ข่าว
100 year

ผู้พิพากษายิงตัว ก.ต.นัดถกวันนี้ เลขาฯศาล-เข้าเยี่ยม อาการปลอดภัยแล้ว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ต.ค. 2562 05:27 น.
SHARE

เลขาธิการศาลยุติธรรมรุดเยี่ยมอาการผู้พิพากษายิงตัวเอง ยืนยันศาลในประเทศไทยทำหน้าที่อย่างอิสระ เตรียมเสนอปัญหาต่อที่ประชุมก.ต. เผยผู้พิพากษาเห็นต่างกันได้แต่ต้องทำเป็นหนังสือ แย้ง ส่วนคดีพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมายกฟ้องเกือบครึ่ง มั่นใจได้ว่าผู้พิพากษาทำหน้าที่อย่างอิสระปราศจากการแทรกแซง สำหรับอาการเหยื่อกระสุนปลอดภัยแต่ยังห่วงเรื่องสภาพจิตใจต้องใช้ทีมจิตเวชมาดูแล

จากเหตุการณ์นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้ปืนจ่อยิงตัวเองเข้าใต้ราวนมซ้ายบาดเจ็บสาหัสฟุบคาห้องพิจารณาที่ 4 ศาลจังหวัดยะลา หลังพิพากษายกฟ้องจำเลย 5 คนในคดีสำคัญ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ยะลา แพทย์ระดมยื้อชีวิตผ่าตัดรักษาจนพ้นขีดอันตราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุนายคณากรได้ไลฟ์สดเผยถึงความเครียดเนื่องจากคดีถูกแทรกแซง ขณะที่นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมระบุสาเหตุเกิดจากความเครียดส่วนตัว ส่วนนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมระบุผู้พิพากษามีอิสระในการตัดสินคดีไม่มีการแทรกแซงอย่างแน่นอนนั้น

เลขาฯศาลรุดเยี่ยมผู้พิพากษา

ต่อมาช่วงสายวันที่ 6 ต.ค. ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา อ.เมืองยะลา นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม เดินทางเข้าเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา หลังการเข้าเยี่ยมนายสราวุธเปิดเผยว่า นายคณากรอาการปลอดภัยดีแล้ว อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และขอเรียนว่า ศาลยุติธรรมทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม อิสระทุกศาลในประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของประธานศาลฎีกา “กรณีนายคณากรใช้ปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดีนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจะตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไขต่อไป ในการประชุม กต.หรือคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ในวันที่ 7 ต.ค.นี้จะรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นในที่ประชุม การมาเยี่ยมครั้งนี้ไม่ได้พูดเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ต้องการมาเยี่ยมให้กำลังใจให้ท่านปลอดภัย และเข้าใจสภาพท่านไม่พร้อมที่จะพูดเรื่องที่เกิดขึ้น” นายสราวุธกล่าว

ย้ำคณะผู้พิพากษาเห็นต่างได้

ผู้สื่อข่าวถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการวิจารณ์การแทรกแซงการทำหน้าที่ของศาลยุติธรรม นายสราวุธกล่าวว่า เราเสียใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอเรียนพี่น้องประชาชนให้มั่นใจ เราเคารพรูปแบบของการพิพากษาของคณะผู้พิพากษา การแทรกแซงเราระมัดระวังไม่ให้เกิดอยู่แล้ว การทำงานของผู้พิพากษาเขียนไว้ในกฎหมาย นอกจากพระธรรมนูญวิธีพิจารณาความอาญาระบุชัดเจนในมาตรา 183 ถ้าผู้พิพากษามีความเห็นต่างกัน สามารถทำความเห็นแย้งได้ ซึ่งการทำความเห็นแย้งต้องทำเป็นหนังสือและในมาตรา 184 คดีอาญาระบุว่า ผู้พิพากษาสามารถปรึกษาหารือกัน ถ้ามีความเห็นต่างกันในคดีอาญา คนที่เห็นเป็นผลร้ายกับจำเลยมากกว่า ต้องยอมตามความเห็นของผู้พิพากษาที่เห็นเป็นผลร้ายน้อยกว่า

