ชาวตรังและนักท่องเที่ยว แห่ยลโฉมชมความงดงาม ถ่ายเซลฟี่กับ 'ว่านเพชรหึง' ราชินีกล้วยไม้ที่ใหญ่สุดในโลก 1 ปี ออกดอกบานสะพรั่งครั้งเดียว กว่า 1,000 ต้น ภายในรั้วศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2...

วันที่ 3 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในรั้วของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง (กรมส่งเสริมการเกษตร) ตั้งอยู่เลขที่ 9 หมู่ 11 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ตลอดสองข้างฝั่งถนนบริเวณทางเข้า และบริเวณใกล้เคียง ได้มีการปลูก “ต้นว่านเพชรหึง” หรือที่เรียกว่า กล้วยไม้ยักษ์ กล้วยไม้เสือโคร่ง หรือชาวปักษ์ใต้จะเรียกว่า ว่านหางช้าง ซึ่งเป็นราชินีแห่งกล้วยไม้ ประมาณ 1,000 ต้น ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่มีดอกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลและฟุ้งกระจาย สีสันสดใส และเป็นที่สะดุดตา

“ต้นว่านเพชรหึง” มีลักษณะเด่นคือ รากมีจำนวนมากเกาะแน่น และแตกเป็นแขนงที่ปลายราก ดอกจะทยอยบานตั้งแต่ชั้นล่างสุดไปจนถึงชั้นบนสุด มีกลีบดอกหนา มีพื้นกลีบสีเหลืองอมเขียว มีแต้มน้ำตาลหรือม่วงคล้ายกับลวดลายของเสือ โดยลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-5 ซม.ใบกว้างราว 3 ซม.ยาวราว 60 ซม. ซึ่ง “ต้นว่านเพชรหึง” ภายใน 1 ปี จะออกดอกและทยอยบานติดต่อกันนานถึง 3 เดือน โดยปกติจะออกดอกราวเดือน มิ.ย.-ก.ย. โดยจะออกดอกตามบริเวณยอด ครั้งละ 2-3 ช่อ ซึ่งจะมีดอกประมาณช่อละ 75-125 ดอก ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาชมความงดงาม และถ่ายภาพเซลฟี่กันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน ซึ่งหากพลาดในปีนี้ไป หลังจากนั้นจะต้องรอชมในปีถัดไป

นางสาวิตรี ศรีหมอก นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กล่าวว่า ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ “ต้นว่านเพชรหึง” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยในปีนี้ ทางศูนย์ฯ เน้นการท่องเที่ยวแบบเชิงเกษตร ได้เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจเข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในวันเวลาราชการ ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-17.00 น. อีกทั้งในเดือน สิงหาคมนี้ เป็นเดือนแห่งวันแม่ ก็อยากจะฝากไปยังลูกๆ ทั้งหลาย หากยังไม่มีโปรแกรมจะนำคุณแม่ไปท่องเที่ยวที่ไหน ก็สามารถเดินทางมาชม “ต้นว่านเพชรหึง” ที่ออกดอกงดงามบานสะพรั่งพร้อมให้ทุกคนมายลโฉมแล้ว

นางสาวิตรี กล่าวด้วยว่า “ต้นว่านเพชรหึง” ขณะนี้ ได้มีการปลดล็อกจากไม้หวงห้ามประเภท 2 สามารถเพาะเลี้ยงขายได้ โดยทางศูนย์ฯ ได้มีการขยายพันธุ์ต้นกล้า โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ประชาชนนำไปปลูก เพื่อตัดดอกขายเชิงการค้า รวมทั้งปลูกในสถานที่ต่างๆ เพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจากเวลาออกดอกพร้อมๆ กันแล้ว จะสวยงามเป็นอย่างมาก หากมีผู้ที่สนใจอยากได้ต้นพันธุ์เพื่อนำไปปลูกสามารถติดต่อขอรับได้ เพียงแค่นำบัตรประจำตัวประชาชนมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือจะติดต่อมายังหมายเลขโทรศัพท์ 075-582312 และ 075-582313.