ผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คน ที่ถูกควบคุมตัว ทางการได้ดำเนินการส่งตัวไปสอบสวนแยกกัน โดยทั้งหมดได้ให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานที่ยึดได้
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง 3 ฝ่าย ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร จำนวน 200 นาย เข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รอยต่อเขต อ.เมือง จ.ยะลา และในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 13 จุด สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายร่วม 20 คน อาวุธปืนนานาชนิดครบมือบุกยิงถล่มป้อมจุดตรวจ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ชรบ.และราษฎร เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อกลางดึกวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น จากการเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายดังกล่าว เป็นผลจากการสอบขยายผลผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ และจากพยานหลักฐานที่สำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก รวมจำนวน 6 ราย
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ว่า ในจำนวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คน ที่ถูกควบคุมตัว ทางการได้ดำเนินการส่งตัวไปที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร หมู่ 7 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จำนวน 2 ราย ที่ ศูนย์ซักถามกรมหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 2 ราย และที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนหน้า จำนวน 2 ราย และผลจากการซักถาม ผู้ต้องสงสัยได้ให้ปากคำที่มีเบาะแสที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเกรงว่า ผู้ที่เป็นเครือข่ายจะหลบหนี ส่วนขั้นตอนการสืบสวนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานที่ยึดได้จากบ้านผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะเสื้อผ้า และของกลางอีกหลายรายการ ต้องรอผลการพิสูจน์อย่างละเอียดและให้ชัดเจนอีกครั้ง
มีรายงานเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่าคนร้ายแจ้งว่า ในวันเกิดเหตุมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ผู้ต้องสงสัย พร้อมอาวุธปืนยาวครบมือ ทุกคนแต่งกายสวมชุดดำ เลียนแบบเจ้าหน้าที่ ที่ผิดสังเกตคือ ทุกคนสวมหมวกไหมพรมสีดำด้วย ทั้งหมด จำนวน 6 คน เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ทั้งหมดได้เดินเท้าเข้าข้างทางท่าทางมีพิรุธ โดยมุ่งหน้าไปทางมัสยิด บ้านน้ำเย็น – ลำใหม่ ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา เจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.43 และ ฉก.ยะลา 12 ได้จัดกำลังจำนวนหนึ่งตรวจพิสูจน์ทราบ แต่ไม่มีรายงานความคืบหน้า
...
นอกจากนั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ราวเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่ง “ชุดปฏิบัติการพิเศษ” ที่ผ่านฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจร RKK จากประเทศอินโดนีเซีย ให้เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงจำนวน 4 ชุด นั่นคือมีเป้าหมายให้เปิดปฏิบัติการใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย
ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นดังกล่าวได้ลงมือทำงานกันไปแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ คาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เมื่อเร็วๆ นี้ กับล่าสุดการรวมตัวบุกโจมตีเพื่อละลายฐาน ชคต.ที่บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา และเชื่อว่า คนร้ายชุดนี้ จะเปิดการปฏิบัติการตามมาอีกหลายครั้งในระหว่างเวลา 2 เดือนที่เหลือของปี 2562 นี้ มีข้อมูลด้วยว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุด ดังกล่าว มีการจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คน ที่ล้วนเป็น “PERMUDA” (กลุ่มหนุ่มชายฉกรรจ์) ทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงพวกเหล่านี้เป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน
ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายในการเคลื่อนไหว แต่สร้างความยุ่งยากให้กับเจ้าหน้าที่ในการติดตามไล่ล่าหรือเข้าจับกุม โดยในการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมีการมอบให้แนวร่วมระดับต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประกอบกำลังเข้าร่วมด้วยครั้งละอย่างน้อย 20 คน แล้วแต่ว่าเป้าหมายนั้นๆ จะเล็กหรือใหญ่ หรือมีความสำคัญเพียงใด หน่วยงานความมั่นคงยังยังระบุว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ขบวนการณ์บีอาร์เอ็นได้บ่มเพาะเยาวชนเข้าสู่ขบวนการ เพื่อให้เป็นแนวร่วมในระดับต่างๆ ไว้ได้ประมาณ 800 คน แต่มีรายงานที่เชือถือได้ว่า มีเยาวชนที่ผ่านการบ่มเพาะกว่า 10,000 คนแล้ว เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษต่อไป.