ข่าว
100 year

ประณามโจรใต้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ ถล่มชาวบ้านดับ 15 ศพ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 พ.ย. 2562 05:25 น.
SHARE

กราดยิงฐาน ชคต.เจ็บอีก 5 ปล้นปืน-ลากมาเค้นแล้ว 1 เผยสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด

ไฟใต้ลุกโชนอีกระลอก แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบย่องเงียบกราดยิงถล่มฐานจุดตรวจ ชคต.ลำพะยา อ.เมืองปัตตานี ปลิดชีพ 15 ศพ บาดเจ็บ 5 คน ปลดปืน 8 กระบอก เผ่นหนี ลงมือโหดช่วงกลางดึกวางระเบิดเสาไฟฟ้าเบี่ยงเบนความสนใจก่อนล้อมระดมยิงใส่ไม่ให้ตั้งตัว ชคต.และ ชรบ.ประจำฐานพยายามฮึดยิงต่อสู้แต่ไม่ไหวถูกระดมยิงร่วงระนาว คนเจ็บต้องแกล้งตายถึงรอดชีวิต กลุ่มโจรมีไม่ต่ำกว่า 15 คน แบ่งชุดปฏิบัติการทั้งมือยิงและไปเผายางรถยนต์โปรยตะปูเรือใบสกัดเส้นทางเข้าช่วยเหลือ คาดฝีมือแกนนำอาร์เคเคในพื้นที่พาแนวร่วมวัยรุ่นลงมือก่อเหตุ ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ปี 47 มทภ.4 ชี้เป้าหมายจุดอ่อนเพราะเป็นชาวบ้านอาสามาดูแลพื้นที่ ระดมกำลังเร่งล่ากลุ่มคนร้าย นายกฯสั่ง ศอ.บต.เยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลายฝ่ายออกโรงประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ

สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เดือดระอุขึ้นมาอีกระลอก เมื่อแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมชุดคุ้มครองตำบลทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ยิงถล่มฐาน ชคต.ยะลาดับ 15 ศพ

เหตุการณ์อุกอาจครั้งนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 พ.ย. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ทองสองสี ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา สนธิกำลัง 3 ฝ่ายพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนยกพวกบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 5 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สุดตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 47 เป็นต้นมา

ปลอกกระสุนปืนเกลื่อนนับร้อย

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายลำใหม่-ลำพะยา แยกเข้าไปทางสุสานจีนประมาณ 400 เมตร สองข้างทางเป็นสวนยางพารารกทึบ ฐานจุดตรวจเป็นเพิงสูงกว้างยาวประมาณ 15 เมตร ทั้ง 4 ด้านเปิดโล่ง มีแท่งปูนเป็นกำแพงบังเกอร์สูงประมาณ 1.3 เมตรล้อมรอบ ถูกกระสุนปืนนานาชนิดยิงถล่มเป็นรูพรุนทั้งที่บังเกอร์และหลังคา รวมทั้งกระบะ 4 คันและรถ จยย. 3 คันถูกยิงได้รับความเสียหาย มีรอยเลือดสาดกระจายเต็มพื้น พบปลอกกระสุนปืนอาก้า เอ็ม 16 และลูกซอง ตกอยู่เกลื่อนกลาดนับร้อยปลอก เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

