ประชุมก.ต.13พ.ค. โซเชียลล้อเลียน

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แจ้งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบ ภาค 8 ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีคลิปถูกตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ เรียกตรวจใบขับขี่และอาจนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม ก.ต.ในวันที่ 13 พ.ค.นี้ ขณะที่ “พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์” ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ โพสต์ลงเฟซบุ๊กชี้แจงถึงสาเหตุที่แก้ปัญหาให้กับลูกน้องแบบขัดสายตาคนดู เนื่องจากไม่ต้องการให้ถูกฟ้องกลับในภายหลังพร้อมนำฎีกาข้อกฎหมายมาเทียบให้ดู ส่วนบรรดานักร้องใต้ดินในโลกโซเชียลแต่งเพลงล้อเลียน “กูเพื่อนโชค” กระหึ่ม

จากกรณีคลิปฉาวขณะที่ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ขอตรวจใบขับขี่ชายซึ่งอ้างว่าเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ที่ขับรถเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ดผ่านจุดตรวจในพื้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อค่ำวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากชายคนดังกล่าวจะอ้างว่า เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 แล้วยังอ้างเป็นเพื่อน ผกก.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จนเผยแพร่คลิปในโซเชียลจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

กระทั่ง ผบช.ภ.8 ได้เรียก พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ และ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ตำรวจที่ร่วมตั้งด่านและขอตรวจใบขับขี่อธิบดีศาลอาญาทุจริตและประพฤติชอบ ภาค 8 เพื่อชี้แจงเรื่องราวและรายละเอียดในเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมสั่งให้ยกเลิกคำสั่งของ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ที่ย้าย ส.ต.ต.เอกพลไปทำหน้าที่อื่นและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 5 วันเพื่อพิจารณาดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนต่อไป

...

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้เซ็นหนังสือถึง นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงกรณีปรากฏคลิปภาพที่นายไกรรัตน์โดนเรียกตรวจใบขับขี่จนมีการกระทบกระทั่งกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านตรวจในพื้นที่ สภ.อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่ทางสื่อมวลชน และคาดว่าเรื่องดังกล่าวอาจจะมีการหยิบยกมาพูดกันในการประชุม คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ในวันที่ 13 พ.ค.นี้

ส่วนความเคลื่อนไหวในพื้นที่เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 10 พ.ค. ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ชื่อ “โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ “ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า “กฎหมายที่ควรรู้ ถ้าท่านอ่านฎีกานี้เข้าใจแล้ว ทุกคนจะรู้ว่าทำไม ผมจึงแก้ปัญหาให้ลูกน้องแบบนั้น เพราะไม่ต้องการให้เขามาฟ้องร้องตำรวจของตัวเองในภายหลัง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกตรวจค้นเป็นนักกฎหมาย “แม้ พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 42 บัญญัติไว้ว่าผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถในขณะขับเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที แต่นั่นมิได้หมายความว่าให้อำนาจเจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกตรวจสอบได้ทุกกรณี เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบได้เฉพาะมีเหตุสงสัยเท่านั้น ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การใช้อำนาจเกินเลยของเจ้าพนักงานย่อมถูกปฏิเสธได้”

พ.ต.อ.โชคดีระบุอีกว่า “เทียบตามฎีกาที่ 8722/2555 เมื่อไม่มีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายที่จะทำการตรวจค้นได้ การตรวจค้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ถูกกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงมีสิทธิโต้แย้งและตอบโต้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองตลอดจนเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบดังกล่าวได้” จากโพสต์ข้อความดังกล่าวมีนักกฎหมายและประชาชนทั่วไปเข้ามาชม แชร์และวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวของ ผกก.โชคดีได้ถูกลบไปหลังโพสต์ได้เพียง 1-2 ชม.เท่านั้น ไม่สามารถอ่านโพสต์ดังกล่าวได้อีก

อย่างไรก็ตาม ในเฟซบุ๊กชื่อ “ผู้พิทักษ์ ชายแดนใต้” ได้โพสต์เอกสารที่ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีเนื้อหาว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2562 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ตั้งจุดตรวจ บริเวณหน้าป้อมสายตรวจจราจร ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ กระทั่งเวลา 19.50 น. ได้มีรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด ที่ปรากฏในคลิปผ่านมา ส.ต.ท.ธีรพงศ์ เพชรจันทร์ทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกรถดังกล่าวให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ ทราบภายหลังว่าเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบ ภาค 8 ได้แจ้งกับ ส.ต.ท.ธีรพงศ์ ว่า ได้กลับมาจากรับประทานอาหารบ้านอยู่แถวนี้

