หัวใจสลาย! สาวเมืองคอน ร่ำไห้ อุ้มซากเจ้า "จัมโบ้" สุนัขแสนรู้ แจ้งความจับคนงานท่าทราย คาดเป็นฆาตกรใช้ปืนส่องยิงอย่างเลือดเย็น ร้องขอหน่วยงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันการทารุณสัตว์ ช่วยเหลือ
เมื่อ 31 ธ.ค.2561 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ น.ส. ประทุมพร จันทร์เมธา อายุ 37 ปี ที่อยู่ 149/2 หมู่ 10 ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช กรณีที่มีคนงานของท่าทรายแห่งหนึ่ง ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด ยิงเจ้าจัมโบ้ สุนัขเพศผู้ อายุเกือบ 2 ปี ของตนเองเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.วันที่ 29 ธ.ค. 2561 ซึ่งตนเองได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ในวันเดียวกัน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับคนยิงสุนัขของตนรายนี้แล้ว
น.ส. ประทุมพร จันทร์เมธา เปิดเผยด้วยน้ำตานองใบหน้าว่า ตนไปพบแม่สุนัขออกลูกและไม่ยอมให้ลูกสุนัขตัวหนึ่งดูดกินนมนานถึง 8 วัน ตนสงสารเลยนำเจ้าจัมโบ้มาเลี้ยงอย่างดี และตั้งชื่อว่าเจ้า “จัมโบ้” เมื่อมันเติบโต พบมันเป็นสุนัขแสนรู้ มันรู้ฟังและทำตามคำสั่งได้ทุกอย่าง ไม่ดุร้าย และเป็นเพื่อนเล่นของลูก และเด็กๆ ในละแวกใกล้เคียงมาตลอด เจ้าจัมโบ้ชอบเล่นฟุตบอลในหมู่บ้าน จนเป็นที่รักใคร่ของเด็กๆ ทุกคน ที่สำคัญทุกเช้า เมื่อพระภิกษุมาบิณฑบาตที่หน้าบ้าน ตนจะออกไปตักบาตรเจ้าจัมโบ้ก็จะตามไปด้วยทุกครั้ง เมื่อตนตักบาตรเสร็จ พระภิกษุจะให้พรเจ้าจัมโบ้ ก็จะนั่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยใกล้ๆ ตน และฟังพระภิกษุให้พรจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้น ตนจะนำข้าวจากที่เหลือตักบาตรพระสงฆ์ให้เจ้าจัมโบ้กิน ซึ่งที่ผ่านมา พระครูเจ้าอาวาสวัดสวนพิกุล ที่มาบิณฑบาตจะเรียกหาเจ้าจัมโบ้อยู่บ่อยๆ และเมื่อเสร็จจากการตักบาตรทุกวัน ตนก็จะเข้าไปกรีดยางพาราในสวนยางพารา โดยเจ้าจัมโบ้จะวิ่งนำหน้าตนเข้าไปในสวนยางทุกวันเช่นกัน
...
“ตนเลี้ยงเจ้าจัมโบ้เหมือนเป็นลูกคนหนึ่ง เมื่อมันเจ็บป่วยก็จะไปพารักษาต้องควักกระเป๋าเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเจ้าจัมโบ้ครั้งละหลายพันบาท ในขณะที่หากตน สามี และลูกป่วย ก็จะรักษาโดยใช้สิทธิ์บัตรทอง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ตนจึงรักและผูกพันกับเจ้าจัมโบ้เป็นอย่างมาก รวมทั้งลูก สามีและเด็กๆ ในละแวกใกล้เคียงรักใคร่เจ้าจัมโบ้เช่นกัน”
น.ส.ประทุมพร จันทร์เมธา กล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุในขณะที่ตนกำลังกรีดยางพาราในสวนยางโดยเจ้าจัมโบ้ก็วิ่งเล่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตนได้ยินเสียงปืนดังมาจากทางที่พักคนงานท่าทรายแห่งหนึ่ง 1 นัด ตนจึงทิ้งมีดพร้อมอุปกรณ์กรีดยางพารา และรีบวิ่งมาดูก็พบร่างของเจ้าจัมโบ้ นอนตายจมกองเลือดห่างจากบ้านพักคนงานท่าทราย ประมาณไม่ถึง 50 เมตร โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณลำตัว 1 นัด ทราบว่า เป็นคนงานท่าทรายใกล้ๆ ที่เกิดเหตุ ซึ่งตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โดยได้เดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะนำซากเจ้าจัมโบ้เดินทางไปให้สัตวแพทย์ตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก แพทย์ได้ผ่าหัวกระสุนออกและตนได้นำหัวกระสุนไปมอบให้พนักงานสอบสวนเก็บไว้เป็นหลักฐาน
โดยทางพนักงานสอบสวนยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับคนยิงหมาของตนตามกฎหมายต่อไป และนัดสอบปากคำตนเพิ่มเติมในวันที่ 1 ม.ค. 2562 นี้ ส่วนซากเจ้าจัมโบ้ มาทำพิธีฝังไว้ข้างบ้าน จึงตัดสินใจร้องเรียนกับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยติดตามคดีนี้ให้อีกทางหนึ่ง และขอเรียกร้องให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการกระทำทารุณกรรมสัตว์ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนด้วย.