16 ปีที่รอคอยบ้านหนูมีไฟฟ้าใช้แล้ว นักเรียนสาว ม.4 ที่ อ.หัวไทร เขียนจดหมายวิงวอนขอความช่วยเหลือ ฐานะยากจน ไร้ไฟฟ้าใช้ บ้านที่อยู่ก็ทรุดโทรม ล่าสุด นอภ.หัวไทร นำทีม กฟภ.ต่อไฟฟ้าให้ใช้

จากกรณี น.ส.สุชาดา หวังแก้ว นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนทรายขาววิทยา ชาวบ้าน เลขที่ 89 หมู่ 1 ตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เขียนจดหมายเล่าประวัติตัวเองและครอบครัวขอความช่วยเหลือไปยังชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช และนำออกเผยแพรทางสื่อโชเชียล จนเกิดกระแสการช่วยเหลือครอบครัวนางสาวสุชาดา หวังแก้ว อย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2562 นายธนาวุฒิ บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ และสมาชิกชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเข้าไปตรวจสอบและช่วยเหลือครอบครัว น.ส.สุชาดา เป็นคนแรก ได้นำผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปเยี่ยมครอบครัวของนางสาวสุชาดา โดยได้พบกับ น.ส.สุชาดา หวังแก้ว และนายสาคร หวังแก้ว อายุ 43 ปี พ่อของ น.ส.สุชาดา กำลังปรับพื้นที่เพื่อเตรียมก่อสร้างบ้านหลังใหม่ ในขณะที่น้องสาวซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.6 เรียนที่โรงเรียนบ้านหัวค่าย มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดนอนพักผ่อนอยู่ในมุ้งครอบ โดยมีคุณครูอารี แก้วศรีจันทร์ คุณครูที่ปรึกษาของ น.ส. สุชาดา หวังแก้ว และครอบครัว ได้เดินทางมาเยี่ยมเพื่อรับน้องสาวของ น.ส.สุชาดา ไปพบแพทย์ที่คลินิกในตลาด อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

พ่อของ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า หลังจากเรื่องราวบุตรสาวถูกนำเสนอทางสื่อมวลชน ได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วยเหลือโดยมอบสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้ครอบครัวตนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญทางนายวิทยา แก้วรอด อำเภอหัวไทร และเจ้าหน้าที่ พม.นครศรีธรรมราช กำนัน ต.ทราบขาว ได้เดินทางมาเยี่ยมเมื่อพบว่าบ้านตนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงได้ประสานงานให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.หัวไทร มาต่อไฟฟ้าให้บ้านของตนโดยกำนัน ต.ทรายขาว ช่วยออกค่าใช้จ่ายซื้อสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำให้บ้านตนมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี สร้างความดีใจให้กับตนและลูกทั้ง 2 คนเป็นอย่างมาก เพราะจะได้ทำการบ้านและอ่านหนังสือได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มีผู้ใจบุญในเครือข่ายชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร นำรถ จยย.ใหม่เอี่ยมมามอบให้ 2 คันเพื่อให้ลูกสาวทั้งสองคนปั่นไปโรงเรียน 

...

“แม้ครอบครัวของตนจะมีฐานะยากจน โดยตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวต้องสู้ทนเลี้ยงลูกสาวมานาน 12 ปี ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกสาวทั้งสองคนได้เรียนหนังสือ ซึ่งการออกทำงานรับจ้างก่อสร้างและรับจ้างทั่วไปโดยตามปกติงานก่อสร้างนายจ้างจะจ่ายเงินค่าจางเป็นวีก วีกละ 15 วัน แต่ตนขอค่าจ้างเป็นรายวัน เพราะต้องนำเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือน รวมทั้งให้ลูกทั้งสองคนไปโรงเรียน ทางนายจ้างก็ใจดีให้เบิกเป็นรายวัน และเงินทุกบาทตนใช้จ่ายอย่างประหยัดอย่างที่สุด” นายสาคร กล่าว