วางบึมก่อนโจมตี–ปล้นปืนแถม

ทั้งนี้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 5 พ.ย. ขณะฝนตกพรำๆ มีเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลหรือ ชคต. และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. รวม 18 นายปฏิบัติหน้าที่อยู่ในฐาน ระหว่างนั้นได้มี ร.ต.อ.พยุง คินขุนทด รอง สว.ศูนย์ซักถาม ศชต. ปฏิบัติราชการ สภ.ลำใหม่ พร้อมผู้หญิงอีกคน เข้าไปตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สักพักเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นที่เสาไฟฟ้าห่างจากฐานประมาณ 400 เมตร แล้วทันใดนั้นมีกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5 คนอาวุธปืนครบมือ อาศัยความมืดย่องเข้าไปใกล้ฐานพร้อมเปิดฉากใช้ปืนสงครามกราดยิงถล่มเข้าไปในฐานเสียงดังหูดับตับไหม้ เจ้าหน้าที่ไม่ทันตั้งตัวรีบกระโดดหลบเข้าที่กำบังพร้อมใช้ปืนยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันดุเดือด ฝ่ายคนร้ายอาศัยชัยภูมิที่ได้เปรียบและปืนที่มีอานุภาพรุนแรงกว่ายิงถล่มจนเจ้าหน้าที่ในฐานบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หลังสิ้นเสียงปืนจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ กลุ่มคนร้ายเข้าไปสำรวจในฐาน เจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บต้องนอนนิ่งแกล้งตายเพื่อให้คนร้ายไม่ยิงซ้ำ ก่อนหลบหนีกลุ่มคนร้ายยังปลดเอาปืนของเจ้าหน้าที่ไป 8 กระบอก เป็นปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองยาว 2 กระบอก และปืนพก 5 กระบอก

เผายางวางตะปูเรือใบสกัดทาง

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ทองสองสี ผกก.สภ.ลำใหม่ นายวันสุกรี แวมามะ ป้องกันจังหวัดยะลา สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และ อส. เข้าไปช่วยเหลือ แต่ระหว่างทางคนร้ายวางแผนให้แนวร่วมเผายางรถยนต์และโปรยตะปูเรือใบบนถนนเข้าจุดเกิดเหตุหลายจุดเพื่อสกัดกั้นการเดินทาง มีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกตะปูเรือใบจนยางระเบิดไป 4 คัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังพร้อมระดมกำลังเคลียร์เส้นทางเพื่อเข้าไปยังที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บถูกยิงนอนจมกองเลือดกระจายอยู่เกลื่อนกลาดภายในฐาน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 9 คน ถูกช่วยเหลือลำเลียงส่ง รพ.ศูนย์ยะลา เสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 4 ศพ รวมมีผู้เสียชีวิต 15 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 5 คน

รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

รายชื่อผู้เสียชีวิต 15 ศพ ประกอบด้วย ร.ต.อ.พยุง คินขุนทด รอง สว.ศูนย์ซักถาม ศชต.ช่วยราชการ สภ.ลำใหม่ นายฉลอง ทองงาม อายุ 63 ปี อดีตกำนัน ต.ลำพะยา หน.ชคต. นายสุพจน์ จันทร์วิมาน อายุ 55 ปี ผญบ.หมู่ 5 ต.ลำพะยา นางธนารัตน์ ไชยปัญญา อายุ 40 ปี นายบรรจบ ทองกลิ่น น.ส.นัยนา โพธิเตียเนียม นายธวัชชัย สุพงษ์ นายพูลสวัสดิ์ พูลแก้ว แพทย์ประจำตำบล นายสุนทร ยอดแก้ว นางรัชนก ยอดแก้ว นายวิรัตน์ เพชรปล่อง นายซัมซามี สามะ นายเนตร จอมทอง ผช.ผญบ.หมู่ 5 น.ส.กมลวรรณ อุทัยธรรม และนางพีอะ กาปานาตู ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ประกอบด้วยนายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธุ์ อายุ 50 ปี นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร อายุ 60 ปี นายมะรอซี มะแซ อายุ 39 ปี นางสายัน ปานทอง อายุ 60 ปี และนายอาหาหมัด รัตนตัญญู อายุ 52 ปี

