ข่าว
100 year

ปล้นทอง 22 ล้าน! 5 โจรกวาดไปหนัก “15 กิโล”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 ส.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

อุกอาจใจกลางตลาดนาทวี แต่งคล้าย จนท.ใส่เสื้อเกราะจี้ชิงรถตู้โดยสารมาก่อเหตุ

อุกอาจ 5 คนร้ายแต่งกายชุดเขียวคล้ายเจ้าหน้าที่รัฐ สวมเสื้อเกราะ ถือปืนสงคราม บุกปล้นร้านทองใหญ่ในตลาดนาทวี จ.สงขลา ลงมือกลางวันแสกๆอย่างใจเย็นนาน 10 นาที วางแผนแยบยลถอดสายสัญญาณกล้องวงจรปิดในร้านทิ้ง ใช้เก้าอี้ไม้ทุบตู้โชว์แตกกระจาย กวาดทองรูปพรรณไปเกลี้ยง รวมน้ำหนักทอง 1,000 บาท มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท ก่อนเผ่นขึ้นรถตู้โดยสารสายหาดใหญ่-ปัตตานี ที่ดักปล้นมาก่อเหตุขับหลบหนี

แก๊งคนร้ายก่อเหตุปล้นร้านทองครั้งมโหฬาร ได้ทองคำรูปพรรณไปกว่า 15 กิโลกรัมครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.อ.วิวรรธน์ ภักดีรุจิรัตน์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.นาทวี จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองสุธาดา เลขที่ 178-180 ถนนต่างตานุสรณ์ เขตเทศบาลตำบลนาทวี อ.นาทวี หลังรับแจ้งพร้อมด้วย พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9 พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน ผกก. สภ.นาทวี ชุดสืบสวน ภ.จ.สงขลา ชุดสืบสวน สภ.นาทวี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภาค 9 ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 2 คูหา ตั้งอยู่ริมถนนย่านตลาดนาทวี ภายในร้านพบเศษกระจกตู้โชว์ทองแตกกระจายเกลื่อน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า สามารถจับภาพคนร้าย 5 คนที่เข้ามาก่อเหตุได้เฉพาะช่วงที่บุกเข้ามาทางประตูหน้าร้านเท่านั้น เบื้องต้นลักษณะของคนร้ายน่าจะเป็นชาย 3 คน และผู้หญิง 2 คน

สอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุภายในร้านมีพนักงานหญิง 3 คน และหญิงเจ้าของร้าน 1 คน นั่งอยู่หลังตู้โชว์ทอง จู่ๆมี 5 คนร้าย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดรัดกุมสีเขียวเข้มคล้ายเจ้าหน้าที่ สวมเสื้อเกราะสีดำ มีผ้าสีดำคลุมใบหน้า 3 คนถือปืนยาวคล้ายปืนเอ็ม 16 หรือปืนอาก้า ส่วนอีก 2 คนถือปืนสั้น บุกเข้าจี้บังคับพนักงานสั่งให้หมอบลงอย่าต่อสู้ขัดขืน คนร้ายกระจายกันทำงานด้วยความคล่องแคล่ว เหมือนผ่านการฝึกและวางแผนมาอย่างดี คนแรกปรี่ไปถอดสายสัญญาณกล้องวงจรปิด 3-4 จุด อีกคนยกเก้าอี้ไม้ทุ่มใส่ตู้โชว์ทองด้านหน้าจนกระจกแตก คนร้ายที่เหลือช่วยกันกวาดทองจากตู้โชว์ด้านหน้าและตู้โชว์ติดผนังใส่กระเป๋าสะพาย ใช้เวลาก่อเหตุราว 10 นาที ได้ทองคำรูปพรรณ ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไล และต่างหู ไปเกือบหมดร้าน คิดเป็นน้ำหนักทองคำราว 1,000 บาท หรือ 15 กิโลกรัมเศษ มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท ก่อนล่าถอยไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่หน้าร้านหลบหนีไป

จากการสอบสวนพยานแวดล้อมเป็นคนงานก่อสร้างหอนาฬิกาใกล้ร้านทองให้ข้อมูลกับตำรวจว่า เห็นคนร้ายได้ขับรถตู้มาจอดหน้าร้าน ก่อนวิ่งกรูลงจากรถตู้พร้อมปืนยาวอาวุธสงคราม 3 กระบอกบุกเข้าไปในร้าน และกลับออกมาขึ้นรถขับหลบหนีมุ่งหน้าออกนอกตัวเมืองนาทวี ไปตามเส้นทางสู่ อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางพบว่าพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1082 ปัตตานี ด้านข้างมีแถบสีฟ้า-เหลือง เป็นรถโดยสารประจำทางสายหาดใหญ่-ปัตตานี ที่คนร้ายปล้นมาจากพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และจับคนขับรถตู้มัดกับต้นไม้ทิ้งไว้ในสวนยางพารา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังทราบข้อมูล เร่งประสานให้พื้นที่อำเภอรอยต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ข้างเคียง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางสายหลักและสายรอง เพื่อสกัดจับคนร้ายกลุ่มนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเกรงจะหลบหนีข้ามไปฝั่งมาเลเซีย

ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. ตำรวจรับแจ้งพบรถตู้คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จอดทิ้งอยู่ในสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 รอยต่อกับหมู่ 11 บ้านพอบิดใต้ ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา ห่างจากจุดปล้นร้านทองประมาณ 15 กม. รีบนำกำลังไปตรวจสอบ เก็บหลักฐาน พร้อมให้เจ้าหน้าที่วิทยาการเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอของคนร้าย ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่ามีประวัติอาชญากรรมเคยก่อเหตุที่ไหนมาบ้าง เบื้องต้นทราบว่าหลังก่อเหตุปล้นทอง คนร้ายได้ขับรถมาทิ้งไว้ในสวนยาง แล้วขึ้นรถยนต์ที่พรรคพวกขับตามหลังมาหลบหนีต่อไป อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสรถยนต์ที่มารับคนร้ายหลบหนี สันนิษฐานคนร้ายแก๊งนี้ อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ด้วยหรือไม่ เนื่องจากลักษณะและวิธีการก่อเหตุ การแต่งกาย และอาวุธสงครามที่คนร้ายใช้ คล้ายกับปฏิบัติการณ์ของกลุ่มโจรใต้

นายสมัคร อนุจร อายุ 56 ปี เจ้าของร้านทองสุธาดาที่เกิดเหตุให้ข้อมูลกับตำรวจว่า มีร้านทองในพื้นที่ อ.นาทวี รวม 4 สาขา ร้านที่เกิดเหตุเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด เพราะตั้งอยู่ย่านตลาดนาทวี ปกติจะมีลูกค้ามาใช้บริการในแต่ละวันจำนวนมาก แต่ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงบ่ายวันศุกร์ช่วงปลายเดือนมีลูกค้าน้อย คนร้ายได้บุกเข้ามาทุบตู้โชว์ทองด้านหน้าเสียหายรวม 4 ตู้ กวาดทองรูปพรรณไปได้จำนวนมาก น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท อยู่ระหว่างตรวจสอบยอดทองที่คนร้ายปล้นไปให้แน่ชัดอีกครั้ง และที่ร้านไม่ได้ทำประกันภัยไว้แต่อย่างใด

ขณะเดียวกันที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ฐมณ์พงศ์ เพ็ชรพิรุณ ผกก.สภ.หนองจิก พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมกันสอบปากคำนายรอสะลี เยาะเส็น อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ 5 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก คนขับรถตู้ โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1082 ปัตตานี ที่ถูกคนร้ายดักปล้นชิงรถไปก่อเหตุปล้นทอง หลังเข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก ในสภาพร่างกายอ่อนเพลีย และยังมีอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายรอสะลีให้การอ้างว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. มีลูกค้าโทร.มาหาบอกว่าจะขอเหมารถตู้ 1 คันในช่วงสายวันที่ 24 ส.ค. นัดเจอกันที่มัสยิดแยกดอนยาง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก เมื่อถึงเวลานัดได้ขับรถตู้คันดังกล่าวไปรับผู้โดยสาร 3 คน จากนั้นสั่งให้ขับไปรับอีก 1 คน ที่รออยู่บริเวณบ้านควนคูหา ต.บ่อทอง ห่างจุดนัดแรก 5 กม. พอมาถึงคนร้ายได้จับตนมัดมือและใช้ผ้าปิดตาลากลงจากรถ พาไปมัดไว้กับต้นยางในป่า ก่อนขับรถตู้หนีไป และทิ้งมีคนร้าย 2 คนเฝ้าตนไว้ กระทั่งผ่านไปราว 1 ชั่วโมง คนร้ายได้แก้มัดเชือกที่มือให้ พร้อมสั่งว่าอีก 10 นาทีค่อยเปิดผ้าปิดตาออก เมื่อถึงเวลาตนได้เปิดผ้าปิดตาออกปรากฏว่าไม่เห็นใครแล้ว รีบเดินออกมาจากป่าไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านพามาแจ้งความ

หลังจากสอบปากคำ พ.ต.อ.ฐมณ์พงศ์ ได้ประสาน พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กกล.ทพ.จชต. พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมชุดสืบสวน นำนายรอสะลี เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทั้ง 2 จุด เพื่อเก็บวัตถุพยาน และกำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนไล่ตรวจกล้องวงจรปิดทุกตัวอย่างละเอียด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พอทราบข้อมูลเบาะแสของกลุ่มคนร้ายบ้างแล้ว โดยเฉพาะคนร้ายทั้ง 3 คนที่เป็นนกต่อนัดรถตู้ให้มารับ ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งค้นแฟ้มประวัติอาชญากรรมและความมั่นคง เพื่อให้ผู้เสียหายชี้ตัวว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกันหรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการขยายผลติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างกระชั้นชิด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปล้นร้านทองร้านทองสุธาดาสงขลาทองรูปพรรณรถตู้โดยสารหาดใหญ่-ปัตตานีข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้