ข่าว
100 year

กอ.รมน.ภาค 4 ปัด ก้าวก่ายศาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

เลขาก.ต.ยันอธิบดี มีสิทธิ์ตรวจสำนวน

ผู้พิพากษาใจเพชรอาการดีขึ้นออกจากห้องไอซียูแล้ว ภรรยาและลูกดูแลใกล้ชิด “วันนอร์” เข้าเยี่ยมให้กำลังใจลั่นศาลต้องไม่ถูกแทรกแซง ส่วนอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ปัด ไม่ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุที่เกิดขึ้น โฆษกศาลยุติธรรมแฉเฟซบุ๊กปลอมอ้างเป็นอธิบดีผู้พิพากษา นัดไลฟ์แถลงข่าวป่วนสถานการณ์ ส่วนเลขา ก.ต.ยันรับรายงานข้อเท็จจริงแล้ว เตรียมนำเข้าที่ประชุม ก.ต.พร้อมคำแถลงการณ์ของผู้พิพากษา โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. โต้ไม่ใช่คดีความมั่นคง ยันทหารก้าวก่ายอำนาจตุลาการไม่ได้

จากกรณีนายคณากร เพียรชนะ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/62 หมู่ 8 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาล จังหวัดยะลา ใช้ปืนจ่อยิงตัวเองเข้าใต้ราวนมซ้าย 1 นัด ฟุบคาห้องพิจารณาที่ 4 ศาลจังหวัดยะลา เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังพิพากษายกฟ้องจำเลย 5 คน ในคดีสำคัญท่ามกลางความตกตะลึงของอัยการโจทก์ จำเลยและญาติๆที่มาฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ผ่าตัดรักษาจนพ้นขีดอันตราย โดยก่อนเกิดเหตุนายคณากรได้ไลฟ์สดเผยถึงความเครียดบางอย่าง ขณะที่นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ระบุสาเหตุเกิดจาก ความเครียดส่วนตัว ส่วนนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในฐานะเลขานุการ ก.ต. เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุม ก.ต. ในวันจันทร์ที่ 7 ต.ค.

“วันนอร์” ให้กำลังใจผู้พิพากษา

ความคืบหน้าการเยียวยาผู้พิพากษาใจเพชรเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ รพ.ศูนย์ยะลา อ.เมืองยะลา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ พร้อมนายอับดุลอายี สาเม็ง ส.ส.พรรคประชาชาติ นายมุข สุไลมาน กรรมการบริหารพรรค เข้าเยี่ยมอาการนายคณากร เพียรชนะนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หลังใช้ปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณา กระสุนเจาะเข้าใต้ราวนมซ้ายทะลุปอดทะลุออกจากด้านหลัง จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า อาการของท่านผู้พิพากษาพ้นขีดอันตรายแล้ว อาการดีขึ้น รู้สึกตัว โต้ตอบได้เล็กน้อย ให้กำลังใจท่าน ขอให้ลืมเหตุการณ์ที่ผ่านไป มุ่งมั่นในการที่จะดูแลความยุติธรรมให้กับประชาชนต่อไป

ลั่นศาลต้องไม่ถูกแทรกแซง

หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นตัวอย่าง ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นต่อไป คือกระบวนการยุติธรรมต้องอิสระ ยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซงใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ ทราบว่าก่อนหน้านี้ ท่านผู้พิพากษาได้ยื่นเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานรัฐสภา ช่วยดูแลในข้อของกฎหมาย ทำอย่างไรให้ศาลชั้นต้นมีอิสระไม่ถูกแทรกแซง และท่านยังส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลกระบวนการยุติธรรมให้สามารถทำงานได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ในเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัตินั้น ยังมีคณะกรรมาธิการ เรื่องของกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระและสิทธิมนุษยชน ตนคิดว่าคำร้องที่ท่านยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานรัฐสภา คงจะนำให้คณะกรรมการกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระและสิทธิมนุษยชนนำไปพิจารณาต่อไป