บาดเจ็บต้องแกล้งตายเลยรอด

นายอาหาหมัด รัตนตัญญู ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเล่าถึงนาทีเฉียดตายว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ในฐาน จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางทิศใต้ จากนั้นมีกระสุนปืนเป็นชุดๆยิงถล่มเข้ามา เจ้าหน้าที่ ชคต.ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว ต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก เห็นเพื่อนบางคนถูกยิงล้มลงนอนแน่นิ่ง พอตั้งสติได้รีบคว้าปืนขึ้นมายิงตอบโต้ แต่กลุ่มคนร้ายยิงถล่มมาไม่หยุด จนเพื่อนๆ ล้มลงหลายราย ตัวเองถูกกระสุนเฉี่ยวแม้บาดเจ็บไม่มากแต่จำต้องหยุดยิงแล้วนอนนิ่งแกล้งทำเป็นตาย ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามารื้อค้นเอาทรัพย์สินและปืนของเจ้าหน้าที่ไป

คาดฝีมือกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเค

จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเป็นการประกาศศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.ลำพะยา ต.ลำใหม่ ต.ยะลา อ.เมืองยะลา และพื้นที่รอยต่อ อ.ยะหา วางแผนนัดหมายร่วมลงมือก่อเหตุ แบ่งกลุ่มย่อยเป็นชุดยิงถล่ม ชุดลอบวางระเบิด และชุดจรยุทธ์เผายางรถยนต์ แม้ก่อนหน้านี้ฝ่ายข่าวกรองความมั่นคง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และจังหวัดยะลา ได้แจ้งเตือนให้ระมัดระวัง เนื่องจากมีเบาะแสว่าคนร้ายเตรียมลงมือก่อเหตุในเขต อ.เมืองยะลา จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว

ผวจ.ยะลาสั่ง ชรบ.เพิ่มความเข้ม

ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองยะลา เมื่อเวลา 06.00 น. นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร ประกอบด้วย นายเจษฎา จิตรัตน์ รอง ผวจ.ยะลา นายวันสุกรี แวมามะ ป้องกันจังหวัดยะลา พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ สั่งการให้เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุพร้อมกำชับทุกฝ่ายประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เน้นย้ำเพิ่มความเข้มข้นในการอยู่เวรยามโดยเฉพาะ ชรบ.ในพื้นที่ต่างๆ ให้ตรวจสอบสถานที่ แสงสว่าง และอุปกรณ์ต่างๆเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งทำข้อมูลเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 รายจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ขยาย รปภ.ชุมชนไม่ล่อแหลม

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม สั่งการให้เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเต็มที่ควบคู่กับให้ใช้มาตรการทางกฎหมายกับกลุ่มก่อเหตุอย่างเด็ดขาด ขณะที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สั่งการเน้นย้ำทุกหน่วยปรับแผนการรักษาความปลอดภัยขยายไปยังชุมชนที่ไม่ล่อแหลมด้วย พร้อมกับให้ตำรวจรวบรวมวัตถุพยานให้รัดกุมที่สุดเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นที่ก่อเหตุครั้งนี้

มทภ.4 ชี้เป้าหมายเป็นจุดอ่อน

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุรุนแรงหวังสร้างภาพข่าวให้คนไทยทั้งประเทศตื่นตกใจ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีการทำร้ายผู้บริสุทธิ์มากขนาดนี้ ชรบ.คือพี่น้องประชาชนชาวบ้านธรรมดา กลางวันทำงาน กลางคืนเสียสละอาสาออกมาดูแล พื้นที่ เป็นจุดอ่อนและเป็นเป้าหมายหลักที่ผู้ก่อเหตุเลือกลงมือ ถ้าสังเกตล่าสุดเหตุที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่โต้ตอบอย่างทันควันเพราะมีกำลังพร้อมมากทั้งทหารหลักและทหารพราน ต้องปรับแผนเปลี่ยนเป็นเข้าพื้นที่แทนการประจำตามป้อมเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามจับเป้าหมายได้ถูก ต้องปรับทำเลและเจาะลึก ต่อไปต้องนอนใต้ถุนบ้านในหมู่บ้านแทนที่จะไปนอนในป่า ขณะนี้ 118 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านสันติสุขที่หน่วยกำลังจรยุทธ์เข้าดูแลพื้นที่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว จะเร่งขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อไป ฝากไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่รู้เบาะแสขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ต้องช่วยคนละไม้คนละมือและออกมาต่อต้านผู้ที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทุกคนต้องช่วยสกรีนคนที่เข้าออกหมู่บ้าน ต้องช่วยกัน 290 ตำบล ต้องออกมาร่วมยุติความรุนแรง

