ข่าว
100 year

สธ.ยัน แม่ลูก 6 ร้องรพ.ตรวจผิดคิดว่าติดเอดส์ ผิดนัดไม่มาตรวจซ้ำ

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ค. 2562 19:35 น.
SHARE

สสจ.แจง หญิงร้อง รพ.ทุ่งสง ตรวจผิดคิดว่าติดเชื้อเอดส์ กินยาต้านนาน 5 ปี หนีไปอยู่ที่อื่น เผยผู้ร้องมาคลอดบุตรคนที่ 4 และ 5 แต่ผิดนัดไม่มาตรวจซ้ำ 2 ครั้ง หลังตรวจแล้วผลออกมาไม่ตรงกัน ก่อนโผล่ร้องเรียก 2.5 แสน 

วันที่ 4 ก.ค. ช่วงเย็น ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แถลงกรณี นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ และประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นางมณีรัตน์ คงหอม อายุ 31 ปี ผู้เสียหายจากการตรวจเชื้อเอชไอวีผิดพลาดที่ รพ.ทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จนเข้าใจผิดว่าติดเชื้อเอชไอวีมานานกว่า 5 ปี และต้องย้ายหนีไปอยู่ที่ จ.พิษณุโกก เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น และเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์จรัสพงษ์กล่าวว่า นางมณีรัตน์ผู้ร้อง เคยมาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลทุ่งสง ช่วงระหว่างปี 2549 – 2554 จำนวน 3 ครรภ์ ทางโรงพยาบาลทุ่งสงได้ตรวจเลือด HIV ผลการตรวจเลือดเป็นลบทั้ง 3 ครรภ์ ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2557 ผู้ร้องมาเฝ้าบุตร ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ทุ่งสง ในขณะที่เฝ้าบุตร ผู้ร้องมีอาการเจ็บครรภ์ และได้คลอดบุตรคนที่ 4 โดยไม่ได้มีการฝากครรภ์กับทางโรงพยาบาลทุ่งสงมาก่อน ทางโรงพยาบาลจึงตรวจเลือด HIV โดยวิธี Rapid ผลการตรวจเลือดเป็นบวก และตรวจยืนยันด้วยวิธี HIV ELISA ผลการตรวจเลือดเป็นลบ ทำให้การรายงานผลการตรวจเลือดไม่สามารถยืนยันผลได้แน่ชัด จึงมีการนัดให้ผู้ร้องมาตรวจซ้ำ แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัส HIV กับนางมณีรัตน์ผู้ร้อง ซึ่งตามาตรฐานการบริการต้องให้ยาต้านไวรัสชนิดนี้แก่บุตรด้วย เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง

ทาง รพ.ทุ่งสง ได้นัดให้นางมณีรัตน์มาทำการตรวจเลือดซ้ำในวันที่ 11 ก.พ.2557 แต่ปรากฏว่านางมณีรัตน์ไม่มาตรวจเลือดตามนัด ทางโรงพยาบาลได้นัดใหม่ให้มาตรวจซ้ำในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 แต่ผู้ร้องรายนี้ ก็ผิดนัดไม่ยอมมาตรวจซ้ำ อันเป็นกระบวนการตรวจยืนยันตามหลักการแพทย์ ฝ่ายงานบริการของ รพ.ทุ่งสงได้ติดตามและโทรศัพท์ติดตามให้ผู้ร้องมาตรวจซ้ำ แต่ไม่สามารถติดตามและติดต่อกับตัวของผู้ร้องได้แต่บุตรของผู้ร้องได้มารับการตรวจและรักษา ทานยาต้าน HIV ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ เมื่อทำการตรวจเลือดบุตรซ้ำ ผลการตรวจเลือดเป็นปกติ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งเป็นปีถัดมา ผู้ร้องเดินทางมาที่ รพ.ทุ่งสง ด้วยอาการเจ็บคลอดครรภ์ที่ 5 ทางโรงพยาบาลจึงได้ทำการตรวจเลือดด้วยวิธี Rapid Test ผลการตรวจเป็นบวก และตรวจยืนยันด้วยวิธี HIV ELISA ผลการตรวจเลือดเป็นลบ ทำให้การรายงานผลไม่สามารถยืนยืนได้แน่ชัด ต้องตรวจซ้ำใหม่อีกครั้ง ระหว่างรอผลการตรวจเลือด Inconclusive แพทย์ได้ให้ยาต้าน HIV แก่ผู้ร้องและบุตรคนที่ 5 นางมณีรัตน์ และบุตรคนที่ 5 นอกพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 วัน แล้วออกจากโรงพยาบาลไป โดยไม่มาพบแพทย์ตามแผนการรักษา และหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้อีกครั้ง ซึ่งหากผลการตรวจเลือดออกมาไม่ตรงกัน จะต้องมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจซ้ำ แต่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากผู้ร้องไม่มาตรวจรักษาตามนัด คล้ายกับการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ กรณีตรวจสารยาเสพติด หากผลตรวจเป็นสีม่วง จะต้องตรวจซ้ำว่าสีม่วงเพราะสารเสพติดหรือเพราะเหตุอื่นใดหรือไม่

กระทั่งวันที่ 22 มกราคม 2562 ทางโรงพยาบาลทุ่งสง ได้รับหนังสือจากศูนย์ดำรงธรรม ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เนื่องจากผู้ร้องร้องว่า ชื่อของตนปรากฏอยู่ในระบบสารสนเทศว่าเป็นผู้ป่วยเอดส์ ผู้ร้องได้ร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน 250,000 บาท เมื่อโรงพยาบาลได้รับหนังสือแล้ว ได้พยายามติดต่อกับผู้ร้องแต่ไม่สามารถติดต่อได้กระทั่งในวันที่ 4 มิถุนายน 2562 จึงสามารถติดต่อผู้ร้องได้ จึงได้มีการนัดเจรจา ได้ความว่าผู้ร้องมีส่วนรับผิดเองด้วย ที่ไม่ได้มาตามนัดและติดตามผลการตรวจ ผู้ร้องได้ปรับลดค่าสินไหมลงเหลือ 50,000 บาท และให้โรงพยาบาลตรวจเลือดใหม่ พร้อมออกหนังสือยืนยันผลเลือดที่ตรวจใหม่ด้วย ทางโรงพยาบาลได้รับข้อเสนอ เพื่อให้ผู้บริหารของโรงพยาบาลพิจารณา ตัดสินใจตามกรอบอำนาจหน้าที่และความเหมาะสม ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้วด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตรวจผิดรพ.ตรวจผิดรพ.ทุ่งสงคิดว่าติดเอดส์ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้