ภรรยา–ลูก ดูแลใกล้ชิด

ต่อมานายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมทนายความมุสลิม จะเข้าเยี่ยมอาการนายคณากร แต่ไม่สามารถเยี่ยมได้เพราะแพทย์สั่งงดเยี่ยม กระทั่งเวลาเที่ยงเศษ พยาบาลย้ายนายคณากรไปพักฟื้นที่ตึกพิเศษยี่เกียว ชั้น 2 โดยนายอนิรุตใจเทียง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยะลา เข้าเยี่ยมดูอาการในช่วงบ่าย พร้อมเผยว่านายคณากรอาการปลอดภัยแล้ว มีภรรยาและลูกเดินทางมาตั้งแต่เมื่อคืน เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าหน้าที่ของศาลจังหวัดยะลาดูแลช่วยเหลืออยู่ตลอด 24 ชม. ส่วนปืนพกที่ใช้ยิงต้องขอตรวจสอบก่อน สำหรับนายคณากรย้ายมาจาก จ.ปัตตานี เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

อธิบดีผู้พิพากษาฯ ปัดให้สัมภาษณ์

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านพักอธิบดีผู้พิพากษา ภาค 9 เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมืองสงขลา ขอเข้าพบนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 9 เพื่อสอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9” ว่าคืนนี้จะไลฟ์แถลงการณ์ถึงเรื่องราวทั้งหมด โดยบอกคนตัดหญ้าให้ไปแจ้งนายเพิ่มศักดิ์ขอสัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นมีชายเดินออกจากบ้านบอกว่าเป็นตำรวจดูแลบ้านพักแจ้งว่าท่านไม่สะดวกจะให้พบหรือให้ข้อมูลใดๆ อ้างว่านายเพิ่มศักดิ์มีภารกิจต้องออกไปข้างนอก พร้อมปิดประตูรั้วทันที

โฆษกศาลฯยันเฟซบุ๊กปลอมป่วน

ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ได้โพสต์เฟซบุ๊กทำนองว่าออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลายิงตัวเองในห้องพิจารณาคดีว่า ได้รับการประสานข้อมูลจากนายเพิ่มศักดิ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ถ้อยคำดังกล่าวไม่เป็นความจริง นายเพิ่มศักดิ์ไม่เคยมีการชี้แจงลักษณะดังกล่าวลงในสื่อโซเชียลเลย และเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่ใช่ของอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 แต่อย่างใด

เลขา ก.ต.ยันไม่มีการแทรกแซงศาล

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เผยว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 และนายอนิรุธ ใจเที่ยง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยะลาเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปเสนอต่อคณะกรรมการตุลาการศาล หรือ ก.ต. ในวันที่ 7 ต.ค. และได้รายงานไปยังนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาล พร้อมกันนี้ได้เตรียมรายละเอียด เช่น คำแถลงการณ์ต่างๆของผู้พิพากษาคนดังกล่าวเพื่ออธิบายแก่ ก.ต.แล้ว และต้องรับข้อมูลจากอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง เมื่อถามว่ามีการอ้างว่าเหตุเกิดจากการทำคำพิพากษา จะกระทบต่อผู้พิพากษาอื่นหรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า เรื่องอำนาจของอธิบดี ผู้พิพากษามีกำหนดชัดเจนในกฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ส่วนจะมีการแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลหรือไม่ ให้รอฟังผลการประชุม ก.ต. ก่อน ขอย้ำว่าผู้พิพากษามีความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงแน่นอน

ทหารโต้ไม่ใช่คดีความมั่นคง

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวถึงกระแสสังคมจับจ้องทหารฝ่ายความมั่นคงกรณีผู้พิพากษายิงตัวเองในศาลหลังโพสต์ ขอคืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา และคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีความมั่นคง เป็นเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงราษฎรเสียชีวิต 5 ราย ใน ต.ตาเนาะ-ปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2561 พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องมีจำเลย 5 คน ได้แก่นายสุกรี มูเซะ นายสะแปอิง สะเตาะ นายแวอาแซ แวยูโซะ นายมัสสัน เจะดือเระ และนายอับดุลเลาะ มะสาเม็าะ โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จำเลยทั้ง 5 ราย เนื่องจากพยานและหลักฐานไม่เพียงพอให้เชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์