ส.ต.ท.ธีรพงศ์ พยายามขอดูบัตร ท่านเลยแจ้งว่าให้ไปเรียกหัวหน้าชุดมา ระหว่างนั้น ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ได้เข้ามาถ่ายคลิปและแจ้งแก่หัวหน้าชุดว่า “รถคันนี้ไม่ยอมให้ดูใบขับขี่” และพูดสำทับว่า “ผมมีอำนาจเต็มนะครับ” จากนั้นท่านจึงได้แสดงตัวว่าเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 8 และเป็นเพื่อนกับผู้กำกับโชค ทาง ร.ต.อ.ไพศาล ใจห้าว ถามว่าผู้กำกับโชคไหน ท่านตอบว่าผู้กำกับโชคคนปัจจุบันไม่เชื่อไปถามดูระหว่างนั้นรถติดทางญาติที่นั่งมาด้วยทางด้านซ้าย กำลังล้วงใบขับขี่แสดงตัว แต่ ร.ต.อ. ไพศาล ไม่ได้ตรวจสอบ เนื่องจากเข้าใจกันดีแล้วและไม่มีการตรวจค้นแต่อย่างใด ต่อมาในวันเดียวกัน ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ รับทราบเหตุการณ์จึงได้ประสานไปยังท่านเพื่อขอโทษ และท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไรจึงได้เรียกเจ้าหน้าที่จราจรมาทำความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่โดยให้ใช้หลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป ตลอดจนให้มีปฏิภาณไหวพริบในการตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ อย่าให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและหน่วยงาน

...

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค.62 ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายไปขอพบเพื่อปรับความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่และท่านก็เข้าใจไม่ติดใจอะไร ต่อมาวันที่ 8 พ.ค.62 ได้ปรากฏคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวในโลกโซเชียล ทำให้เกิดการเข้าใจผิดเกิดขึ้น ซึ่ง ส.ต.ต.เอกพลผู้ถ่ายคลิปแจ้งว่าได้นำคลิปดังกล่าวแชร์ในไลน์ของ สภ.ทุ่งใหญ่ เป็นการภายใน เมื่อทราบรายละเอียดที่แท้จริงก็ได้ลบทิ้งในเวลาต่อมาแต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในกลุ่มไลน์ไม่ทราบเป็นผู้ใด นำคลิปดังกล่าวไปแชร์ต่อจนเกิดแพร่หลายในขณะนี้ซึ่งไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้าที่ ผกก.ทุ่งใหญ่ ได้สับเปลี่ยนหน้าที่ให้ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจรให้มาปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจร่วมกับ ผกก.ผลัดละ 15 วัน เป็นเวลา 1 ผลัด เนื่องจากเป็นตำรวจใหม่ยังไม่เข้าใจข้อปฏิบัติและเพื่อลดความกดดันไม่ให้กระทบต่อการทำงานระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานอีก และได้รายงานการแชร์คลิปดังกล่าวให้ ภ.จ.นครศรีธรรมราช ทราบอีกทางหนึ่งแล้ว แต่ภายหลังจากมีการแพร่คลิปและมีผลกระทบต่อการทำงานของตำรวจจึงให้ ส.ต.ต.เอกพล กลับไปปฏิบัติงานจราจรเช่นเดิมแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะที่สภากาแฟในพื้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ ยังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง บ้างก็ว่า หากชายที่อ้างตัวเป็นอธิบดีศาลฯ แสดงใบขับขี่ให้ตำรวจดูเรื่องก็จบลงด้วยดี ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปขอตรวจดูใบอนุญาตขับขี่ยังบอกเป็นอธิบดีศาลฯและยังอ้างถึงเพื่อนที่เป็น ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เรื่องเลยบานปลายใหญ่โต

ขณะที่หลายคนต่างชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรชั้นผู้น้อยว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติ ส่วนชายที่อ้างตัวเป็นอธิบดีศาลฯมีแต่เสียกับเสีย นอกจากนี้ ยังส่งผลไปถึง พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วันพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ที่ถูกอ้างชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทกันกับชายคนดังกล่าว กระแสจึงตกเป็นผลลบกับชายที่อ้างตัวเป็นอธิบดีศาลฯหลายคนรอดูท่าทีของต้นสังกัดของชายที่อ้างตัวว่าเป็นอธิบดีศาลฯว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

...

