เร่งออกหมายจับ ผัวเมียบ้านลอยน้ำ เช็กมือถือโผล่เกาะตะรุเตาก่อนล่องหน (คลิป)

ข่าว

    เร่งออกหมายจับ ผัวเมียบ้านลอยน้ำ เช็กมือถือโผล่เกาะตะรุเตาก่อนล่องหน (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

    23 เม.ย. 2562 16:37 น.

    ผบ.ทรภ.3 ย้ำรื้อบ้านลอยน้ำกลางอันดามันเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ด้านคดี ผบก.ภูเก็ตเผยรออัยการสอบสวนเพื่ออนุมัติหมายจับ ส่วน 2 สามีภรรยาพบล่าสุดสัญญาณมือถือโผล่เกาะตะรุเตาก่อนล่องหน...

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) พร้อมด้วย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใน ศรชล.ภาค 3 อาทิ เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ศุลกากร ประมง ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันแถลงการดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำ หลังจากรื้อถอนและเคลื่อนย้ายวัตถุดังกล่าว กลับเข้ามาเก็บไว้ที่บริเวณท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา

    พล.ร.ท.สิทธิพร กล่าวว่า หลังจากมีการตรวจพบสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวกลางทะเล ทัพเรือภาค 3 ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สรุปว่าบนบกเป็นหน้าที่ของจังหวัดภูเก็ตดำเนินการร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และในทะเล เป็นหน้าที่ของศรชล ภาค.3 ซึ่งได้มีการไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาในข้อหากระทำการใดๆ เพื่อให้ราชอาณาจักรหรือส่วนใดของราชอาณาจักรตกอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 และฐานความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย

    “จากการตรวจสอบของทัพเรือภาคที่ 3 และศรชล.ภาค 3 พบว่า วัตถุลอยน้ำนั้นมีความไม่มั่นคงแข็งแรง และสุ่มเสี่ยงที่จะพังลงมา เนื่องจากคลื่นลมเริ่มแรง และโซ่ที่ยึดตรึงมีการส่ายไปมา จึงได้สั่งการให้นำเรือหลวงศรีราชา ซึ่งเป็นเรือบัญชาการ พร้อมด้วยเรือหลวงมันใน และเรือหลวงริ้นทำการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายวัตถุกลับเข้าฝั่ง ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยและลากเข้ามายังฝั่งที่บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ตด้วยความเรียบร้อย จากนั้นจะส่งมอบให้กับเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต เป็นผู้ดูแลรักษาร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เนื่องจากวัตถุพยานสำคัญ” ผบ.ทรภ.3 กล่าว

    พล.ร.ท.สิทธิพร กล่าวอีกว่า การปฏิบัติภารกิจดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการดำเนินการไปตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะเป็นการยับยั้งการกระทำที่จะเกิดขึ้นอีกในภายภาคหน้า รวมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบสิ่งผิดกฎหมาย หรือต้องสงสัยที่เกิดขึ้นในทะเล ขอให้ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสด้วย สำหรับค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการปฏิบัติการรื้อถอน และเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำเข้าฝั่งนั้น มีเฉพาะในส่วนของค่าน้ำมันและค่าเบี้ยเลี้ยงกำลังพลเท่านั้น ซึ่งส่วนนี้สามารถที่จะฟ้องร้องเรียกร้องจากผู้กระทำผิดได้

    ด้าน นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบสถานที่ที่เป็นโรงงานผลิตบ้านลอยน้ำ โดยสำนักงานอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมจังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบการขออนุญาตก่อตั้ง พบว่าไม่มีการขออนุญาต ขณะเดียวกันให้ อบต.ไม้ขาวตรวจสอบการขออนุญาตปรับพื้นที่ เป็นที่ดินของเอกชนนั้น พบว่าอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งจะดำเนินการรวบรวมความผิดที่เกี่ยวข้องส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในภายหลัง

    ขณะที่ พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของคดีนั้น พนักงานสอบสวน สภ.วิชิตได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขออนุมัติให้สำนักงานอัยการสูงสุดแต่งตั้งพนักงานสอบสวนขึ้นมาร่วมสอบสวนในคดีนี้ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 119 เนื่องจากเป็นคดีเกิดขึ้นนอกอาณาจักร ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งคาดว่าจะมีการแต่งตั้งพนักงานสอบสวนมาร่วมดำเนินการในเร็วๆ นี้ จากนั้นจะสามารถขอออกหมายจับทั้งสองคนได้ เพราะขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานได้พร้อมแล้ว โดย สภ.วิชิตจะใช้เครนยกวัตถุลอยน้ำทั้งสองชิ้นขึ้นมาตรวจสอบ และจะเก็บรักษาไว้บนฝั่ง เนื่องจากเป็นวัตถุพยานสำคัญในคดี

    “ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งคณะทำงานในคดีนี้ โดยมี พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ขณะนี้ได้มีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของโรงงานผลิตและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ไปบางส่วนแล้ว ขณะที่ตัวของผู้ต้องหา ทั้งชาวต่างชาติและภรรยาคนไทยนั้น จากการติดตามตัวพบว่ามีการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เกาะตะรุเตา จ.สตูล เชื่อว่าทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกัน และยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บ้านลอยน้ำ ภูเก็ตบ้านลอยน้ำทัพเรือภาค 3ภูเก็ตรื้อบ้านลอยน้ำข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 06:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์