ยกฟ้องคดีชายแดนใต้เกือบครึ่ง

“ถ้ายกฟ้องมากกว่าลงโทษ ต้องเห็นชอบยกฟ้อง จึงเห็นชัดว่าการพิจารณาความคดีอาญา หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดชัดเจน ประชาชนต้องได้รับความยุติธรรม มั่นใจได้ว่า ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอิสระ ปราศจากการแทรกแซง นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าคดีที่เกิดขึ้นใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีเกี่ยวกับความมั่นคง สัดส่วนของคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษกับยกฟ้องจำนวนเกือบครึ่งยกฟ้อง ไม่ได้ลงโทษร้อยเปอร์เซ็นต์และเราไม่ได้มีปัญหากับฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารต้องไปทบทวนว่ารูปแบบในการรวบรวมพยานหลักฐานมีจุดบอดตรงไหนบ้าง ศาลมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน คดีที่เข้าสู่ศาลได้รับความคุ้มครองจากองค์คณะผู้พิพากษา ผมขอย้ำว่าศาลมีความเป็นกลางและมีความเป็นอิสระที่แท้จริง” เลขาธิการศาลยุติธรรมกล่าว

เสนอ กต.พิจารณาปัญหา

ส่วนกรณีมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบคดีย้อนหลังในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสราวุธกล่าวว่า เราดูข้อมูลทั้งหมดคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงหรือพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีระบบตรวจสอบตลอดเวลา “ท่านทราบไหมครับ ปัจจุบันศาลยุติธรรมมีการพิจารณาคดีทั่วประเทศกว่า 2 ล้านคดี คดีจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นโยบายของประธานศาลฎีกา ให้พิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว ในศาลฎีกาไม่เกิน 1 ปี ศาลชั้นต้นไม่เกิน 6 เดือน และการทำงานของศาลต้องให้เกิดประสิทธิภาพ รอบคอบ รวดเร็วด้วย” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กรณีการพาดพิงถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ได้สอบถามข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวว่า ได้สอบถามข้อมูลจากทุกฝ่าย สำนักงานศาลได้ฟังข้อมูลทุกรูปแบบ สำหรับการพกอาวุธปืนและไลฟ์สดจะตรวจสอบวินัยหรือไม่ นายสราวุธตอบว่าสำนักงานศาลจะรวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม พิจารณาในวันที่ 7 ต.ค.นี้

ผอ.โรงพยาบาลแจงอาการ

ต่อมาเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 7 โรงพยาบาลศูนย์ยะลา นพ.บรรยง เหล่าเจริญสุข ผอ.โรงพยาบาลยะลา พร้อม นพ.สมชาย กิตติพงศ์ นายแพทย์ผู้รักษาอาการบาดเจ็บของนายคณากรร่วมกันแถลงข่าวถึงอาการบาดเจ็บของนายคณากรโดย นพ.บรรยงกล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ได้รับทราบว่า ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ใช้ปืนยิงตัวเองและถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล จากการตรวจมีรอยกระสุนที่ทรวงอกด้านซ้าย ทะลุไปหลังด้านซ้าย ตรงทางเข้าคือบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ทางออกคือด้านหลังด้านซ้าย แพทย์ผู้ตรวจคิดว่าจะโดนบริเวณชายปอดด้านซ้ายและบริเวณม้ามแต่การเอกซเรย์ทรวงอกพบว่าไม่มีรอยรั่วในช่องปอด และจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบว่า อาการในขณะนั้นไม่น่าที่จะผ่าตัดแต่ต้องให้อยู่ที่ห้อง ICU เพื่อที่จะช่วยเรื่องการหยุดเลือดแล้วให้ยา

ผู้ป่วยยิ้มแย้มแจ่มใส–ปลอดภัย

นพ.บรรยงกล่าวอีกว่า ดังนั้นต้องอยู่ ICU ประมาณ 1 วัน เพื่อดูในเรื่องของภาวะเลือดออกในช่องท้อง พร้อมกันนี้แพทย์ได้ติดตามในเรื่องของสัญญาณชีพ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือภาวะเลือดออกในช่องท้อง จากการเฝ้าดูพบว่าสัญญาณชีพปกติแต่ยังต้องคอยเฝ้าดูอาการต่อไป ยังไม่ต้องผ่าตัดม้าม หลังจากผู้ป่วยดีขึ้นได้ย้ายไปห้องพิเศษ และคอยเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด “ล่าสุดตอนเช้าวันนี้ไปดูอาการพบว่าผู้ป่วยยิ้มแย้มแจ่มใสดี ส่วนช่องท้องยังคงมีอาการปวดอยู่แต่ไม่มาก แพทย์ได้เอกซเรย์ดูอีกที เมื่อเช้านี้พบว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกเรื่องหนึ่งที่โรงพยาบาลและแพทย์ต้องดูแลคือในเรื่องของสภาวะจิตใจจะให้แพทย์ทางจิตเวชเข้าไปดูแล ทีมจิตเวชจะเข้าไปเยียวยาต่อไป สรุปได้ว่าขณะนี้ผู้ป่วยอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด พยายามไม่ให้ใครไปเยี่ยมโดยที่ไม่จำเป็นเพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนเต็มที่ คาดว่าจะให้ผู้ป่วยพักฟื้นไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์” นพ.บรรยงกล่าว

