คืบหน้าโจรใต้ดักถล่มยิงทหารพรานปัตตานี ตาย 2 เจ็บ 4 พบปลอกกระสุนจำนวนมาก เชื่อคนร้ายมี 2 ชุด คาดเป็นฝีมือกลุ่มตันหยงเปา หลังมีการเคลื่อนไหว ขณะที่ เร่งล่าคนร้าย ปิดล้อมทุกจุดต้องสงสัย...

จากเหตุเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 ก.ย.2561 ร.ต.อ. สราวุธ นุชรังค์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุปะทะกันมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดบนถนนสายบ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา จึงประสานหน่วยกำลังร่วมไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผล.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก. พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผล.ทพ.43 เมื่อไปถึงพบว่าสถานการณ์เข้าสู่ปกติแล้วและพบเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย จึงช่วยกันลำเลียงส่ง รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหารปัตตานี ทราบชื่อ 1. ส.ต. อุทัย ประทุมวัลย์ 2. อส.ทพ.อิสรพงศ์ แก้วรักษา 3. อส.ทพ.อนิรุต หวังเอียด และ 4. อส.ทพ.วรากร นิ่มมาก ทั้ง 4 นายมีบาดแผลถูกยิง แพทย์ได้ช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนจะส่งมารักษาต่อที่ รพ.ปัตตานี

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 นาย ทราบชื่อ อส.ทพ.สุชาติ กองสุขชาวบ้าน ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และ อส.ทพ.ธนเดช ไชยมุสิก ชาวบ้าน ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ ปัตตานี ทั้งสองนายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธสงครามตามลำตัวหลายนัด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ จำนวน 3 คัน ล้มบนถนนและมีปลอกกระสุนปืนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4303 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 จำนวน 6 นายใช้รถ จยย. จำนวน 3 คันกำลังลาดตระเวนเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ มี ส.ต.อุทัย ประทุมวัลย์ เป็นหัวหน้าชุด ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและมืด คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ข้างทางก่อนจะใช้อาวุธสงครามระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหักรถและหาที่กำบังก่อนจะยิงตอบโต้จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นประมาณ 5 นาทีก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยหนีเข้าไปในป่า ภายหลังสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่จึงวิทยุขอกำลังเสริม และตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

...

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 ก.ย. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ฐมฌ์พงศ์ เพร็ชพิรุณ ผกก.สภ.หนองจิก พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร ผกก.สส.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อคืนหลังเกิดเหตุสถานที่เกิดเหตุค่อนข้างอันตรายและมืดทำให้ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ โดยพบว่าสองข้างทางเป็นป่าโกงกาง โดยในที่เกิดเหตุบนถนนพบรถ จยย.จำนวน 3 คันของเจ้าหน้าที่ล้มอยู่

บริเวณพงหญ้าห่างจากถนนประมาณ 10 เมตร พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้า และลูกซอง ตกเกลื่อนกว่า 50 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าคาดว่าเป็นของคนร้ายจำนวนมากที่เดินลัดเลาะมาจากป่าโกงกาง และมาสิ้นสุดจุดที่พบปลอกกระสุน โดยทางชุดพิสูจน์หลักฐานได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานวัตถุและพยานแวดล้อมเพื่อนำไปเทียบเคียงกับข้อมูลประวัติการก่อเหตุว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นฝีมือของกลุ่มใด

ด้าน ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวกำลังเดินทางกลับที่ตั้งซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม. แต่ระหว่างเดินทางกลับได้มีคนร้ายที่คาดว่าน่าจะมีประมาณ 10-12 คนพร้อมอาวุธปืนครบมือ โดยแบ่งเป็นสองชุดเดินลัดเลาะมาจากแม่น้ำและป่า โดยชุดแรกน่าจะเป็นชุดดูต้นทาง ส่วนชุดที่สองเป็นชุดยิง เมื่อเจ้าหน้าที่ขับผ่านมาจึงให้สัญญาณก่อนที่ชุดที่สองลงมือก่อเหตุ ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนหลายชนิด ขณะนี้ได้รวบรวมไปตรวจสอบแล้วคาดจะรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นจากข้อมูลแหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มตันหยงเปา อ.หนองจิก มีนายมอรานา สาเมาะ และนายมะนาแซ ไซดี เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการและยังพบว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ระดมสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงประชุมวางแผนกันในพื้นที่ ต.บางเขา จึงเชื่อว่าน่าจะวางแผนเพื่อก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้มีคำสั่งให้หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ อ.หนองจิกและพื้นที่ใกล้เคียงระดมกำลังออกไล่ล่าและปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ ต.บางเขา ทั้งหมู่บ้านและป่าอย่างละเอียด พร้อมจัดชุดสุนัขสงครามวางแนวราบลาดตระเวนตามเส้นทางที่พบร่องรอยที่คาดว่าเป็นของคนร้าย โดยเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่ซึ่งทั้งชุดใหม่และชุดเก่า โดยมีแกนนำที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ร่วมปฏิบัติการอย่างไรก็ตามหากพบบุคคลต้องสงสัยก็จะให้เชิญตัว และเก็บดีเอ็นเอมาตรวจสอบ ทำประวัติข้อมูลอย่างละเอียด และหากต้องเผชิญเหตุซึ่งหน้าให้ใช้แนวทางปฏิบัติจากเบาไปหาหนักและระวังการสูญเสียของทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะประชาชน.

...