รองแม่ทัพภาค 4 ลงพื้นที่เกาะพีพีเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ทะเลเป็นสีดำเพราะการปล่อยน้ำเน่าเสีย โดยพบว่าระบบบำบัดรองรับปริมาณน้ำเสียไม่ไหว รวมทั้งมีการฝ่าฝืนปล่อยน้ำเสียลงทะเลโดยตรงด้วย...

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ห้องประชุมโรงแรม พีพี ไอส์แลนด์คาบาน่า บนเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพ ภาค 4 เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จนท.ฝ่ายจัดการน้ำเสียกระทรวงมหาดไทย, จนท.ฝ่ายปกครอง อบต.อ่าวนาง, จนท.กอ.รมน. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, ตร.ท่องเที่ยว, ตม.กระบี่, ตร.น้ำ รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์การแก้ปัญหาน้ำเสีย ที่ถูกลอบปล่อยลงไปในทะเล ซึ่งก่อนหน้านี้มีชาวบ้านในพื้นที่นำคลิปวิดีโอ และภาพน้ำทะเลบริเวณหน้าอ่าวโล๊ะดาลัม บนเกาะพีพี มีสภาพเป็นสีดำ ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นน้ำเสียที่ไหลมาจากบนเกาะ โดยก่อนนี้ทาง อบต.อ่าวนาง เจ้าของพื้นที่สั่งจนท.ลงกวาดขี้เลนตามแนวชายหาด เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมยอมรับว่าบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีบนเกาะ ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำเสียจำนวนมากได้

พล.ต.สิทธิพร กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ จ.กระบี่ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ จึงต้องดำเนินการจัดระเบียบในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องความปลอดภัยของ นทท. ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว ปัญหายาเสพติด ปัญหาการทำงานของคนต่างด้าว ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงระเบียบวินัยของข้าราชการ เพราะหลายๆ ปัญหา เกิดจากการขาดวินัยของ จนท. โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสีย ยกตัวอย่างคลองลาดพร้าว ที่ปัจจุบันมีน้ำใสสะอาด ไม่มีตะกอนสกปรก มีการจัดทัศนียภาพจนสวยงาม ปัจจุบันกำลังดำเนินการกับคลองเปรมประชากร โดยใช้เหล่าจิตอาสาเข้าไปช่วยดำเนินการ

รองแม่ทัพ ภาค 4 กล่าวอีกว่า ปัญหาบนเกาะพีพี เป็นปัญหาเร่งด่วน เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นำเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล จึงต้องเร่งวางระบบแก้ปัญหาระยะยาว เป็นการแก้ปัญหาให้ชุมชน และช่วยเหลือประชาชน

...

ที่ประชุม สรุปปัญหาน้ำเสียบนเกาะพีพี ล่าสุดกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงมหาดไทย ประกาศให้เกาะพีพี เป็นพื้นที่ควบคุมมลพิษทั้ง 2 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีบ่อบำบัด 1 แห่ง รองรับน้ำเสียได้ 400 ลบ.ม.ต่อวัน แต่ในฤดูกาลท่องเที่ยวมีน้ำเสียไหลเข้าระบบสูงกว่า 2,000 ลบ.ม. ต่อวัน ปัญหาที่พบเกิดจากการก่อสร้างในพื้นที่ มีตะกอนไหลลงสู่ลำคลอง ทำให้เกิดการหมักหมม ประกอบกับน้ำเสียที่ล้นจากบ่อบำบัดไหลลงสู่ทะเล

นอกจากนี้ยังมีปัญหาผู้ประกอบการบางส่วน ไม่ยอมส่งน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัด แต่ปล่อยลงสู่ลำคลองโดยตรง เบื้องต้น จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการ เพื่อให้สถานประกอบการปฏิบัติเคร่งครัดเรื่องการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย และเข้าใจระบบบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้องตามมาตรฐาน โดยในช่วงแรกจะขอความร่วมมือก่อนจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายจริงจังกับผู้ฝ่าฝืน นอกจากนี้มีการตั้งชุดเฉพาะกิจแก้ปัญหาน้ำเสียบนเกาะพีพี ขณะเดียวกันทางองค์การจัดการน้ำเสีย กำลังศึกษาเรื่องการขยายบ่อบำบัดให้สามารถรองรับปริมาณน้ำเสียได้ 3,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยรอเพียงงบประมาณดำเนินการ 600 ล้านบาท ที่รอการอนุมัติ

ต่อมา พล.ต.สิทธิพร เดินทางไปตรวจพื้นที่ จุดที่พบน้ำทะเลสีดำ บริเวณอ่าวโล๊ะดาลัม รวมทั้งเส้นทางที่น้ำเสียไหลลงทะเล และบ่อบำบัดของเกาะพีพี เพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป โดยปัญหาที่ยังติดขัดคือเรื่องงบประมาณที่ล่าช้า.