ยันทหารก้าวก่ายตุลาการไม่ได้

พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายทหารไม่เคยมีใครเข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการยุติธรรม การสั่งฟ้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาล มีการยกฟ้องคดีตั้งมากมายก็ไม่เคยปรากฏว่าผู้พิพากษาจะถูกย้าย หรือถูกปลด ไล่ออก และคงไม่มีใครที่จะมีอำนาจทำเช่นนั้นได้อำนาจฝ่ายทหาร ฝ่ายบริหาร ไม่สามารถเข้าแทรกแซงหรือก้าวก่ายอำนาจฝ่ายตุลาการได้ และที่ผ่านๆมาได้เคยมีคำพิพากษายกฟ้องคดีความมั่นคงมากมาย ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกคนเข้าใจดีว่า การใช้ดุลพินิจต้องยึดมั่นพยานหลักฐานที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่าจำเลยได้ทำความผิดจริง

จี้นายกฯตรวจสอบหาคนแทรกแซง

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีใครในรัฐบาลเข้าไปแทรกแซงหรือก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายตุลาการหรือไม่ เพราะผิดหลักการแบ่งแยกอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ต้องเร่งไต่สวนข้อเท็จจริงว่า ฝ่ายบริหารในองค์กรของศาลได้เข้าไปแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาอย่างไม่ชอบธรรมหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าในแถลงการณ์ส่วนตัวของนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ยืนยันว่าถูกแทรกแซงการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะผิดหลักความเป็นอิสระของศาล ขณะนี้สังคมกำลังตื่นตระหนกเกี่ยวกับข่าวดังกล่าว จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการใช้อำนาจของรัฐและความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกฝ่ายต้องเร่งนำความเชื่อมั่นกลับคืนมาโดยเร็ว ที่สำคัญกระบวนการไต่สวนหาความจริงต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นประชาชนจะไม่เชื่อถือคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายแน่นอนถ้าชาวบ้านรู้สึกว่าความยุติธรรมไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้

“เชาว์” ติงต้องฟังให้รอบด้าน

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 5 ต.ค.นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กกรณีข่าวผู้พิพากษายิงตัวเองหน้าบัลลังก์ว่า ผู้พิพากษาอ้างว่ากดดันถูกแทรกแซงคดีจากผู้บังคับบัญชา สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักทำนองเห็นใจผู้พิพากษาโจมตีอธิบดีศาลและระบบศาลยุติธรรม ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องฟังความให้รอบด้าน รวมทั้งต้องดูรายละเอียดในเนื้อหาคดีทั้งหมดถึงจะสามารถชั่งน้ำหนักได้ว่าฝ่ายไหนถูกผิด เชื่อว่าอีกไม่นานความจริงจะกระจ่าง

ยันอธิบดีศาลฯ มีอำนาจตรวจสำนวน

ต่อมานายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และเลขานุการ กต.กล่าวถึงประเด็นที่วิจารณ์กันในสื่อโซเชียลมีการแทรกแซงคดีจนเป็นสาเหตุกดดันว่า คำพิพากษาถือเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยก่อนการอ่านคำพิพากษาได้ แต่ในกฎหมายพระธรรมนูญ มาตรา 11 (1) ให้อำนาจอธิบดีนั่งพิจารณาและพิพากษาคดีใดๆของศาลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้วมีอำนาจทำความเห็นแย้งได้ และสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้พิพากษาในศาลนั้นในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา และในมาตรา 14 ระบุไว้ด้วยว่า ให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นผู้พิพากษาในศาลที่อยู่ในเขตอำนาจด้วยผู้หนึ่ง ดังนั้น อธิบดีมีสิทธิที่จะตรวจสำนวนคำพิพากษา แม้ไม่ได้ขึ้นไปนั่งพิจารณาคดี ก็มีข้อแนะนำได้ แต่อธิบดีไม่สามารถก้าวก่ายการตัดสินของผู้พิพากษาได้ ไม่สามารถแทรกแซงการทำงานได้ หากผู้พิพากษาไม่เห็นตามนั้น สามารถยืนยันความเห็นตนเองได้

“ปิยบุตร” เผยผู้พิพากษาติดต่อแจ้งเรื่อง

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเรื่องผู้พิพากษายิงตัวในห้องพิจารณาคดีว่า นายคณากรเคยเขียนมาหาทางกล่องข้อความเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ และเฟซบุ๊กของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ช่วงเดือน ก.ย. ถามมาว่าพรรคมีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับการประกันหลักความเป็นอิสระผู้พิพากษาในการตัดสินคดี ไม่ให้มีผู้บริหารศาลแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หลังจากนั้นเขียนมาสั้นๆอีกว่า ต้องการติดต่อเพื่อเปิดเผยข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการที่ท่านคิดว่ามีกระบวนการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ทางเราพยายามตรวจสอบว่าเรื่องราวต่างๆเป็นอย่างไร แต่มาเกิดเหตุการณ์เสียก่อน ก่อนที่ท่านผู้พิพากษาจะยิงตัวเองนั้น ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวท่านได้มีการโพสต์เอกสารแถลงการณ์ 25 หน้า ที่คงได้เห็นกันแล้ว รวมถึงโพสต์คลิปก่อนยิงตนเอง แต่ปรากฏว่าหลังเกิดเหตุการณ์ ไม่ทราบว่าคลิปและเอกสารต่างๆ นั้นหายไปจากเฟซบุ๊กส่วนตัวท่านได้อย่างไร โดยหลังจากนั้นได้มีผู้หวังดีส่งเอกสารเหล่านี้ และเอกสารประกอบอีกหลายชิ้นมาให้ทางพรรคอนาคตใหม่

ชี้หาจุดสมดุลผู้บริหารดูร่างคำพิพากษา

“กรณีที่เกิดขึ้นมีประเด็นที่น่าสนใจคือ มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจำนวนมากที่มีความอึดอัดร้องเรียนมาแบบนี้ ว่าพวกคดีนโยบาย พวกคดีสำคัญต่างๆ สุดท้ายแล้วผู้บริหารศาลจะลงมาพิจารณา ซึ่งสามารถทำได้ตามระเบียบของศาล ที่ให้มีการตรวจคำพิพากษาโดยผู้บริหารศาลได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ พรรคอนาคตใหม่ในฐานะที่ติดตามเรื่องกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดคิดว่า อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินหน้าพูดคุยกันระหว่างองค์กรตุลาการ ศาล และผู้พิพากษาแต่ละลำดับ หาข้อตกลงกันว่า แนวทางต่อไปเกี่ยวกับเรื่องผู้บริหารศาลเข้ามาดูร่างคำพิพากษาต่างๆนั้น จะเอาจุดไหนที่สมดุลกันระหว่างการให้ความเป็นอิสระกับองค์คณะ พร้อมกับรักษาแนวคำพิพากษาให้สอดคล้องต้องกันทั้งระบบ อาจเป็นโอกาสที่ต้องพูดคุยกันออกแบบเรื่องนี้ว่าจะเอาอย่างไร” นายปิยบุตรกล่าว

วอนอย่าโยงเป็นประเด็นการเมือง

เมื่อถามว่า กรณีที่มีการบอกว่าเรื่องดังกล่าวมีการจัดฉาก เชื่อมโยงประเด็นการเมือง นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่มีใครคิดที่จะมาจัดฉากด้วยเรื่องอย่างนี้ ตนคิดว่าอย่าทำลายเรื่องนี้ อย่าลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยการปลุกปั่นข่าวอย่างนี้เลย ที่ท่านผู้พิพากษาพูดว่า คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน ตนคิดว่า ต้องคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ท่านด้วย วันนี้ท่านรอดชีวิตมาได้ถือว่าเป็นข่าวดี อยากให้มีการคุ้มครองท่าน ภรรยาท่าน รวมถึงจำเลยทั้ง 5 คนด้วย การเข้าไปกดดันต่างๆ ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเท่าที่ทราบ แม้แต่สื่อสารมวลชนเองก็ได้รับการกดดันเหมือนกันในการนำเสนอข่าวนี้ และเรื่องนี้ อย่าคิดกันโยงว่าเป็นประเด็นการเมือง เพราะนี่มันเป็นปัญหาของกระบวนการยุติธรรมที่ผู้พิพากษาคนหนึ่งท่านสะท้อนมา เรื่องนี้ขอให้คิดให้สมควรแก่เหตุอย่าเล่นการเมืองบนชีวิตของคนให้มากเกินไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้พิพากษายิงตัวเองศาลจังหวัดยะลาคณากร เพียรชนะยะลาพ้นขีดอันตรายข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้