ชาวบ้านร้องสื่อ “โรคชิคุนกุนยา” ระบาดป่วยกว่า 20 ราย โดยโรคนี้มียุงลายเป็นพาหะ แพร่ระบาดในชุมชนหลายหมู่บ้าน แจ้งหน่วยงานเกี่ยวข้องยังนิ่งเฉย ไม่ออกมาจัดการป้องกันยุงลาย...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เมษายน 62 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางสาวพรรณีลักษณา ไกรมา อายุ 29 ปี ชาวบ้าน หมู่ 16 ตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ตนเองพร้อมครอบครัวซึ่งมีพ่อแม่และพี่ชาย ได้เดินทางไปกรุงเทพมหานครเพื่อไปเยี่ยมญาติ ระหว่างทางตนเองได้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะตามข้อกระดูกอย่างรุนแรง นอกจากนั้นยังมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ตามมาอีกด้วย จากนั้นจึงได้แวะเข้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถว จ.เพชรบุรี โดยทางแพทย์ได้ให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากพบว่าเป็นไข้สูงและคาดว่าน่าจะเป็นไข้เลือดออก พร้อมทั้งได้ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อ

ผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา กล่าวต่อว่า หลังใช้เวลาถึง 2 วัน จนมาทราบผลว่า ตนเองมีเกล็ดเลือดต่ำ ไข้สูง ซึ่งเป็นอาการของโรคชิคุนกุนยา โดยทางแพทย์ได้แจ้งอีกว่า จำเป็นจะต้องรักษาผู้ป่วยตามอาการ คือ หากไข้สูงก็จะกินยาลดไข้พร้อมเช็ดตัว หากปวดตามข้อกระดูกก็ต้องกินยาแก้ปวด นอกจากนี้ทางแพทย์ได้แนะนำให้ตนเองต้องพักผ่อนให้มากๆ และหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปกับดื่มน้ำให้มากๆ

...

นางสาวพรรณีลักษณา กล่าวอีกว่า ตนเองแปลกใจว่าทำไมเป็นโรคนี้ ทางแพทย์จึงต้องบอกว่าให้รักษาตามอาการ ทำไมไม่รักษาให้หายขาดไปเลยเหมือนกับโรคหรือไข้อื่นๆ คำว่ารักษาตามอาการทำให้ตนต้องคิดมาก และยังทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเพื่อนบ้านมองตนเองเป็นตัวน่ารังเกียจ เป็นตัวนำโรคสู่ผู้อื่น และยิ่งเมื่อสองวันที่ผ่านมาตามตัวของตนเองเป็นผื่นเม็ดขึ้นเต็มตัว ยิ่งทำให้คนอื่นมองในแง่ไม่ดีไปด้วย ทั้งที่ตนเองเป็นเพียงไข้ชิคุนกุนยาเท่านั้น

ด้านนายธวัฒชัย ไกรมาก อายุ 57 ปี พ่อของนางสาวพรรณีลักษณา กล่าวว่า ตนเองไม่สบายใจหลังจากที่ลูกสาวเป็นไข้ชิคุนกุนย่า เกรงว่าโรคนี้ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรคจะไปกัดคนอื่น จนแพร่ระบาดขยายวงกว้างไปกว่านี้ ตนจึงไปแจ้งให้ทางเทศบาลเนินสันติทราบเรื่อง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในท้องถิ่น แต่ทางเทศบาลกลับนิ่งเฉย ไม่ดำเนินการอะไร นอกจากนี้ทางสาธารณสุขอำเภอท่าแซะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพักของตนเองก็รับทราบเช่นกัน

บิดาของผู้ป่วย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ มีข้อมูลว่ามีการแพร่ระบาดและมีผู้ป่วยจากโรคชิคุนกุนยา ในพื้นที่ หมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 15 ตำบลท่าแซะ จ.ชุมพร แล้วกว่า 20 ราย แต่หน่วยงานเกี่ยวข้องกลับนิ่งเฉย ตนจึงต้องร้องต่อสื่อเพื่อให้เป็นกระบอกเสียงกระตุ้นให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาดำเนินการฉีดพ่นหมอกควันและเร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมไม่ให้โรคได้แพร่ขยายออกไปสู่ชุมชนตำบลอื่นต่อไป.