กีฬา
100 year

กอ.รมน.ภาค 4 โต้ข่าว ทหารบุกอุ้มนักสิทธิ์ ยันดำเนินการตามกฎอัยการศึก

ไทยรัฐออนไลน์3 ส.ค. 2561 12:35 น.
SHARE

กอ.รมน.ภาค 4 โต้ข้อกล่าวหา "ทหารบุกอุ้มนักสิทธิ์" อ้างกฎหมายพิเศษ ในพื้นที่ปัตตานี เป็นเพียงตรวจค้นบุคคลเป้าหมายจำนวน 4 รายตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ให้เป็นธรรม ตรวจสอบได้ โดยขั้นตอนศาลเป็นผู้พิจารณา...




เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 ส.ค. พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงกรณี การเผยแพร่ข่าวเรื่อง "ทหารพรานบุกอุ้มนักสิทธิ์ อ้างกฎหมายพิเศษ" ในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยมีข้อความระบุว่า เมื่อ 1 ส.ค.61 เวลา 04.30 น. ได้มีทหารพรานไม่ทราบสังกัด เข้าทำการปิดล้อมที่พักและจับกุมตัวประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี 5 ราย อยู่ในอำเภอสายบุรี 4 ราย และอำเภอไม้แก่น 1 ราย เจ้าหน้าที่อ้างว่าใช้กฎหมายพิเศษในการควบคุมตัว โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลและข้อกล่าวหาให้ทราบ ในจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัว จำนวน 2 ราย อ้างว่าทำงานอยู่ที่องค์กรเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) นั้น กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอเรียนชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจต่อกรณีดังกล่าว ว่า เมื่อวันเวลาดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ร่วมกับตำรวจ สภ.สายบุรี สนธิกำลังบังคับใช้กฎหมายโดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ตรวจค้นบุคคลเป้าหมายสืบเนื่องจากการซักถามบุคคลที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ และจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่ามีบุคคลต้องสงสัยอยู่ในพื้นที่ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี สามารถควบคุมตัวบุคคลตามเป้าหมาย จำนวน 4 รายได้แก่ นายอาหามัดพิครี เจะมะ นายบูรหาน บือราเฮง นายนูรอัฮมัดฟารี สาและ และ นายรอมฎอน มะรือสะเต 


จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายอดุลย์ ชิมา คอเต็บประจำมัสยิดโคกนิบง ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ได้สืบทราบว่า นายฟัตฮีย์ อาลี มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จึงได้เดินทางไปพบที่บ้านพัก แต่ขณะนั้นไม่อยู่บ้านจึงได้ขอความร่วมมือ จากบิดาของ นายฟัตฮีย์ ให้มาพบเจ้าหน้าที่โดยสมัครใจ เมื่อเช้าวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา


การเข้าควบคุมตัวเป้าหมายทั้งหมด 5 ราย เป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติ ตามกรอบของ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และได้ชี้แจงข้อกล่าวหา ขั้นตอน ระยะเวลาควบคุมตัวให้บุคคลเป้าหมาย ตลอดจนญาติพี่น้องได้รับทราบ และเข้าใจแล้ว ปัจจุบันผู้ต้องสงสัยจาก อ.สายบุรี จำนวน 4 ราย ถูกส่งตัวให้หน่วยซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีตามขั้นตอนต่อไป ในขั้นต้นทั้ง 4 ราย ให้การปฏิเสธ

สำหรับ นายฟัตฮีย์ ได้เชิญตัวไปให้ข้อมูล ณ หน่วยซักถามในค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส โดยขั้นตอนที่อยู่ ณ หน่วยซักถามจะมีการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร และญาติพี่น้องสามารถเข้าเยี่ยมได้ตามเวลาที่กำหนด ได้รับการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยกอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังคงยึดมั่น ในหลักการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกกรณีด้วยความเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และไม่ละเว้นว่าจะอยู่ในองค์กรใด หากตรวจสอบตามพยานหลักฐานพบว่ากระทำผิดก็จะถูกจับกุมดำเนินคดีทุกราย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม โดย อัยการ และศาลเป็นผู้พิจารณา.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กอ.รมน.ภาค4ทหารอุ้มอุ้มนักสิทธิ์พรบ.กฏอัยการศึกกฏหมายพิเศษข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED