สลด! หนุ่มตรังยืนตกปลาบนท่อซีเมนต์ริมคลองห้วยยาง ดินเกิดทรุดตัวพลัดตกน้ำ โดนท่อหนักกว่า 400 กก.ทับมือขึ้นมาไม่ได้จมน้ำดับอนาถ กู้ภัยช่วยนำศพขึ้นมา เมีย-ญาติ มาดูร้องไห้ปานใจจะขาด... 

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 ม.ค.62 ร.ต.อ.สถาพร จ้องโก้ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต ร่างติดอยู่กับลูกท่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ ภายในลำคลองห้วยยาง บริเวณริมถนนลูกรัง ซอยนายสมพงศ์ หมู่ 2 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก่อนเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์ตรัง หน่วยกู้ภัยและชุดประดาน้ำ มูลนิธิกุศลสถานตรัง กว่า 10 นาย รุดเข้าตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่ บนผิวน้ำพบคันเบ็ดตกปลา และอุปกรณ์ยิงปลา ซึ่งเป็นของผู้ตายลอยอยู่ ห่างออกมาบนถนนพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 สีส้ม-ดำ ทะเบียน 1 กด 5182 ตรัง ของผู้ตายจอดเสียบกุญแจแน่นิ่งอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดประดาน้ำจึงได้ทำการลงค้นหากันภายในน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก พบว่าน้ำลึกประมาณ 1 เมตร บริเวณใต้น้ำห่างจากตลิ่งประมาณ 3 เมตร พบร่างของผู้เสียชีวิต แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ เนื่องจากบริเวณแขนด้านซ้ายถูกลูกท่อซีเมนต์ ชนิดท่อกลม น้ำหนักประมาณ 300-400 กิโลกรัม ทับติดอยู่ หน่วยกู้ภัยจึงได้ใช้เชือกขนาดใหญ่ผูกติดกับท่อก่อนจะให้บรรดาไทยมุงช่วยกันดึงท่อดังกล่าวให้หลุดจากมือของผู้เสียชีวิต ใช้เวลาพยายามกันอยู่กว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถนำร่างขึ้นมาได้ 

...

ทราบชื่อภายหลังคือ นายสุริยา หาญศึกแกล้ว อายุ 29 ปี ชาวบ้าน ถ.จริงจริต ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง อาชีพทำขนมส่งขายตามร้านค้า และรับจ้างเข็นผักในตลาดสด แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบแขนด้านซ้ายหักผิดรูป มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรดาญาติและภรรยาของผู้เสียชีวิตร่ำไห้ระงมด้วยความเสียใจไม่ห่างจากร่าง 

จากการสอบสวน น.ส.สรันย์รัตน์ โลจนานน อายุ 31 ปี ภรรยาผู้ตาย กล่าว ตามปกติหากสามีว่างจากการทำงานประจำแล้ว มักจะมาตกปลาที่เกิดเหตุเป็นประจำ เมื่อวานนี้วันที่ 27 ม.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. ก่อนออกจากบ้านได้นั่งทำว่าว ก่อนที่จะมาขอเงินจากตนเอง 10 บาท แล้วก็ไปขุดไส้เดือน และออกจากบ้านมาพร้อมคันเบ็ด ก่อนที่จะหายไป ตนเองโทรศัพท์ติดต่อมา เพื่อว่าให้กลับบ้านมาทำงานได้แล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย ตนจึงคิดว่าน่าจะตกปลาอยู่อีก เพราะบางครั้งหากสามีตกปลาติดพันก็จะไม่กลับบ้าน กระทั่งช่วงเย็นวันเกิดเหตุตนผิดปกติ จึงได้ขับรถมาดูที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์จอดอยู่ จึงได้เดินหาทั่วบริเวณแต่ไม่พบ จึงสังเกตเห็นคันเบ็ดลอยอยู่ในน้ำ จึงได้ให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาดำไปดู ปรากฏว่าเสียชีวิตแล้ว 

ขณะที่ นายดำรง ยศไกร อายุ 34 ปี บ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เล่าว่า ตนเองเป็นผู้พบศพเป็นคนแรกเนื่องจากภรรยาของผู้ตายได้มายังจุดเกิดเหตุ และให้ตนลงไปดูในน้ำว่าสามีจะจมน้ำหรือเปล่า ตนจึงดำลงไปช่วยดูให้ปรากฏว่าตนพบร่างจริง แต่ไม่สามรถพาขึ้นมาได้ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ตายได้ยืนตกปลาอยู่บริเวณลูกท่อดังกล่าว ก่อนที่ดินจะทรุดตัวลงไป ทำให้ผู้ตายตั้งตัวไม่ทัน พลัดตกลงไปในน้ำด้วย ทันใดนั้นได้โดนลูกท่อทับมือจนทำให้ไม่สามารถนำตัวเองขึ้นมาจากน้ำได้ เป็นเหตุให้จมน้ำขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตาย ก่อนจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.