ครูสาวดีกรีนักกีฬายิงปืนทีมชาติ หอบความช้ำใจ ร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังถูก ผอ.โรงเรียน ที่แอบคบกันนาน 10 ปี ทนทำตามทุกอย่างที่สั่ง แต่กลับถูกกลั่นแกล้งให้ออกไปจากชีวิต...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.หญิง ฌณกฐ์ปภัสสญ์ รัตนประเสริฐ อายุ 44 ปี บ้านอยู่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สวี และเป็นนักกีฬายิงปืนแบบรณยุทธ ทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน ได้เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความเป็นธรรมและต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับข้าราชการไทย

ทางด้าน ว่าที่ ร.ต.หญิง ฌณกฐ์ปภัสสญ์ เผยข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนเป็นครูอัตราจ้างแต่ได้รับมอบหมายมาทำหน้าที่ด้านธุรการให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ทำหน้าที่นี้มานานกว่า 10 ปี และตลอดระยะ 10 กว่าปี ได้แยกกันอยู่กับสามีซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ เพราะสามีแอบไปมีภรรยาน้อยหลายคน แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาด โดยตนเป็นผู้รับภาระเลี้ยงลูกสองนำมาอยู่ด้วยกัน ส่วนสามีก็ไปมีลูกกับภรรยาคนใหม่

กระทั่งได้ชอบพอกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเขาก็ได้แยกกันอยู่กับภรรยาเช่นเดียวกัน ตลอดระยะเวลากว่า 9 ปีกว่า ที่อยู่กับ ผอ. แบบไม่เชิงกับลับมากนัก เพราะมีครูในโรงเรียนรู้เกือบทุกคนว่าคบกัน แทบจะกินอยู่ด้วยกัน และ ผอ.ได้ขอร้องให้ตัดผมเกรียนสั้นเหมือนผู้ชาย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อจะได้ไปไหนมาไหนด้วยกันได้สบายใจยิ่งขึ้น ด้วยซื่อสัตย์ในความรักจึงยอมตัดผมสั้นเหมือนผู้ชายและซื้อที่รัดหน้าอก เพื่อให้ดูแบนเหมือนทอม ซึ่งหลังจากนั้นทาง ผอ. ก็พาไปเกือบทุกที่ ทำให้รู้สึกรักมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ ตนเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เงินที่ได้จากเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาปีละนับล้านบาท ก็เอามาปรนเปรอซื้อทุกอย่างที่ ผอ.อยากได้ แม้กระทั่งปืน, มือถือรุ่นใหม่ก็ซื้อให้ เพื่อจะได้สมฐานะความเป็น ผอ.โรงเรียน แต่ความสุขต้องพังลงเมื่อรู้ว่า ผอ.ได้แอบไปคบกับครูอีกโรงเรียน จนทะเลาะมีปากเสียงกัน แต่ด้วยความรักจึงต้องทนและยอมทุกอย่าง แต่แทนที่จะสำนึกกลับหนักขึ้นกว่าเดิม พาครูสาวมาเย้ยให้เห็น

...

หลังจากนั้นทาง ผอ.ก็เริ่มหาเรื่องหนักมากขึ้น เพื่อให้ย้ายออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้ แม้กระทั่งไปแจ้งความว่าตนพกพาอาวุธปืน ล่าสุดไปฟ้องทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ชุมพร เขต 2 ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลโรงเรียนที่เพื่อบีบให้ออก และทาง ผอ.เขต ก็เรียกตนและ ผอ. มาพบ แล้วให้ทำหนังสือขึ้นมา 1 ฉบับ ลงวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุเชิงบังคับไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของ ผอ.อีกต่อไป และห้ามนำข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ดีไปเผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียล รวมทั้งห้ามพูดให้บุคคลอื่นได้ฟัง ลงชื่อร่วมกันทั้งสองคนโดยมีรอง ผอ.เขต ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ ผอ.เป็นคนทำบันทึกดังกล่าว ซึ่งตนก็ต้องยอมเซ็นทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจ เพราะขณะนั้น รอง ผอ.เขต คือคนที่จะต้องเซ็นสัญญาจ้างตนทำงานต่อในอีก 2 วันข้างหน้า

หลังจากที่ทำหนังสือบันทึกดังกล่าวแล้ว ผอ.ก็พยายามกลั่นแกล้ง ยังไม่ยอมเลิกรา จนอยากจะคว้าปืนยิงทิ้งแล้วฆ่าตัวตาย แต่เพราะลูกก็ได้แต่ปลอบใจมาตลอด จึงตัดสินใจมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เพื่อขอความเป็นธรรมและเรียกศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ถูกผู้ชายคนที่รักมาก เป็นถึงข้าราชการระดับผู้บริหาร ย่ำยีจิตใจ และรอง ผอ.เขต ที่ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีพฤติกรรมผิดวินัย โดยตนก็พร้อมจะให้ความร่วมมือในการสอบสวนแม้ใครจะประณามตนก็ตาม ตนก็พร้อมเป็นจำเลยของสังคมแต่ขอทำให้เป็นตัวอย่างแก่วงราชการโดยเฉพาะข้าราชการครูที่โสมมอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนจะได้รวบรวบพยานหลักฐานทั้งหมดตามที่ได้รับร้องเรียน จากนั้นจะแจ้งไปยังต้นสังกัดให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป.