ชาวบ้านหินร่ม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ลางานกลับบ้านหวังลงคะแนนเลือกผู้ใหญ่บ้าน ปรากฏว่าอำเภอดันประกาศเลื่อนเลือกตั้งในวันสุดท้าย อ้างเจอชื่อผี ไม่รู้ใครมาอยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่ สุดท้ายชาวบ้านยกขบวนไปร้องจังหวัด

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 12 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหินร่ม ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จำนวนกว่า 100 คน เดินทางเข้าชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมืองพังงา เพื่อขอคำชี้แจงคำสั่งเลื่อนการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.คลองเคียน จากทางจังหวัด

ทั้งนี้ ทางชาวบ้านหินร่มต้องการให้มีการเลือกตั้งตามประกาศทางอำเภอให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านหินร่ม ในวันที่ 13 ก.พ.62 จนกระทั่งในวันที่ 12 ก.พ.62 ทางอำเภอตะกั่วทุ่ง ปิดประกาศขอเลื่อนการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าทางผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งร้องขอให้ทางอำเภอตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากพบว่ามีบัญชีรายชื่อของบุคคลที่ไม่ได้อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านจำนวนกว่า 100 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอำเภอตะกั่วทุ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรายชื่อตามที่ผู้สมัครร้องขอให้ตรวจสอบแล้วพบว่า มีบางรายไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจริง จึงเสนอให้นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ออกไปเป็นวันที่ 14 มี.ค.62 ส่งผลให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งในพื้นที่ไม่พอใจกับประกาศเลื่อนการเลือกตั้งที่เหลือเพียงวันเดียว แต่กลับมีการประกาศเลื่อนวันออกไปอีก 1 เดือน และรายชื่อที่อ้างถึงนั้นส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีทะเบียนบ้านในพื้นที่จริง หากตัดสิทธิ์การลงคะแนนเลือกตั้ง จะส่งผลกระทบกับรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ส.ส.เขตจังหวัดพังงาด้วยหรือไม่ จึงได้มาชุมนุมเพื่อต้องการคำตอบในเรื่องนี้

จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 4 ชั่วโมง นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ ปลัดจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง ร่วมกันชี้แจงระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ อส. เฝ้าสังเกตการณ์และรักษาความสงบเรียบร้อย

ด้านชาวบ้านหินร่มที่เข้ารับฟังไม่พอใจกับคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ พร้อมซักถามถึงอุปสรรค ปัญหา หากเลื่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งออกไป โดยให้เหตุผลว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดต้องลางานและขาดงานเพื่อตั้งใจมาลงคะแนนเสียง ขณะที่บางรายมีทะเบียนบ้านในพื้นที่ แม้ว่าจะทำงานนอกพื้นที่ เมื่อถูกตรวจสอบ และอาจจะมีการตัดสิทธิ์ลงคะแนนในครั้งนี้ ขณะที่จ้าหน้าที่ตอบได้เพียงว่า ดำเนินการไปตามระเบียบของทางราชการ ทำให้ชาวบ้าที่มารอรับคำตอบไม่พอใจและเกิดคำถามตามมาอีกหลายประเด็น จนในที่เมื่อได้รับคำตอบยืนยันว่าทำตามระเบียบ ชาวบ้านจึงได้โห่ร้องและไม่พอใจ โดยสรุปว่าชาวบ้านพร้อมกลับภูมิลำเนาเพื่อตั้งหลักศึกษาหาข้อกฎหมายที่ชัดเจน และพร้อมที่จะมาชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมในวันรุ่งขึ้น จากนั้นได้แยกย้ายกันกลับไป.