"พลังท้องถิ่นไท" เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ 14 จังหวัดครบทุกเขต ชูนโยบายสร้างท้องถิ่นพิเศษ แก้ปัญหาราคายาง-ปาล์ม ยันเกษตรกรต้องมีอำนาจต่อรองกับพ่อค้า ยกระดับ 5 อำเภอในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ เกาะสมุย ทุ่งสง สะเดา เบตง และหาดใหญ่ ป็นเขตท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ...
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.62 นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ร่วมเปิดตัวผู้สมัคร ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ครบ 50 เขต และผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และแถลงนโยบายสร้างรากแก้วให้ภาคใต้เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และชูการแก้ปัญหาราคายางพารา ปาล์มน้ำมันตกต่ำ ด้วยการประกันราคาสินค้าการเกษตร
นายเสน่ห์ ทองศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ผู้รับผิดชอบผู้สมัครเขตภาคใต้ 14 จังหวัด เปิดเผยว่า พรรคมีแนวทางชัดเจนจะใช้พื้นที่เขตเลือกตั้งภาคใต้เป็นฐานคะแนนหลักของพรรค จากนโยบายของพรรคพลังท้องถิ่นไทที่ตอบโจทย์การพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน อาทิ นโยบายสร้างรากแก้วภาคใต้ โดยการจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ 4 จังหวัด โดยจะพัฒนาจังหวัดสตูล ให้เป็นเมืองปลอดภาษีและเมืองแห่งการสัมมนาของภาครัฐ ในส่วนจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ให้เป็นเมืองรองรับระบบอาหารฮาลาล และเสนอจัดตั้งศูนย์การแพทย์มุสลิม เพื่อให้พี่น้องมุสลิมมีระบบการรักษาถูกต้องตามหลักศาสนา
"นอกจากนโยบายที่จะสร้างเศรษฐกิจภายในพื้นที่แล้ว ทางพรรคยังวางนโยบายที่จะขยายฐานการแพทย์สู่อาเซียนเชื่อมไปยังประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรที่เป็นมุสลิมมากกว่า 300 ล้านคน และทางพรรคยังได้มีการวางแผนที่จะยกระดับ 5 อำเภอในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ เกาะสมุย ทุ่งสง สะเดา เบตง และหาดใหญ่ ให้เป็นเขตท้องถิ่นรูปแบบพิเศษระดับอำเภอ ซึ่งจะคู่ขนานไปกับการพัฒนาท้องถิ่นในระดับพื้นที่ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล โดยจะมีการประกันงบประมาณด้านการลงทุนขั้นต่ำท้องถิ่นละ 30 ล้านบาท" นายเสน่ห์กล่าว และว่าส่วนการแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้นั้น พรรคได้วางแนวทางที่จะให้อำนาจกับชุมชนท้องถิ่น ได้มีบทบาทในการทำ
นายเสน่ห์ กล่าวด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกรควรมีอำนาจต่อรองกับพ่อค้า และจะพัฒนาสินค้าทางการเกษตรสู่สินค้า “ชุมชน” เพื่อรองรับกับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพรรคจะดำเนินการปรับแก้ไขให้สามารถซื้อสินค้าได้ทุกอย่างด้วยเช่นกัน และพรรคจะเน้นการกระจายสร้างอำนาจเต็มรูปแบบให้องค์กรท้องถิ่น ประชาชน และท้องที่ โดยจะผลักดันให้การกระจายอำนาจเป็นวาระแห่งชาติให้ได้