เชื่อกลุ่มคนร้ายถูกยิงเจ็บด้วย

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยเลือด หมวก เป้ ปลอกกระสุนและดีเอ็นเอ คาดว่าจะรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุในไม่ช้า ขอเวลาตรวจสอบปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ 2 วัน ผู้ก่อเหตุน่าจะโดนยิงได้รับบาดเจ็บเพราะพบรอยเลือดกองใหญ่ คาดว่าเป็นกลุ่มเดิมๆที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนกฎหมายพิเศษยังคงต้องใช้ในพื้นที่ต่อไป และการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขยังดำเนินการต่อเช่นเดียวกัน เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่บ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายไม่ละความพยายามก่อเหตุโดยไม่เลือกเป้าหมาย และยังคงย้อนแย้งกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรต่างๆในพื้นที่ที่พยายามเรียกร้องให้รัฐยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษโดยไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนส่วนใหญ่ ขอให้สังคมช่วยกันเรียกร้องและตรวจสอบพฤติกรรมขององค์กรเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะการแสดงออกตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ต่างจากอาชญากรละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปีที่ผ่านมา

แกนนำพาวัยรุ่นร่วมปฏิบัติการ

มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเชื่อเป็นฝีมือของนายฮูไบดีละห์ รอมือลี แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา อ.กาบัง และนาย อหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ ต.ลิดล ต.เปาะเส้ง อ.เมืองยะลา นำกำลังเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ร่วมปฏิบัติการเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ที่วิสามัญคนร้าย 2 ศพในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล็อกตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน

ขณะที่รายงานอีกชุดระบุว่า คาดเป็นฝีมือของนายมะยาโกะ ลาเตะ และนายอันวา กาซอ กลุ่มที่เคยร่วมก่อเหตุถล่มฐานชุดคุ้มครองตำบล บ้านกอแลบีเละ ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 2 นายเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าคนร้ายมีประมาณ 15 คนแบ่งกำลังเป็น 2 ชุดระดมยิง และยังมีชุดย่อย 2 ชุด ไปวางระเบิดและโปรยตะปูเรือใบสกัดเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ล่าสุดมีรายงานว่าชุดปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คนมีประวัติเป็นแนวร่วมในพื้นที่ แต่เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล

แจกันพระราชทานเยี่ยมคนเจ็บ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายชัยสิทธิ์ พาณิชพงศ์ ผวจ.ยะลา อัญเชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ที่รักษาตัวอยู่ รพ.ศูนย์ยะลา อาการของผู้บาดเจ็บ นางสายัน ปานทอง แขนขวา หัก มีแผลเปิดบริเวณหัวเข่า ใส่เครื่องช่วยหายใจรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร สะโพกขวาหัก รักษาตัวอยู่ห้อง CCU นายมะรอซี มะแซ ถูกยิงก้นกบ ต้นแขนซ้าย และนิ้วมือซ้าย นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธุ์ มีแผลที่ขาทั้ง 2 ข้าง และนาย อาหาหมัด รัตนตัญญู บาดเจ็บมีแผลถลอกเล็กน้อย ขณะนี้อาการปลอดภัยทุกราย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ก่อนหน้านี้ในช่วงสาย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อปลอบขวัญให้กำลังใจพร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น

