สาววัย 17 ป่วยไม่ทราบสาเหตุ 10 เดือน หน้าบวม ตาขวาปิด ทานอะไรไม่ได้จนน้ำหนักลด 20 กก. เจ้าหน้าที่อ้อนวอนญาติพาไป รพ. แทนรักษาหมอบ้าน เบื้องต้นตรวจชิ้นเนื้อไม่พบเนื้อร้าย เชื่อมีโอกาสหายได้ ...
วันที่ 21 พ.ย. นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุข จ.ปัตตานี นางอนุรี วิศิษฎ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาด จ.ปัตตานี นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 31/2 ม.5 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อไปเยี่ยม น.ส.ตอฮีเราะ สามะ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแห่งหนึ่งในพื้นที่
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทราบข่าวว่า น.ส.ตอฮีเราะ ป่วยด้วยโรคไม่ทราบสาเหตุ ทำให้หน้าตาบวม หายใจไม่ออก ตาขวาปิด สภาพร่างกายผอมแห้ง น้ำหนักลดไปกว่า 20 กิโลกรัม เนื่องจากรับประทานอาหารไม่ได้ โดยอาการเริ่มเป็นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ผู้เป็นพ่อและแม่เคยนำตัวไปรักษาที่ รพ.หนองจิก มาก่อนแล้วเนื่องจาก น.ส.ตอฮีเราะ มีอาการปวดหัวรุนแรง จนเรียนไม่ได้ ซึ่งหมอก็ได้ให้ยาบรรเทาปวด แต่ไม่หาย พ่อจึงพาไปตรวจอีกครั้ง โดยครั้งนี้หมอวินิฉัยว่า อาจจะเป็นปัญหาฟันคุดทับเส้นประสาท หมดจึงได้ถอนออกไปแต่อาการก็ไม่หาย
จนครั้งที่ 3 หมอนำชิ้นเนื้อไปส่งตรวจที่ รพ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งในขณะที่รอผลนั้น ทางครอบครัวซึ่งมีฐานะยากจนจึงไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้บ่อย จึงอาศัยรักษาหมอบ้านตลอดมา กระทั่งอาการเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ และต้องขาดเรียนมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งในขณะที่รักษาตัวที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาที่บ้าน เพื่อขอให้พ่อนำ น.ส.ตอฮีเราะ ไปรักษาโรงพยาบาล แต่ถูกปฏิเสธเรื่อยมา โดยอ้างว่าไปโรงพยาบาลอาการไม่ดีขึ้น แต่เมื่อมารักษาหมอบ้าน ดูอาการจะดีขึ้น พูดได้ เดินไปบ้างบางครั้ง แต่สภาพในตอนนี้ หลังจากที่ นพ.ชัยรัตน์ และทีมหมอเดินทางมาดูอาการและตรวจเบื้องต้นพบว่า อาการไม่ดีขึ้น ร่างกายผอมแห้ง เพราะขาดอาหารเนื่องจากทานอะไรไม่ได้ อีกทั้งสุขลักษณะการดูแลผู้ป่วยก็ไม่ถูกต้อง ตาขวาอักเสบจนปิด ติดเชื้อในช่องปาก อาการบวมรุนแรง หากปล่อยไว้ขาดการรักษาอาจจะอันตรายถึงชีวิต
โดยทางนายกเหล่ากาชาด จ.ปัตตานี และหมอ พยายามขอให้พ่ออนุญาตให้เจ้าหน้าที่พา น.ส.ตอฮีเราะ ไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยไม่มีค่าจ่ายใช้ใดๆ ซึ่งก็ถูกปฏิเสธอ้างว่าจะรักษาหมอบ้าน จนกระทั่งได้สอบถาม น.ส.ตอฮีเราะ ซึ่งหลับอยู่ ก็ได้รับคำตอบจาก น.ส.ตอฮีเราะว่า อยากไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทำให้ทุกคนที่มาให้กำลังใจต่างดีใจ และได้ประสานรถพยาบาลหนองจิกมารับตัว
สำหรับอาการผลตรวจชิ้นส่วนนั้น เบื้องต้น นพ.ชัยรันต์ เผยว่า ยังไม่พบว่าเป็นโรคอันตรายหรือมะเร็ง แต่สาเหตุของอาการน่าจะเป็นก้อนเนื้องอกบริเวณกรามด้านขวา ซึ่งการรักษามีโอกาสที่จะหาย แต่ก็ใช้เวลา เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ป่วยขาดการรักษาที่ถูกต้อง แต่เราก็ยอมหากทางบ้านยังอยากจะใช้ยาสมุนไพรรักษาควบคู่ตามไปด้วย