ข่าว
100 year

เมืองทุเรียน-กาแฟ อีกเสน่ห์ของยะลา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์13 ก.พ. 2562 05:01 น.
SHARE

“เรารักษาเมืองยะลามากว่า 15 ปี พอเหตุการณ์สงบ ก็คิดถึงทิศทางการเติบโตในวันข้างหน้า ผมกำลังมองว่าจะทำอะไรเพิ่ม” นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เกริ่นนำ

ข้อแรกที่คิด ณ วันนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (จีดีพี) ตั้งแต่ปี 2559 รายได้ประชาชาติต่อหัวต่อคนยะลาน้อยที่สุดในภาคใต้ ขนาดเทียบกับสามจังหวัดด้วยกันยังตกมากกว่าปัตตานี

นั่นเพราะความเป็นศูนย์กลางของจังหวัดยะลาลดลงไป เหตุผลที่ลด เพราะการคมนาคม

ในอดีตเมื่อ 50 ปีที่แล้ว คนเดินทางด้วยรถไฟ ทุกคนต้องมายะลา มุสลิมไปทำพิธีฮัจญ์ ก็มาขึ้นรถไฟที่ยะลา แต่พอโลกยุคใหม่เปลี่ยนก็ไปเครื่องบิน

“ความจำเป็นต้องมายะลาไม่มีแล้ว” นายพงษ์ศักดิ์ว่า “ความเป็นศูนย์กลางของสามจังหวัดก็ลดลง เพราะฉะนั้นความสามารถในการแข่งขันของเมืองก็ลดลงด้วย”

ข้อสอง ถนนหนทางดีขึ้น สมัยก่อนคนสะบ้าย้อยจะไปกรุงเทพฯก็มาขึ้นรถไฟที่ยะลา เดี๋ยวนี้คนสะบ้าย้อยก็ขับรถไปเอง โดยไม่ต้องมาผ่านเมือง นี่คือโจทย์ใหญ่ที่มองว่าจะต้องสร้างเมืองในเรื่องความสามารถในการแข่งขันกลับคืนมา

ข้อสาม เรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจยะลา คนยะลาพึ่งยางพาราถึง 70% ของเศรษฐกิจทั้งหมด พอราคายางลดลงก็พากันซบเซา ไม่มีตัวอื่นมาชดเชย แต่ถ้าเป็นการท่องเที่ยวอาจจะมีที่เบตง แต่ในตัวเมืองยังไม่มี

“ถ้าผมเป็นคนร่างนโยบาย ก่อนอื่นต้องถามว่าทำไมต้องมายะลา ก็ไม่มีคำตอบ”

แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องไปปัตตานี ยังมีเหตุผลคือ ไปไหว้ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ไปไหว้หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ หรือทำไมต้องไปนราธิวาส ก็อาจไปขึ้นเครื่องบิน แต่มายะลายังไม่มีเหตุที่ต้องมา

ข้อสี่ ประชากรน้อยที่สุดยะลามีประชากร 520,000 คน ปัตตานี 700,000 คน นราธิวาส 790,000 คน

นายพงษ์ศักดิ์ยกตัวอย่าง คนนราธิวาสมากกว่ายะลา 270,000 คน กินข้าวยำคนละห่อ คนนราธิวาสกินข้าวยำมากกว่าคนยะลา 270,000 ห่อต่อมื้อ ห่อละ 10 บาท มื้อหนึ่ง 2 ล้านเจ็ด ถ้าสามมื้อก็ 8 ล้าน เดือนหนึ่ง 240 ล้านบาท ปีหนึ่ง 2,800 ล้านบาท เฉพาะค่าข้าวยำ นี่คือสิ่งที่มีผลทั้งสิ้น

ยะลามีต้นทุนที่ดีมากในเรื่องภาคเกษตร ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ปลูกผลไม้ทุกชนิดอร่อยหมด แต่ผลผลิตมวลรวมในภาคเกษตรหมื่นสองพันล้าน ซึ่งต่ำมาก เพราะพึ่งยางพาราอย่างเดียว

จังหวัดยะลาปลูกผลไม้ ส้มโชกุนสุดยอดคือโชกุนยะลา ปลูกกล้วยหินดีที่สุด เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI (Geographical Indication) ลองกองยะลาดีที่สุด หอม หวาน แห้ง ปลูกทุเรียนยะลาดีที่สุด แต่ที่อื่น เอาไปหาประโยชน์หมด เพราะไม่เคยทำแบรนด์ดิ้ง (ตราสินค้า)

ทุกคนไม่รู้ว่านี่คือทุเรียนยะลา เช่น มูซานคิง พวงมณี หมอนทองสุดยอดที่สุดแถวบันนังสตาขึ้นไป

ข้อห้า ส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ยะลาดีที่สุด

“เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ผมลงไปจับเรื่องเกษตร แต่สิ่งหนึ่งที่พบคือ มายเซต (ความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม) ของคนทำเกษตรล้าหลังมาก สองพันธุ์ทั้งหมดไม่เคยมีการปรับปรุง เนื่องจากว่าเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ จึงไม่มีใครกล้าออกนอกพื้นที่ไปทำการวิจัยพัฒนา”

สาม เหตุการณ์เพิ่งจะดีเมื่อสองสามปี ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเต็มที่ การตลาดก็ยังไม่มี ทุกคนมาหาประโยชน์จากสิ่งที่เป็นความสมบูรณ์ของยะลา เช่น ผลไม้ ซื้อไปแล้วเอาไปขายต่อในนามของอีกจังหวัดหนึ่ง และบวกราคา นี่เป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้

เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว นายกเทศมนตรีนครยะลา จัดประชุมวิชาการเกษตร ครั้งแรกสุดของยะลา เชิญกรมวิชาการเกษตรมาร่วมจัดกับเทศบาล 3 วัน เชิญเกษตรกรทั้งจังหวัดกว่าพันคน อบรมเพื่อสร้างและเปลี่ยนมายเซต

สี่ สมัยก่อนลองกองเยอะมาก แต่ราคาลงเหลือ 2-3 บาท ทำให้เกษตรกรไม่มีแรงจูงใจที่จะปลูก ก็ปล่อยทิ้ง แต่วันนี้ผมคิดว่าการปล่อยทิ้ง ถ้าทำให้มีค่าขึ้นมา สมมติขายได้ 50 บาท ก็ได้กำไร 50 บาท เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คาดหวัง

“วันก่อนผมเชิญชาวสวนลองกอง 200 สวน มาประชุมที่เทศบาลบอกว่าไม่สามารถเอาเงินของเทศบาลไปช่วยได้ เพราะอยู่นอกเขตเทศบาล แต่ผมจะเอาเครือข่ายกับความรู้เรื่องการบริหารไปช่วย ด้วยการเชิญ ธ.ก.ส.มาอธิบายว่าจะช่วยยังไง เชิญท่านผู้ว่าฯลงนาม MOU กับสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)”

เริ่มทำตั้งแต่การบำรุงรักษาใหม่ ซึ่งต้องของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ช่วยสนับสนุนปุ๋ยออร์แกนิก

นายพงษ์ศักดิ์ได้คุยกับศาสตราจารย์ ดร.จริงแท้ ศิริพานิช นักวิชาการที่มีความสามารถว่า ถ้ารักษาลองกองไม่ให้ดำ 12 วัน 12 วันนี้เพียงพอต่อการส่งออกไปประเทศจีน แต่ไม่ได้ซีเรียสตรงนั้น เพราะคิดว่าปริมาณลองกองที่มีอยู่โดนโค่นไปเยอะ เพื่อเอาไปปลูกยาง

“เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องส่งจีนก็ได้ แต่ขอว่าทำยังไงก็ได้ให้คนจีนที่มาเที่ยวไทยกินลองกองก็พอ เมื่อไหร่ที่ทำได้ สื่อโซเชียลที่วันนี้พยายามเพิ่มคนให้มากที่สุดเพื่อการออเดอร์ ตอนนี้เฟซบุ๊กของเทศบาลนครยะลาคนตามเยอะมากกว่า 4 หมื่นคน ผมมีความตั้งใจว่าจะทำให้ได้ถึง 5 หมื่นคน”