ด้านคุณครูอารี แก้วศรีจันทร์ คุณครูที่ปรึกษาของ น.ส.สุชาดา หวังแก้ว กล่าวว่า เรื่องราวของ น.ส.สุชาดา และครอบครัวถูกเปิดเผยขึ้นจากการที่ตนให้เด็กนักเรียนในห้องทุกคนเขียนเรียงความประวัติของตัวเองและครอบครัว น.ส.สุชาดา ได้เขียนเรียงความมา 1 หน้ากระดาษ เมื่อตนอ่านก็รู้สึกสงสาร น.ส.สุชาดา และครอบครัว จึงเดินทางมาเยี่ยมบ้านพบว่ามีความเป็นอยู่ที่ขาดแคลนและลำบากเป็นอย่างมาก จึงขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มลูกศิษย์ที่ทำงานอยู่ตามที่ต่างๆ เขาก็ส่งเงินมาช่วยเหลือ และตนยังได้ขอทุนการศึกษาของโรงเรียนให้ น.ส.สุชาดา 1 ทุน ทุนละ 1,500 บาท/ปี โดย น.ส.สุชาดา และน้องสาว บอกว่าทั้งสองไม่มีแม่ ทั้งสองขอเป็นลูกสาวตนได้ไหม ตนจึงตกลงรับทั้งสองเป็นลูกบุญธรรมโดย น.ส.สุชาดา และน้องสาวเรียกตนว่า “แม่ครู” ต่อมาตนได้ส่งจดหมายของ น.ส.สุชาดา ให้กับมูลนิธิประชาร่วมใจและชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร เพื่อขอความช่วยเหลืออีกทางหนึ่งจนกระทั่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวจนมีผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก 

“น.ส.สุชาดา เป็นคนไม่ค่อยพูด มีความประพฤติเรียบร้อย ขยันเรียน ตั้งแต่ ม.1-ม.4 ได้เกรดเฉลี่ยในเทอมที่ผ่านมา 2.76 ทั้งๆ ที่บ้านขาดแคลนหลายๆ อย่าง ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ โดยมั่นใจว่า หากมีความพร้อมเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ น.ส.สุชาดา และน้องสาวจะมีผลการเรียนดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน สำหรับการช่วยเหลือแยกออกเป็น 2 เรื่อง ประกอบด้วยเรื่องเงินทุนการศึกษาของ น.ส.สุชาดา และน้องสาว ตนและ ผอ.โรงเรียนและครูโรงเรียนทรายขาววิทยาอีกท่านหนึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ ทั้งนี้ หากต้องการช่วยเหลือเรื่องเงินทุนเพื่อการศึกษาก็สามารถโอนเงิน เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาหัวไทร ชื่อบัญชี “น.ส.สุชาดา หวังแก้ว” หมายเลขบัญชี 678-3-22917-3 ตนและ ผอ.รวมทั้งคุณครูอีกท่านจะช่วยดูแลเรื่องเงินทุนการศึกษาให้อย่างใกล้ชิด” คุณครูที่ปรึกษาของ น.ส.สุชาดา กล่าว 

ขณะที่ นายธนาวุฒิ บริสุทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการก่อสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัว น.ส.สุชาดา ทางชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร ได้เปิดบัญชีรับบริจาค บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขา อ.หัวไทร ชื่อบัญชี “ชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร” เลขที่บัญชี 449-0-53050-0 โดยมีการอัปเดตบัญชีทุกวันและแจ้งยอดเงินให้ทราบทุกวันทางเฟซบุ๊กอาสาชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร ล่าสุดมีผู้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างบ้านแล้วกว่า 30,000 บาท และมีผู้บริจาคเป็นวัสดุก่อสร้างเป็นอิฐบล็อกและเสาปูนมาให้อีกจำนวนหนึ่ง หากผู้ใจบุญต้องการบริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างบ้าน สามารถโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.089-7351524

ส่วน น.ส. สุชาดา นักเรียน ม.4 กล่าวว่า ด้วยความยากจน ฐานะลำบากแร้นแค้นพ่อเคยคิดสั้นจะฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษให้เสียชีวิตทั้งครอบครัวมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่โชคดีที่พ่อลุกขึ้นมาสู้ชีวิตอย่างเด็ดเดี่ยว จนทำให้มาถึงวันนี้ที่ดีกว่าวันที่ผ่านๆ มา ซึ่งตอนนี้บ้านหนูมีไฟฟ้าใช้ และทราบว่าผู้ใจบุญกำลังรวบรวมเงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ที่มั่นคง แข็งแรงให้กับครอบครัวตน ทำให้ตนและพ่อรวมทั้งน้องสาวดีใจเป็นอย่างมาก และขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของหนู และหนูขอสัญญาว่าจะเป็นคนดี ตั้งใจเรียนหนังสือโดยมีเป้าหมายในการประกอบอาชีพเป็นครูให้จงได้

...


ล่าสุด ได้มีมูลนิธิซำปอกง (หลวงพ่อโต) และพระโพธิสัตว์กวนอิมทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้ติดต่อประสานงานกับคุณครูอารีย์ แจ้งความประสงค์จะก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์มูลค่า 1 แสนบาทให้กับครอบครัว น.ส.สุชาดา โดยทางคุณครูอารีย์ ได้แจ้งให้ประสานงานติดต่อกับมูลนิธิประชาร่วมใจและชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร เพื่อดำเนินการตามความประสงค์ โดยคาดว่าจะทำการก่อสร้างและติดตั้งบ้านน็อกดาวน์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.