ทภ.4 ส่ง ฮ. ขึ้นบินสนับสนุนค้นหาหนุ่มใหญ่หายตัวจากเทือกเขานางนอน 5 วันแล้ว หลังชักชวนกันไปเก็บรังผึ้ง จนเกิดอาการตื่นกลัวแล้ววิ่งเตลิดหายเข้าไปในป่า โดยไม่รู้ชะตากรรม ต้องนำเครื่องเซ่นไหว้มาประกอบพิธี นอกจากนั้น นอภ.ทุ่งใหญ่ ตร. กู้ภัย อส. ป่าไม้ ต้องระดมทีมเข้าช่วยค้นหา ...
จากเหตุการณ์กลางดึกคืนวันที่ 13 เม.ย. นายสุขเกษม สอนเฒ่า อายุ 46 ปี อาชีพช่างก่อสร้างบ้านเดิมชาว จ.อุดรธานี ได้หายตัวไปขณะชักชวนกันขึ้นไปเก็บรังผึ้งเพื่อเอาน้ำหวานร่วมกับนายบุญฤทธิ์ หรือป้อม ไหมทอง อายุ 40 ปี ลูกเขย และนายปิยะนัย หรือเล็ก อักษรทอง อายุ 42 ปี เพื่อนบ้าน บนเทือกเขานางนอน หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ทำให้หลายฝ่ายระดมกำลังช่วยกันออกค้นหาแต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่พบเจอตัวเป็นวันที่ 6
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 เม.ย. นายนพดล กีรติกรพิสุทธิ์ นอภ.ทุ่งใหญ่ เป็นผู้ประสานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย มี พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ดูแลเรื่องความสงบปลอดภัย การค้นหามีกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย อาทิ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ กู้ภัย มูลนิธิฯ ต่าง ปภ.ประชาชน ปูพรมไปยังจุดต้องสงสัยที่คาดว่านายสุขเกษมจะไปหลบซ่อนตัว แต่ก็ยังไม่พบเจอ
ทางนางลำไย สอยเฒ่า ภรรยา และลูกได้พึ่งทางไสยศาสตร์นำหมอที่มีชื่อเสียงจากที่ต่างๆ มาทำพิธี รวมถึงพราหมณ์ และพระสงฆ์ มาทำพิธีบนจุดที่นายสุขเกษมหายตัวไปบนเทือกเขา แต่ก็ยังไร้วี่แวว การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากพื้นที่เป็นที่กว้างเนื้อที่ 30,000 ไร่ กำลังกระจายกินรัศมีกว่า 5 กม.ทั้งทิศเหนือและทิศใต้
ต่อมาในตอนบ่าย นายนพดล กีรติกรพิสุทธิ์ นอภ.ทุ่งใหญ่ ประสานมาทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เพื่อประสานขอความร่วมมือจากกองทัพภาค 4 สนับสนุนขอเฮลิคอปเตอร์ช่วยขึ้นบินวนค้นหาโดยรอบเทือกเขานางนอนหลายกิโลเมตร แต่ก็ไม่พบเจอตัวจึงต้องยุติภารกิจลงเนื่องจากใกล้จะมืดค่ำ ในส่วนความร่มมือ นายอทัย หรืออั๋น พงศ์สว่าง นักเรียนโรงเรียนทุ่งใหญ่วิทยาคม เป็นจิตอาสานำถุงดำมาช่วยเก็บขยะที่นับวันมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากมีประชาชนที่ทราบข่าวและมาดูเหตุการณ์การค้นของเจ้าหน้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ทำให้ได้รับการยกย่องและมีผู้ทำตามช่วยกันเป็นจิตอาสาเก็บขยะจนดูสะอาดตา
ทางด้านนายสิบปภาส สงทิพย์ นายก อบต.กรุงหยัน กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐว่า ทางองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงหยันได้จัดทำข้าวกล่องมาบริการให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้กินกัน รวมถึงนำน้ำดื่มจำนวนมากมาคอยบริการให้กับประชาชนทั่วไปได้ดื่มกินกันอย่างทั่วถึง ด้วยการใช้งบประมาณฉุกเฉินสำรองจ่ายไปก่อนแล้วมาทำเบิกงบในภายหลังที่เสร็จสิ้นภารกิจจนกว่าจะพบเจอตัวผู้สูญหายในครั้งนี้ ในแต่ละวันจะใช้งบประมาณ 5,000-8,000 บาท จำนวนข้าวกล่องที่นำมาบริการวันละ 150-200 กล่อง ส่วนประชาชนจิตอาสาบางรายได้นำน้ำดื่ม ข้าวกล่อง ขนมหวานต่างๆ มาแจกให้ได้กินกันอย่างทั่วถึง.