รอง ผวจ.กระบี่ นำรื้อถอนพืชผลอาสิน ต้นปาล์มในสวนป่าหมดสัมปทาน 1,500 ไร่ เพื่อแก้ปัญหาคนมาเก็บเกี่ยวแสวงหาผลประโยชน์ หวิดปะทะกลุ่มชาวบ้านเรียกร้องที่ทำกิน เจรจากันกว่าชั่วโมงจึงยอมเปิดทาง
เวลา 10.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.62 นายสมโภช โชติชูช่วง รอง ผวจ.กระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.พินิตย์ พรพิทักษ์ หน.ฝ่ายงานข่าว กอ.รมน.กระบี่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยกรป่าไม้ที่ 12 (สาขากระบี่) ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ร.15 พัน 1 รวมประมาณ 250 นาย เปิดยุทธการสนธิกำลังรื้อถอน ทำลาย พืชผลอาสิน ต้นปาล์มน้ำมันในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของบริษัทเอกชนที่หมดอายุสัมปทานเมื่อปี 2560 รวมเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช่องเสียด ป่าเขากลม และป่าเขาช่องบางเหลียง หมู่ 1 บ้านหน้าช่อง ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ โดยมีแผนปฏิบัติการ ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวก่อนนี้มีกลุ่มชาวบ้านที่เรียกร้องให้นำที่ดินมาจัดสรรให้กับคนไร้ที่ดินทำกิน เข้ามาปักหลักยึดครองอยู่ก่อนแล้ว ระหว่างที่กำลังเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อรื้อถอนผลอาสิน พบมีการวางตะปูเรือใบในเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 20-30 คน ถือป้ายข้อความแสดงความต้องการพื้นที่ทำกินเข้ามากดดันและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จนหวิดเกิดการปะทะกันขึ้น
การเจรจาใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง จนกลุ่มชาวบ้านเริ่มใจเย็นลงและยอมรับฟังคำชี้แจงจากนายสมโภช ว่าการมาครั้งนี้เพื่อทำการรื้อถอนพืชผลอาสิน ต้นปาล์มน้ำมันของเอกชนที่หมดสัมปทาน โดยจะไม่ให้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้ามาเก็บผลปาล์มน้ำมันออกไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัว ส่วนพื้นที่จะจัดสรรให้ผู้ยากจนได้ต้องผ่านกระบวนการคัดสรรก่อน ว่าเป็นผู้ยากจนมีรายได้น้อยจริงหรือไม่ จากนั้นกลุ่มชาวบ้านจึงยินยอมให้เจ้าห้าที่เดินทางเข้าไปในส่วนปาล์มน้ำมันทำการรื้อถอนพืชผลอาสิน
ตัวแทนชาวบ้านเผยว่า พื้นที่สวนปาล์มดังกล่าว หลังจากหมดอายุสัมปทานมากว่า 2 ปี มีผู้นำชุมชนบางกลุ่ม เข้ามาเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันให้เอกชน มีหน่วยงานรัฐรู้เห็น บางส่วนก็มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเก็บเกี่ยวผลปาล์มหาเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัว ส่วนกลุ่มชาวบ้านบางกลุ่มก็ลักลอบตัดผลปาล์มในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ทำให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่บ่อยครั้ง
สำหรับพื้นที่สวนปาล์ม 1,500 ไร่ ที่เข้าสู่กระบวนการรื้อถอนในครั้งนี้ เนื่องจากกรมป่าไม้ได้จัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชน ให้ชุมชนเข้ามาบริหารจัดการ ช่วยกันดูแลพื้นที่ในอนาคต โดยก่อนหน้านี้มีการนำพันธุ์ไม้ป่าเข้าไปปลูกแซมในสวนปาล์ม ซึ่งพันธุ์ไม้ที่ปลูกไว้จะเติบโตขึ้นมาทดแทนต้นปาล์มที่หมดอายุไข โดยพื้นที่แปลงดังกล่าวเป็น 1 ใน 14 แปลงทั้งจังหวัด เนื้อที่รวมทั้งหมด 73,000 ไร่เศษ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการรื้อถอน ต่อมามีกลุ่มชาวบ้านหลายกลุ่มรวมทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เข้าไปจับจองอ้างสิทธิทำกิน จนกลายเป็นปัญหาขัดแย้งกันเองหลายครั้งในพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทาน ที่ผ่านมาทราบว่ามีคนบางกลุ่มนำพื้นที่ไปประกาศขายสิทธิครอบครองโดยผิดกฎหมาย
นายสมโภช โชติชูช่วง รอง ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า ในส่วนของการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับผู้ยากไร้นั้น ตอนนี้มีมาลงทะเบียนไว้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจำนวนกว่า 3 หมื่นราย ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินทำกินระดับจังหวัด ต้องพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าเป็นคนยากไร้จริงหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบว่าทีพื้นที่ไปบ้างที่สามารถจัดสรรให้เข้าทำกินได้ ส่วนสวนปาล์มที่ต้องเร่งรื้อถอน เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถือครองโดยผิดกฎหมายของกลุ่มคนหลายกลุ่มที่หวังเข้ามาเก็บเกี่ยวผลปาล์ม ขณะนี้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้วหลายแปลง แต่มีบางแปลงที่มีปัญหาถูกขัดขวาง อย่างไรก็ตาม หลังพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว ชาวบ้านก็ยอมให้เข้าทำการรื้อถอน คาดว่าจะใช้เวลารื้อถอนให้เสร็จใน 1-2 วันนี้.