ด้านนายปรีชากร โมลิกา ประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าตรวจดูใบขับขี่เป็นเรื่องปกติที่เราต้องเจอ แม้กระทั่งตนยังโดนยึดใบขับขี่ สาเหตุเพราะรถทะเบียนขาดหรือขับรถผิดกฎจราจร ขณะที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ เราต้องให้เกียรติกันแต่หลังจากนั้นค่อยมาคุยกันหลังไมค์ได้ ไม่เห็นมีอะไร ยืดหยุ่นกันได้เสมอ “กฎระเบียบบนถนน ตำรวจต้องมีหน้าที่ควบคุมความถูกต้อง ทุกคนต้องเคารพ ในโรงพยาบาลมีหมอและพยาบาลต้องทำหน้าที่ควบคุมกฎของ รพ. ดังนั้นเราทุกคนไม่ว่าใครหรือมีอาชีพอะไรต้องเคารพกฎและกติกาบนท้องถนน สถานที่ของใครเจ้าของย่อมรู้กฎดี เราต่างหากที่พยายามฉีกกฎเป็นผู้ใหญ่ต้องมีเมตตากับเด็กผู้น้อย เหตุที่เกิดขึ้นผมมองว่านี่คือเสียงสะท้อน ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกผู้ใหญ่ในบ้านเมืองข่มเหง อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้” นายปรีชากรกล่าว

จากคลิปฉาวที่กระฉ่อนโลกโซเชียลดังกล่าวได้มีกลุ่มคนทำคลิปเพลงล้อเลียนประชดประชัน “ผมเพื่อนโชค” ออกมาหลายราย อาทิ ยูทูบของ “สรวิชญ์ นิ่มโต” ได้ผลิตเพลง “ผมเพื่อนโชค#นักเลงเพลงใต้ดิน” เนื้อหาล้อเลียนประชดประชันรวมทั้งนำคำว่า “ผมเพื่อนโชค” ไปใช้แซวกันในโลกโซเชียลอย่างสนุกสนาน และล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ผาง เพ็ชรสุวรรณ” ได้แต่งเพลง “เลิกจับทั้งอำเภอ” โดยแปลงเนื้อทำนองเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอ” ของนักร้อง “ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ซึ่งหลังจากโพสต์เผยแพร่เพลง “เลิกจับทั้งอำเภอ” เพียง 1 วันมียอดคนเข้าชมแล้วกว่า 50,000 วิว

จากการสอบถาม “ผาง เพ็ชรสุวรรณ” หรือนายนิกาย เพ็ชรสุรรณ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองนครศรีธรรมราชและเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะผู้แต่ง ผู้ร้องและเล่นกีตาร์เพลง “เลิกจับทั้งอำเภอ” กล่าวว่า กระแสจากคลิปตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ตั้งด่านตรวจและขอดูใบขับขี่อธิบดีศาลทุจริตฯ ภาค 8 เป็นกระแสที่ได้รับความสนใจในโลกโซเชียลแรงมาก เลยตัดสินใจแต่งเพลงนี้ขึ้นมาโดยตอนแรกคิดคำสั้นๆ ที่ใช้เป็นชื่อเพลงว่า “เลิกจับทั้งอำเภอ” ซึ่งแปลงมาจากเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอ” ของนักร้องดังเมืองคอนคือ “ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ซึ่งถือว่าเข้ากันได้พอดี และใช้เวลาแต่งเนื้อร้องจนเสร็จสิ้นภายใน 30 นาที จากนั้นจึงนำมาร้องโดยเล่นกีตาร์เปิดเผยในเฟซบุ๊กของตัวเอง ไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจเข้าไปชมมากถึงขนาดนี้

...

ขณะที่ “เณรเชษฐ์” ศิลปินชื่อดังในภาคใต้เจ้าของผลงานเพลง “เด็กกินท่อมก็มีหัวใจ” ได้แต่งเพลง “กูเพื่อนโชค” เผยแพร่ในเฟซบุ๊กและในยูทูบโดยมีผู้เข้าชมและแสดงความคิดเห็นแล้วหลายร้อยครั้ง และคาดว่าจะมีผู้เข้าไปชมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเนื้อหาของเพลง “กูเพื่อนโชค” เป็นเนื้อหาที่เตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เพราะอาจจะเจอผู้หลักผู้ใหญ่อาจจะซวยเหมือนกรณีตำรวจชั้นผู้น้อย สภ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ได้

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจาก พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว 1 ชุด โดยมี พ.ต.อ.สุขเกษม นครวิลัย รอง ผบก.ภ.จ.พังงา ช่วยราชการ ภ.จ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเริ่มจากก่อนการมีคลิป การนำ คลิปออกไปเผยแพร่และการย้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากนั้นจะสรุปผลการสอบสวนและรายงานให้ทาง ผบช.ภ.8 ทราบต่อไป