ข่าว
100 year

ดีเอ็นเอมัดตัว พี่น้อง “หลำโซะ” (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์9 พ.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

ปืนกล 25 กระบอก ยิงฐาน ชรบ.15 ศพ

ฝ่ายความมั่นคงเอาจริงจ่อเปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใน 1-2 วันนี้ พลิกแผ่นดินไล่ล่าบดขยี้กลุ่มโจรใต้ที่บุกโจมตียิงถล่มป้อม ชรบ.จนตายหมู่ 15 ศพ ระบุพี่น้อง “หลำโซะ” เป็นแกนนำรวบรวมแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบราวครึ่งร้อยเข้าก่อเหตุ หลังได้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันแน่ชัด “บิ๊กตู่” ปัดยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ จ.ยะลา แต่ถ้าจะทำต้องสั้นที่สุด ย้ำการพูดคุยสันติสุขยังเดินหน้าต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ยังคงระดมกำลังไล่ล่ากลุ่มโจรใต้กว่า 10 คน ที่ใช้อาวุธสงครามบุกยิงถล่มป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครองหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทางลุ่ม หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา สังหาร ชรบ.และ อส. ขณะเข้าเวรยามปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย ก่อนปล้นปืนไป 7 กระบอก เมื่อกลางดึกวันที่ 6 พ.ย. เบื้องต้นคาดเป็นฝีมือแกนนำอาร์เคเคในพื้นที่ นำวัยรุ่นที่เพิ่งผ่านการฝึกอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้านทดสอบฝีมือและโชว์ศักยภาพ เหตุร้ายครั้งนี้ ส่งผลให้สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ กลับมาร้อนระอุ และส่งผลต่อการพูดคุยสันติสุข ระหว่างภาครัฐ กับกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ ที่หลบไปกบดานในประเทศมาเลเซีย

ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พ.ย. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าเหตุการณ์ยิงถล่ม ชรบ. 15 ศพ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมๆมีอยู่ราว 20 คน เป็นกลุ่มพี่น้อง “หลำโซะ” ที่รวบรวมแนวร่วมในพื้นที่อีกราว 30 คนวางแผนก่อเหตุ แบ่งเป็นชุดยิง ชุดโรยตะปูเรือใบ และชุดป้องกันการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ากดดันไล่ล่าจับกุม โดยเฉพาะพื้นที่เขานางจันทร์ เขตรอยต่อ จ.ยะลา และ จ.สงขลา พบฐานปฏิบัติการร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว 1 จุด ส่วนกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มคนร้าย อยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน 9 เป้าหมาย

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย เป็นชาวบ้าน ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้าย ก่อเหตุวางระเบิด โปรยตะปูเรือใบ และเผายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือ พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ อยู่ระหว่างนำตัวไปซักถามขยายผลเครือข่ายก่อเหตุที่หน่วยซักถาม ฉก.ทพ.ที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี สำหรับมาตรการรักษา ความปลอดภัย ได้จัดกำลังทหารเข้าเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและชุมชน เพราะ ชรบ.เป็นเพียงประชาชนจิตอาสาที่เสียสละอุทิศตนเข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัยให้ชุมชนเท่านั้น

“สำหรับหลักฐานจำพวกปลอกกระสุนปืน ทั้งปืนเอ็ม 16 ปืนอาก้า จากการตรวจพิสูจน์พบเคยใช้ก่อเหตุมาหลายครั้ง ทำให้รู้ตัวกลุ่มคนร้ายชุดนี้แล้ว และรู้ตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ได้อีกหลายคน เป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มที่เข้าโจมตีชุดคุ้มครองตำบลปะการัง จ.ปัตตานี และเป็นกลุ่มที่เข้าปล้นตู้เอทีเอ็ม หน้ามหาวิทยาลัยฟาฎอณี ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รวมทั้งปล้นร้านทอง อ.นาทวี จ.สงขลา ส่วนรอยเลือดของคนร้ายที่คาดว่าได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนวัตถุพยานอื่น เช่น ซองกระสุน ที่คนร้ายทำตกไว้ หมวกปีกสนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสารพันธุกรรมว่ามีความเกี่ยวพันกับบุคคลใดบ้าง คาดว่าคงใช้เวลา 2-3 วันจะรู้ผลทั้งหมด” พ.อ.ปราโมทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตรวจสอบปลอก กระสุนปืนในที่เกิดเหตุยิงถล่ม ชรบ.ตายหมู่ 15 ศพครั้งนี้พบว่า มีปืนทั้งสิ้น 25 กระบอก คือ ปืน AK-102 หรืออาก้า 4 กระบอก ใช้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.เมืองปัตตานี ปืนเล็กยาว 11 หรือเอชเค 33 อีก 4 กระบอก ใช้ก่อเหตุพื้นที่ อ.เมืองยะลา และ อ.เมืองปัตตานี ปืนเอ็ม 16 จำนวน 8 กระบอก ก่อเหตุ พื้นที่ อ.ยะหา อ.เมืองยะลา อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ อ.เทพา จ.สงขลา ปืน AK-47 หรืออาก้า 47 รวม 4 กระบอก ก่อเหตุพื้นที่ อ.ยะหริ่ง อ.เมืองปัตตานี และ อ.เมืองยะลา ปืนพก 9 มม. 3 กระบอก ก่อเหตุพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อ.เทพา จ.สงขลา และ อ.เมืองยะลา ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก และปืนพก .40 อีก 1 กระบอก

ที่ บก.ภ.จ.ยะลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จ.ยะลา เข้าประชุมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการร่วมพิเศษทหารพราน ชุดสืบสวน ภ.จ.ยะลา และชุดสืบสวน ภ.จ.ปัตตานี นานกว่า 2 ชั่วโมง สรุปแนวทางการสืบสวนที่เกิดเหตุ พบคนร้ายโจมตี 1 จุดคือ ป้อมฯ ชรบ.บ้านทางลุ่ม ส่วนอีก 5 จุดเป็นการโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนน ระเบิดเสาไฟฟ้า ในที่เกิดเหตุใช้ปืนอย่างน้อย 25 กระบอก รวมกับปืนของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่เมื่อตัดปืนเจ้าหน้าที่ออกไป เชื่อว่าคนร้ายที่เข้าโจมตีป้อมฯ ชรบ.มี 18 คน ใช้ปืน 18 กระบอก แต่อีก 5 จุดที่เหลือ มีคนร้ายชุดอื่นเข้าปฏิบัติการ รวมใช้กำลังทั้งสิ้น 40-50 คน

“ผลจากการตรวจนิติวิทยาศาสตร์ ระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจาก อ.ยะหา อ.กาบัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา และอีกกลุ่มมาจาก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รวมถึง 4 อำเภอของ จ.สงขลา กลุ่มคนเหล่านี้ถูกออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 แล้วว่าจะเปิดปฏิบัติการเชิงรุกไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ภายใน 1-2 วันนี้ กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เจ้าหน้าที่รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ เนื่องจากจะอยู่ในพื้นที่ป่าเขา จะต้องปฏิบัติการในพื้นที่เหล่านี้ด้วย มีเป้าหมายแล้ว” พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าว

มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมี 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มพี่น้องตระกูลหลำโซะ มีนายบูคอรี หลำโซะ นายซอบรี หลำโซะ และนายรอซาลี หลำโซะ เป็นแกนนำกลุ่มจาก จ.ปัตตานี และกลุ่มของนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่มจาก จ.ยะลา กลุ่มหลังนี้ยังเคยร่วมปฏิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอ หรือกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกปฏิบัติการจากต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล คนร้ายทั้งสองกลุ่มหลักได้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฏิบัติการโจมตีสังหารหมู่ ชรบ.ในครั้งนี้

เช้าวันเดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 2/2562 มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้นำเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม

ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวเตรียมประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกจากเคหสถานในเวลาค่ำคืน หลังเกิดยิงถล่มชรบ. 15 ศพว่า ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา แต่ถ้าประกาศจะให้สั้นที่สุด เพื่อประโยชน์ต่อการสืบสวนคดี เป็นการจำกัดพื้นที่ของคนร้าย ยืนยันไม่อยากให้มีผลกระทบต่ออย่างอื่น แต่เป็นเรื่องจำเป็น ถ้าเราปิดพื้นที่ไม่ได้จะมีปัญหา เมื่อถามว่ามีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนหน้าขาวหลังก่อเหตุจะกลับไปนอนอยู่บ้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้า แต่เปิดเผยไม่ได้ ต้องใช้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ไปจับใครก็ได้ เรามีข้อมูลอยู่แล้วว่าคนร้ายเป็นกลุ่มใดบ้าง

เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุใช้วัตถุระเบิด ถือเป็นการก่อการร้ายมากกว่าก่อความไม่สงบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาใช้กลยุทธ์เช่นนี้ เป็นกลยุทธ์การก่อการร้าย สร้างเหตุรุนแรงกดดันต่อรัฐ แล้วเราจะไปกดดันกันเพื่ออะไร ในเมื่อรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีด้วยการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนา สร้างการมีส่วนร่วม แก้ปัญหากันอย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือ ส่วนการก่อการร้ายมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การยึดพื้นที่ ใช้ความรุนแรง แต่เหตุการณ์นี้เข้าข่ายแค่ใช้อาวุธสงครามเพื่อกดดันรัฐ แต่หากเราตีความผิดการแก้ปัญหาจะผิดและเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้น

เมื่อถามว่าได้รับรายงานการหารือเกี่ยวกับการพูดคุยถึงสันติสุขจากมาเลเซียบ้างหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ได้รับรายงานตลอด และให้นโยบายกับฝ่ายปฏิบัติ มีการปรับแผนกันไป ที่ผ่านมาพูดคุยกับกลุ่มที่มีบทบาทอย่างแท้จริง ต้องคุยกันและปรับวิธีต่อเนื่อง เพราะมีหลายกลุ่ม หลายระดับ ทั้งคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ แต่ปัญหาคือเขาจะคุยด้วยหรือไม่ บางกลุ่มไม่อยากมาเจรจา พวกนี้คือพวกหัวรุนแรง เราบังคับไม่ได้ ถึงต้องไปพูดคุยที่ต่างประเทศ แต่ไม่ใช่การเจรจา เพราะถ้าเจรจาหมายถึงเรารบกันแล้ว ทางมาเลเซียก็ตอบสนองด้วยดี แต่ยังมีปัญหาอีกหลายอันที่ต้องแก้ควบคู่กันไป เช่น เรื่องบุคคลสองสัญชาติ การข้ามแดน คนเหล่านี้ปลอมปนอยู่กับประชาชน เข้ามาก็ไม่รู้เพราะหน้าตาเหมือนกัน ตนสั่งการบริหารเชิงรุก แต่ต้องระวังการใช้อาวุธและการบังคับใช้กฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า การใช้กำลังของ ชรบ. ยังมีความจำเป็น กำลังตำรวจในพื้นที่ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) มีกำลังไม่เพียงพอ ต้องจัดทหารข้างนอกมาช่วย เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เอาทหารกลับ ให้ตำรวจและทหารในพื้นที่ทำงานปกติไป แต่เมื่อเหตุการณ์ยังไม่ปกติจะนำกองกำลังทหารเข้าไปเติมแบบนี้ ทุกประเทศก็ทำแบบนี้ ระหว่างนี้เราจะต้องเสริมสร้างกำลังในท้องถิ่นให้มากขึ้นเพราะคนเหล่านี้จะรู้จักพื้นที่และสถานการณ์ต่างๆ แต่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น เพราะทางยุทธวิธียังไม่เข้มแข็งพอ

ค่ำวันเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆว่า กองทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วพื้นที่เพื่อตามล่ากลุ่มโจรบีอาร์เอ็น ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญสังหารหมู่ประชาชน 15 ศพ ในช่วงที่ผ่านมานั้น การนำเสนอข่าวดังกล่าวอาจสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกแก่พี่น้องประชาชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ย้ำชัด ไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ตามที่มีการนำเสนอผ่านสื่อ ณ ขณะนี้ ข้อกำหนดตามมาตรา 18 (2) เป็นเพียงการให้อำนาจตามความในมาตรา 18 (2) ให้สามารถประกาศเคอร์ฟิวได้ แต่ยังไม่เคยมีการใช้อำนาจนั้น เพราะยังไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เคอร์ฟิว จึงขอชี้แจงสร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่า ไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวในทุกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ายืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฎหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล จึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว” พ.อ.ปราโมทย์กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โจรใต้ยิงป้อมชรบ.ยิงป้อมหมู่บ้านยะลายิงป้อมหมู่บ้านทุ่งสะเดายิงชรบ. ยะลายะลาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้