พี่สาววอนผู้พบเห็น แจ้งเบาะแส น้องสาวหายจากบ้าน ไร้ร่องรอยนาน 7 ปี หลังแต่งงานกับดาบตำรวจได้ 3 เดือน พ่อแม่แก่ชราเศร้า อยากเจอหน้าลูกอีกครั้งก่อนตาย ...

วันที่ 22 เมษายน ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางมยุรี คงนวล อายุ 51 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย “รี บิ้วตี้” ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง กำลังทุกข์ใจอย่างหนัก เนื่องจากน้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว คือ น.ส.นันทณัช ฤทธิ์ดี หรือ แมว อายุ 38 ปี หายไปจากบ้านตั้งแต่เดือน เม.ย.2555 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 7 ปีแล้ว แม้ครอบครัวจะพยายามติดตาม แต่ก็ไม่มีวี่แวว

นางมยุรี เผยว่า น.ส.นันทณัช หรือ น้องแมว หายออกไปจากบ้านเมื่อช่วงเดือน เม.ย.2555 ตอนนั้นอายุประมาณ 32 ปี โดยก่อนจะหายออกไปจากบ้านน้องสาวของตนกลับมาพักที่ร้านเสริมสวยแห่งนี้ หรือ อาจจะเข้ามาเก็บเสื้อผ้า เนื่องจากเวลาว่างๆ ก็มาช่วยตนเองทำผมให้ลูกค้าด้วย ตนเองก็ให้พักที่ร้าน ซึ่งก็มีกุญแจเข้า-ออก ได้สะดวก

ต่อมามีดาบตำรวจนายหนึ่ง มาชอบพอและจะขอแต่งงานด้วย ซึ่งน้องสาวบอกไม่ได้รัก แต่ดาบตำรวจคนนั้น ก็พยายามตามตื๊อ ซื้อข้าวของ ทรัพย์สินของมีค่าให้มากมาย รวมถึงซื้อรถยนต์ให้ 1 คัน น้องก็รับไว้แบบขัดไม่ได้ ก็บ่นอยู่ตลอดว่าไม่ได้รัก

นางมยุรี เล่าอีกว่า จนดาบตำรวจนายนี้ ขอให้แต่งงานด้วย น้องสาวตนก็ไม่อยากแต่ง เพราะไม่ได้รัก อีกทั้งมีแฟนที่กำลังคบหาดูใจ ซึ่งเป็นทอมอยู่แล้ว ต่สุดท้ายตนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ น้องสาวก็ตัดสินใจยอมแต่งงานกับดาบตำรวจคนดังกล่าว และอยู่กินกันได้ประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น หลังแต่งงาน น้องสาวก็ขออนุญาตสามีไปเรียนเสริมสวยเพิ่มเติมที่กรุงเทพฯ โดยทางสามีเป็นคนส่งเสียให้เรียนจนจบ แล้วก็กลับบ้านที่ จ.ตรัง แต่ยังไม่ทันพบหน้าสามี เพราะตนเองเพิ่งมารู้ทีหลัง ว่าน้องสาวได้นัดสามี ให้ไปเจอกันที่บ้านพ่อแม่ที่ อ.ย่านตาขาว ในวันรุ่งขึ้น แต่พอถึงเวลานัด น้องสาวตนเองกลับหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

...

หลังจากนั้นถัดมาอีกปี ประมาณปลายปี 2556 ตนเองก็ได้รับจดหมายจากเทศบาลตำบลวิชิต จ.ภูเก็ต ว่าให้ย้ายชื่อของ น.ส.นันทณัช น้องสาวตนเองออกจากบ้านเลขที่ 64/38 ม.2 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของตน เนื่องจากเจ้าตัวได้ขอย้ายปลายทางไปเข้าอยู่บ้านเพื่อนเลขที่ 2/205 ม.6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.2556 ทราบดังนั้นตนเองก็เดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อหาบ้านหลังนี้แต่ก็ทราบว่า เจ้าของได้ขายบ้านไปแล้ว

“ทำให้ความหวังที่พอจะมีอยู่บ้างดับมืดลงไปอีก กลับมาถึงบ้านพ่อแม่ซึ่งมีอายุมากแล้วก็ตามถามหาน้องสาว ว่าเจอมั้ย อยากให้พาตัวกลับมาบ้านด้วยกัน แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวัง”

นางมยุรี เล่าอีกว่า ทุกวันนี้โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ญาติพี่น้องทุกคนต่างก็กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ความสุขไม่เต็มที่เหมือนแต่ก่อน เพราะขาดน้องสาวคนสุดท้อง โดยเฉพาะพ่อและแม่ ซึ่งมีอายุมากแล้วไม่รู้จะมีชีวิตอยู่อีกกี่วัน ก็ยังมีอาการโศกเศร้า ซึม พวกเราทุกคนอยากเห็นพ่อแม่ มีความสุขสักครั้งในบั้นปลายของชีวิต ซึ่งยอมรับว่า หมดปัญญาที่จะตามหา และไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ยังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ หรือถ้าน้องสาวตนจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ขอให้ได้ทราบข่าวก็ยังดี จนถึงทุกวันนี้ตนเองหลับตานอนทุกคืน ก็คิดถึงแต่เรื่องนี้ตลอด แต่ตนเชื่ออยู่เสมอว่า น้องสาวยังมีชีวิตอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ตนยังรอน้องสาวกลับมาเสมอ

จึงขอวิงวอน หากผู้ใดพบทราบเบาะแสหรือพบเห็นผู้หญิงที่มีลักษณะเหมือนน้องสาวตนเองกรุณา แจ้งมาที่หมายเลข 083-388-4040 ด้วย.