นายพงษ์ศักดิ์ไปคุยกับ ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อขอสนับสนุนให้ช่วยในการทำเรื่องเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ทำเรื่องทุเรียน วันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นยุคทองของทุเรียน แต่ทุกคนไม่มีใครรู้ว่า ผลผลิตทุเรียนยะลาไล่กับจันทบุรีปริมาณใกล้เคียงกันมาก

“คนที่รู้คือพ่อค้าคนกลางที่อาศัยความไม่สงบเข้ามาซื้อ บางคนก็มากดราคา”

วันนี้เราพยายามสื่อสารผ่านช่องออนไลน์ เทศบาลกำลังคิดทำแบรนด์ดิ้งทุเรียนให้รู้จักคำว่าทุเรียนยะลา มีการจับมือกับกรมวิชาการและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในการปรับปรุงพันธุ์ ต้องการสร้างพันธุ์ของยะลา

เช่นเดียวกัน เรากำลังส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า เดือนหน้าจะมีการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ว่าจะขอเป็นเจ้าภาพจัดประกวดกาแฟโลกที่ยะลา เป็นพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งยังไม่เคยมีใครจัด

“ในเรื่องภาคเกษตร เราต้องการทำให้เข้มแข็ง สมมติจาก 12,000 ล้าน เพิ่มมาเท่าตัว คนยะลาก็ดีขึ้น เพราะคนเหล่านี้ต้องมาใช้จ่าย เมืองผมก็จะมีรายได้” นายพงษ์ศักดิ์ว่า

ในอดีตเทศบาลนครยะลาเคยเป็นแหล่งศึกษาดูงานเรื่องท้องถิ่น คนมาดูงานเรื่องความสะอาดของยะลา และวันนี้เทศบาลนครยะลาก็ได้รับรางวัลเยอะมาก ในประเทศไทยเราถือว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ต้องการดึงคนให้กลับมาดูงานทั้งไทยและมาเลเซีย ดูในสิ่งที่เด็ดที่สุด คือกรีนแอนด์คลีน ความสะอาดและความเขียว

เทศบาลได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเมืองยะลาให้เป็นเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมดี เป็นเมืองสีเขียว หรือนครแห่งสวน (Green City) ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเน้นการปลูกต้นไม้ให้ทั่วเมืองยะลา เพิ่มสวนสาธารณะ มีการแยกขยะลดปริมาณขยะ การบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้สิ่งแวดล้อมดี และทุกหน่วยงานต้องปลูกต้นไม้ดูแลต้นไม้ในสำนักงานให้ร่มรื่นอยู่ตลอด

นายพงษ์ศักดิ์บอกว่า จากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา เราได้จัดปิงปองชิงแชมป์แห่งประเทศไทยหลายครั้ง ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกปี และปีนี้จะขอเปลี่ยนมาจัดช่วงผลไม้ เพื่ออยากให้คนทั่วประเทศได้ลิ้มรสผลไม้ยะลา และกำลังวางแผนว่าจะจัดวิ่งมาราธอน ตั้งไว้ 10,000 คน ช่วงหน้าผลไม้ และสนใจขอรับเป็นเจ้าภาพกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

เชื่อว่าถ้าทำสิ่งนี้ เราจะดึงคนยะลากลับมาบ้านให้มากที่สุด เพื่อคนเหล่านี้สื่อสารต่อไป และเมื่อคนเข้าเมืองมากจะพลิกเศรษฐกิจของเมืองยะลาเพิ่มขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ทิ้งท้าย “สิ่งที่นายกเทศมนตรีนครยะลาอย่างผมต้องการคือทำยังไงให้คนยะลาในกระเป๋ามีเงิน นั่นคือความสุข ผมเชื่อความรู้สึกคน เขาลำบากมานานมาก สิ่งที่สำคัญเราต้องเปิดใจ เรื่องเศรษฐกิจ ทุกคนอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1ยะลากาแฟทุเรียนผลไม้

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้