ทีมจิตเวชประเมินสภาพจิตใจ

ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ยะลา กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยพบว่าผู้ป่วยไม่มีความเครียดใดๆ แต่ต้องให้ทีมจิตเวชเข้ามาประเมินอีกทีหนึ่ง ส่วนกระสุนปืนเป็นกระสุนของปืน 9 มม. โชคดีที่ไม่ถูกม้ามแค่เฉียดๆ และลูกกระสุนปืนทะลุหลัง ลักษณะนี้ถือว่าสาหัสต้องดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในเรื่องของสภาพจิตใจ สำหรับวิถีกระสุนปืนไม่ได้ถูกจุดอันตรายคือม้ามหรือไต ส่วนกรณีที่ว่าผู้ป่วยจะจงใจหรือไม่จงใจยิงไม่สามารถบอกได้ เพียงแต่ดูหลักฐานทางการแพทย์เท่านั้น

เมีย 1 ใน 5 จำเลยเผยนาทียิงอก

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ภรรยาของ 1 ใน 5 จำเลยที่เข้าร่วมฟังคำพิพากษาในวันเกิดเหตุ โดยภรรยาของจำเลย 1 ใน 5 กล่าวว่า ได้เข้าร่วมฟังคำพิจารณาคดีของสามีที่ศาลจังหวัดยะลา หลังฟังคำพิพากษารู้สึกดีใจที่ผู้พิพากษาสั่งยกฟ้อง แต่หลังจากนั้นผู้พิพากษาได้หันหน้าไปทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วหันหน้ามาใช้อาวุธปืนจ่อที่หน้าอกตัวเอง ตนเห็นเช่นนั้นรู้สึกตกใจและหลับตาลงในทันที เพราะไม่กล้าที่จะมอง วินาทีนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดก่อนที่ร่างของผู้พิพากษาจะล้มลง แล้วเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ในขณะนั้นได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

แฉ จนท.นำตัวผัวไปซักถาม

“รู้สึกขอบคุณผู้พิพากษาที่ได้พิจารณาคดียกฟ้องไม่ให้สามีมีความผิด ฉันเชื่อและยืนยันมาโดยเสมอว่า สามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายตามที่เป็นข่าว ก่อนที่สามีจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ฉันและสามีได้ไปทำสวน แล้วมีเจ้าหน้าที่มาหาที่บ้าน แต่เราไม่อยู่เพราะอยู่ที่สวน พอกลับมามีเพื่อนบ้านบอกว่ามีเจ้าหน้าที่มาหา สามีไปหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพาไปพบเจ้าหน้าที่ที่อำเภอบันนังสตาแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวและนำตัวกลับมาตรวจค้นที่บ้านไม่พบอะไร เจ้าหน้าที่บอกว่าจะเชิญตัวสามีไปซักถามเพิ่มเติมก่อนถูกควบคุมไปที่ศูนย์ซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อครบ 7 วัน ถูกส่งตัวไปควบคุมต่อที่ศูนย์ซักถามภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 1 ปีกว่าแล้วที่สามีถูกควบคุมตัวและตกเป็นจำเลยในคดีดังกล่าว” ภรรยา 1 ใน 5 จำเลยกล่าว อย่างไรก็ตาม ฉันจะพยายามต่อสู้คดีและจะยื่นขอประกันตัวสามีจะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวต่อไป” ภรรยา 1 ใน 5 จำเลยกล่าว

“สิระ” เสนอ กมธ.กฎหมายฯ แก้ไข

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนฯ กล่าวถึงกรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้ปืนยิงตัวเองว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ในแวดวงตุลาการ เพราะสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อระบบยุติธรรมของศาล ไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น ดังนั้น วันที่ 9 ต.ค. จะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุม กมธ.กฎหมายฯ ลงมติว่าจะรับพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่ ไม่ใช่การก้าวก่ายอำนาจตุลาการแต่เป็นการทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อพิจารณาถึงสาเหตุของปัญหาอันจะนำไปสู่แนวทางแก้ไขต่อไป

