ตำรวจสุราษฎร์ฯ ตั้งด่านสกัดจับรถตู้ขนแรงงานเถื่อน 2 คัน จากกาญจนบุรี ไปสงขลา เปิดประตูเจออัดกันมาเป็นปลากระป๋อง รวม 42 คน สัมภาระอีกเพียบ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ สภ.ท่าชี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ชาญยุทธ เรืองดิษฐ์ ผกก.สภ.ท่าชี พ.ต.ท.สุวิทย์ พินิตภุชพงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าชี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และพนักงานสอบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายขวัญชัย เผื่อนพงษ์ อายุ 33 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนขับรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 30-0781 ประจวบคีรีขันธ์ และนายพิชิต ตุกรุดโทน อายุ 30 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนขับรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนป้ายฟ้า ฮบ 9496 กทม. หลังขับรถตู้ขนแรงงานพม่าหลบหนีเข้าเมือง พร้อมจับกุมแรงงานชาวเมียนมา 42 คน โดยประสานเจ้าหน้าที่ พม. และล่ามชาวเมียนมา ร่วมสอบปากคำ
พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่รับสารภาพว่า มีอาชีพขับรถตู้ อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี และเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้รับการติดต่อจาก นายชาติ ไม่ทราบชื่อจริง ว่าจ้างให้ขับรถตู้ ไปส่งแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจะให้เงินค่าจ้างคนละ 3,000 บาท และได้โอนเงินค่าจ้างมาให้คนละ 10,000 บาท หลังจากนั้นจึงได้ออกเดินจากจังหวัดกาญจนบุรี มาที่ด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีคนต่างด้าวทั้งชายและหญิง สัญชาติพม่ารวม 42 คน เป็นชาย 37 คนและหญิง 3 คน รออยู่ข้างทาง จึงได้รับขึ้นรถ โดยแบ่งเป็นคันละ 21 คน และออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้
โดยมีรถนำเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ แบบตอนครึ่ง สีบรอนซ์ ไม่ทราบทะเบียน จนมาถึงปั๊ม ปตท.บ้านนาเดิม อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้จอดอยู่ที่ปั๊มดังกล่าว เพื่อลงไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ และขับรถออกมาจากปั๊มก่อนรถนำ จนมาถึงด่านตรวจ สภ.ท่าชี หมู่ที่ 1 ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้จอดรถ และขับลงข้างทาง เพื่อจะเลี้ยวหัวรถกลับ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ในที่สุด
...
พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวต่อว่า โดยในวันนี้ได้ระดมพนักงานสอบสวนกว่า 40 นาย เพื่อแยกสอบปากคำชาวต่างด้าวทั้งหมดอย่างละเอียด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่บุคคลต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายร่วมกัน ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลักดันตัวเพื่อส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป.