.ปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ เตรียมเข้าดำเนินการยึดคืนพื้นที่ดังกล่าวภายในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ โดยก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัส เข้าพบกับกลุ่มชาวบ้าน และรับปากว่าจะนำกลับมาจัดสรรให้ชาวบ้านได้เข้าทำกิน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มอบส.ป.ก.แจกที่ดินส.ป.ก.สมัชชา เอ่งฉ้วนผู้สมัครส.ส.พลังประชารัฐที่ดินส.ป.ก.กระบี่ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้