ผบ.ตร.ลงพื้นที่เร่งติดตามคดี

เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมคณะ ได้เดินทางไป จ.ยะลา มี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จ.ยะลา ต้อนรับ ก่อนพาไปตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มเจ้าหน้าที่ ชคต.ที่บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางไป สภ.ลำใหม่ เรียกประชุมมอบนโยบายการทำงานพร้อมสั่งการให้ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ทองสองสี ผกก.สภ.ลำใหม่ เร่งสอบสวนสืบสวนติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องสะเทือนขวัญและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน

ขอสันติภาพกลับคืนลำพะยา

ที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา สถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9 ศพ กลุ่มโฆษกชาวบ้านพร้อมชาวบ้านในพื้นที่และนักเรียน โรงเรียนวัดลำพะยา รวมกว่า 200 คน รวมกลุ่มพลังมวลชนรณรงค์กล่าวประณามต่อต้านความรุนแรง ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของกลุ่มก่อความไม่สงบ และขอให้พื้นที่ ต.ลำพะยา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตำบลเข้มแข็งแห่งหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สันติภาพคืนมา

ปัตตานีเพิ่มความเข้มทั่วเมือง

ที่ จ.ปัตตานี หน่วยกำลังในพื้นที่เพิ่มความเข้มเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ โดย พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี สั่งการให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ดูแลที่ตั้ง สถานที่ราชการ ป้อมจุดตรวจ จุดพักต่างๆตลอด 24 ชม. กำชับให้มีกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมตามจุดตรวจต่างๆในหมู่บ้านและตำบล หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจ ชคต.ที่ จ.ยะลา เสียชีวิต 15 ราย จึงให้มีมาตรการเข้มงวดตั้งจุดตรวจจุดสกัดเส้นทางเข้าเมือง ตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัยหรือมีหมายจับ นอกจากนี้ให้ชุดสายตรวจและเดินเท้าตรวจตามเส้นทาง ดูแลตามจุดที่มีข้าราชการ ประชาชน และย่านชุมชนต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

นายกฯสั่ง ศอ.บต.เร่งเยียวยา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม.ว่า กำชับฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกคนให้ระมัดระวังให้มากที่สุด การตั้งฐานปฏิบัติการทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะบางจุดตรวจอยู่ห่างพื้นที่ในเมืองมาก อาจทำให้เป็นจุดอ่อนหรือจุดเสี่ยง ส่งผลเจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมากเนื่องจากต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกล วันนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ได้ประชุมพิจารณาปรับมาตรการและวางกำลังเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม ตนเป็นห่วงครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ได้สั่งการ ศอ.บต.ดูแลเยียวยาอย่างเร่งด่วนแล้ว

ปรับแผนเพิ่มแกร่งอาสาสมัคร

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่มี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมว่า ผบ.ทบ.ได้กล่าวขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เสียชีวิตจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งดำเนินการตามแนวทางแล้ว พร้อมทั้งการช่วยสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ ชรบ.ในมิติต่างๆด้วย ทั้งนี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามจับจ้องก่อเหตุตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพื้นที่กว้าง อาสาสมัครมีอยู่หลายส่วนและหลายจุด จากนี้จะต้องปรับให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

กสม.ออกแถลงการณ์ประณาม

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการ กระทำที่โหดร้าย ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และหลักศีลธรรมอันดีของทุกศาสนา ทั้งนี้ กสม.ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ขอเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดมาลงโทษ ขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชนต่อไป เช่นเดียวกับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (STMA) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอแสดง ความเสียใจกับครอบครัว ญาติพี่น้องของผู้ได้รับผลกระทบ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้เพียงแต่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ แต่รวมถึงสังคมไทยและคนไทยทั้งชาติ จึงเป็นสัญญาณที่ทุกคน
ทุกฝ่ายต้องลุกขึ้นมาร่วมกันแก้ปัญหา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยิงป้อมหมู่บ้านยะลาโจรใต้ยิงป้อมชรบ.ยิงป้อมหมู่บ้านทุ่งสะเดาปัญหาภาคใต้จักรทิพย์ ชัยจินดาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้