ส่องปัญหาเกิดจากระบบหรือคน

“ในส่วนที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม กมธ.จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่จะดูเรื่องข้อกฎหมายว่ามีปัญหาที่ทำให้เกิดการแทรกแซงและไม่ยุติธรรม ตามที่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาจริงหรือไม่ จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเพื่อห้ามกระทำการตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง ทั้งห้ามกระทำการใดๆอันมีผลเป็นการแทรกแซงผลคำพิพากษา ตามข้อเรียกร้องของนายคณากรหรือไม่ รวมถึงการศึกษาโครงสร้างรายได้ของผู้พิพากษาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ หากมีใครโหนกระแสบิดเบือนให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทำลายล้างการเมือง คนเหล่านั้นสมควรถูกประณาม ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่มีต้นตอมาจากขั้นตอนกระบวนการศาลต้องแก้ปัญหาที่ศาล โดยการปฏิรูประบบศาลเสียที แต่ถ้าเกิดที่ตัวบุคคล กฎหมายต้องนำบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย” รองประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนกล่าว

แนะตั้งกล้อง-เสียงพิจารณาคดี

ขณะที่นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ อนุกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีผู้พิพากษายิงตัวเองกลางศาล ระบุเหตุผลจากการถูกแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีว่า สมัยตนเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านกฎหมายกระบวน การยุติธรรม พยายามผลักดันโครงการบันทึกภาพและเสียงในการพิจารณาคดีเพราะเป็นประโยชน์ช่วยผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีให้มีสมาธิรับฟังคำเบิกความของพยานอย่างมีประสิทธิภาพ การบันทึกภาพและเสียงจะมีประโยชน์ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ทำให้ผู้พิพากษาศาลสูงมีโอกาสเห็นภาพและเสียงเหตุการณ์ขณะที่พยานเบิกความ มีผลทำการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพื่อจัดทำคำพิพากษาแม่นยำ สร้างความเชื่อถือให้ประชาชน ลดปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร ทั้งนี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้รับงบประมาณจัดทำโครงการดังกล่าวมาแล้วแต่อาจได้รับงบฯไม่เพียงพอจึงอยากให้ประธานกรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ ส.ส.และ ส.ว.ช่วยสนับสนุนงบฯให้สำนักงานศาลยุติธรรมจัดทำโครงการดังกล่าวทุกศาลทั่วประเทศ ให้บรรลุผลเพื่อประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม

“บิ๊กตู่” ให้ทุกฝ่ายรอผลประชุม กต.

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุผู้พิพากษายิงตัวเองที่ จ.ยะลาว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด เช้าวันเดียวกันนี้นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในฐานะเลขานุการ กต.ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและได้พูดคุยรวบรวมเก็บข้อมูลต่างๆ เสนอคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ กต.จะประชุมวันที่ 7 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาลต้องรอให้ศาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการก่อน นายกฯฝากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีหลักฐานข้อเท็จจริงอย่างไร ให้ดำเนินการอย่างชัดเจนและทำให้ปรากฏอีกทั้ง นายกฯทราบด้วยว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่มีการหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยความคิดเห็นแบ่งออกเป็นสองฝ่ายจึงอยากให้ทุกฝ่ายรอฟังผลการประชุม กต.

ตอก “ปารีณา” โพสต์เรื่องส่วนตัว

นางนฤมลกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองว่าเป็นเรื่องการจัดฉากว่า ถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัว และเรื่องนี้เป็นเรื่องของทางพรรคพลังประชารัฐ อย่างไรก็ตาม อยากขอร้องทุกฝ่ายว่าขอให้เรื่องดังกล่าวมีความชัดเจนออกมาเสียก่อนก่อนที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา และไม่ว่าจะเป็นความเห็นของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหรือของใครก็ตาม ต้องถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวจึงอยากจะขอร้องว่าขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนอย่าเพิ่งแสดงความคิดเห็นอะไรจนกว่าทาง กต.จะสรุป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คณากร เพียรชนะผู้พิพากษายิงตัวเองยะลาสำนักงานยุติธรรมบรรยง เหล่าเจริญสุขสราวุธ เบญจกุลข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้