ตร.เผย สาวอุดรฯในคลิปที่โดนแฟนบีบคอที่โพสต์ลงโซเชียล มีคนแห่เข้ามาชมและกดแชร์นับล้าน กลายเป็นที่วิพากษ์การทำร้ายผู้หญิง ซึ่งเจ้าตัวยังไม่กล้าสู้หน้าสังคม ขอหลบทำใจก่อนเข้าให้ปากคำ...

กรณีสาวอุดรฯ โพสต์ภาพและคลิปโดนแฟนหนุ่มทำร้ายด้วยการบีบคอในห้องนอน โดยมีภาพเอกสารผลการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ภาพศีรษะปูดบวม และภาพหน้าเฟซบุ๊กของแฟนหนุ่มที่ใช้ชื่อว่า Mum Thawatchai ลงในเพจชื่อดัง ทำให้มีคนเข้าไปชมและกดแชร์อย่างรวดเร็วนับล้าน พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำร้ายร่างกายผู้หญิง ทำให้แฟนหนุ่มออกมาโพสต์สาเหตุที่ทำเพราะมีเหตุผล และขอให้ลบคลิปดังกล่าว ส่วนหญิงสาวที่ถูกทำร้ายในคลิปได้ออกมาโพสต์ว่าได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว และจะไม่ขอทนอีกต่อไป ซึ่ง พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ได้สั่งการให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ติดตามชายหญิงในคลิปมาสอบถามข้อเท็จจริง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ปฎิบัติหน้าที่รองหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ได้นำกำลังออกไปบ้าน น.ส.เอ นามสมมติ อายุ 24 ปี และ นายบี นามสมมติ อายุ 21 ปี ชาวเทศบาลนครอุดรธานี หนุ่มสาวในคลิป แต่ไม่พบทั้งสองคน และต่างก็ปิดโทรศัพท์มือถือทำให้ติดต่อไม่ได้ พบเพียงปู่กับย่าซึ่งเป็นผู้ปกครองของ น.ส.เอ เล่าว่า เลี้ยง น.ส.เอ มาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่แยกทางกัน หลานสาวกำลังเรียนอยู่ชั้นปี 4 วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี จะไม่อยู่บ้าน เพราะแยกไปอยู่หอพัก แต่ไม่ทราบว่าไปอยู่กับใคร พอเห็นคลิปหลานสาวถูกทำร้าย ปู่และย่าก็รู้สึกโกรธผู้ชายที่ทำร้ายหลานสาวมาก เพราะเป็นคนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กยังไม่เคยทุบตีหลานสาวเลย 

...

พ.ต.ท.อรรคพล เปิดเผยว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 7 มีนาคม แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บไม่มีหลักฐานชัดเจน พนักงานสอบสวนจึงได้ส่งไปตรวจร่างกายกับแพทย์ เพื่อยืนยันว่าถูกทำร้ายจริงหรือไม่ ซึ่งหลังจากนั้นคลิปได้ถูกโพสต์ในวันที่ 11 มีนาคม หลังเกิดเหตุมาประมาณ 5 วันแล้ว ตำรวจได้รวบรวมไว้คือทราบชื่อ รู้รายละเอียดพฤติการณ์ต่างๆ พอสังเขป พอใบแพทย์ยืนยันว่าถูกทำร้ายจริง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการโพสต์คลิปจนเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล ทำให้ผู้เสียหายเองเกิดความวิตกกังวล จึงไม่อยากจะออกมาสู้หน้ากับเพื่อน สังคม คนที่รู้จัก จึงขอกลับไปทำใจซักพัก ซึ่งตำรวจได้ประสานกับผู้ปกครอง ยืนยันว่ายังใช้ชีวิตปกติ ไม่มีการข่มขู่ทำร้ายแต่อย่างใด หากสภาพจิตใจดีขึ้น ก็พร้อมที่จะให้ผู้ปกครองพามาพบตำรวจเพื่อสอบปากคำดำเนินคดี 

"คดีนี้ถือว่า พฤติการณ์ทางคดียังไม่ครบถ้วน เพราะพฤติการณ์ทางคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดขึ้นอย่างไร เพราะวันที่มาแจ้งเหตุ ผู้เสียหายแจ้งเพียงว่าถูกทำร้าย แต่รายละเอียดในวัน เวลา เมื่อไร ใช้อาวุธใดหรือไม่ และการที่บาดเจ็บตามใบรับรองแพทย์ ต้องมีการรักษาต่อเนื่องถึงขั้นสาหัสหรือไม่ และพยานหลักฐานที่สำคัญคือคำให้การของผู้เสียหายเอง ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่า หากสภาพจิตใจพร้อมเมื่อใด ก็จะเข้ามาพบกับตำรวจ"

พ.ต.ท.อรรคพล เปิดเผยต่อว่า หากชายหญิงในคลิปดังกล่าว กลับไปคืนดีกัน ตำรวจต้องย้อนกลับไปดูว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในระดับใด ซึ่งถ้าเป็นไปตามประมวลกฎหมายคดีอาญา มาตรา 391 ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบปรับในชั้นโรงพักได้ และผู้เสียหายยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ ก็สามารถเปรียบเทียบปรับและคดีสิ้นสุดได้ แต่ถ้าเข้าตามมาตรา 295 ซึ่งเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ต้องเข้าสู่ขบวนการแจ้งข้อหา และนำสู่ขบวนการพิจารณาในชั้นศาล ส่วนการโพสต์คลิป ยังไม่ถือว่าผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะผู้เสียหายโพสต์เอง แต่ถ้าแฟนหนุ่มในคลิป แจ้งว่าได้รับความเสื่อมเสีย จากการโพสต์คลิปดังกล่าว ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้  ส่วนทางกลุ่มเพื่อนของทั้งสองให้ข้อมูลว่า ทั้งสองมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ แล้วกลับมาคืนดีกัน เพื่อนรู้ว่าเป็นเรื่องปกติจนเอือมระอา.