ระดม จนท.กว่า 50 นาย คุ้มกันเข้มแผ่นทองคำ 36 กก.เตรียมบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ผู้ว่าฯ เมืองคอน ระบุ การบูรณะครั้งนี้นำเทคโนโลยีและวิทยาการที่ดีที่สุดมาใช้ คาดจะอยู่ได้อีกกว่า 100 ปี...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 มิ.ย.61 ที่วิหารธรรมศาลา ภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองพร้อมอาวุธครบมือกว่า 50 คน จัดกำลังรอบบริเวณวัด เพื่อป้องกันเหตุความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมกับอำนวยความสะดวก หลังจากกรมศิลปากร ขนย้ายแผ่นทองคำหนักรวม 36 กิโลกรัม ที่นำไปหลอมและรีดเป็นแผ่นเสร็จสมบูรณ์ โดยทองคำแผ่นทั้งหมดถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่ห้องนิรภัยภายในสำนักงานพระมหาธาตุมูลนิธินครศรีธรรมราช เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำกลีบบัวทองคำหรือบัวคว่ำบัวหงาย ก่อนจะนำขึ้นไปประดับบนยอดองค์พระบรมธาตุเจดีย์ต่อไป


ทั้งนี้การขนย้ายแผ่นทองคำดังกล่าวใช้กำลังตำรวจหน่วยอรินทราช คุ้มกันการขนย้ายตั้งแต่กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร ขึ้นเครื่องบินโดยสารจากกรุงเทพมหานครถึงสนามบินนครศรีธรรมราช ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ทหารกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ และกำลังฝ่ายปกครอง พร้อมอาวุธครบมือ คอยคุ้มกันการขนย้ายแผ่นทองคำตลอดเส้นทาง เพื่อป้องกันเหตุความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้น ท่ามกลางความสนใจของประชาชนจำนวนมาก

...

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมติดตามการตรวจรับทองคำ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยคณะทำงานบูรณะกลีบบัวทองคำองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ได้นำทองคำ (กลีบบัวคว่ำ-บัวหงาย) น้ำหนักรวมประมาณ 18 กิโลกรัม และทองคำใหม่จากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา น้ำหนักรวมประมาณ 36 กิโลกรัม ไปหลอมรวมใหม่ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา ก่อนนำไปรีดเป็นแผ่น โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และนำกลับมาเก็บรักษาพร้อมดำเนินการขึ้นรูปเป็นกลีบบัวคว่ำบัวหงาย ก่อนนำบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ต่อไป โดยในการดำเนินการดังกล่าวมีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่เต็มอัตราศึก

ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทองคำที่นำมาบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ครั้งนี้ มีสองส่วนคือทองเก่าและทองใหม่ ที่ผ่านการหลอมรวมและรีดเป็นแผ่นทองคำเรียบร้อยแล้ว โดยมีน้ำหนักรวม 56.012 กิโลกรัม ซึ่งกรมศิลปากรจะนำทองคำทั้งหมดมาใช้ในการดำเนินการ 3 ส่วน ประกอบด้วย การจัดทำกลีบบัวคว่ำบัวหงาย หลังคากลีบบัวคว่ำบัวหงาย และตะปู ซึ่งจะเป็นตะปูเนื้อเงิน 100% เคลือบด้วยทองคำบริสุทธิ์ทั้งตัว พร้อมยืนยันว่า การบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระบรมธาตุเจดีย์ครั้งนี้ ถือเป็นพุทธบูชา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะทำงานบูรณะกลีบบัวทองคำองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการอย่างเต็มกำลัง เลือกใช้และนำวิทยาการตลอดจนเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ที่มีในช่วงสมัยเพื่อให้การบูรณะมีอายุยืนยาวและคงทนสูงสุด โดยคาดว่าเมื่อการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งนี้แล้วเสร็จ จังหวัดนครศรีธรรมราชจะไม่มีการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระบรมธาตุเจดีย์อีกในห้วงเวลาอย่างน้อย 100 ปี

นายจำเริญ กล่าวถึงการเตรียมประกอบพิธีสมโภชองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชว่า เมื่อการบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จจังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้กำหนดห้วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อประกอบพิธีสมโภชองค์พระบรมธาตุเจดีย์ โดยจะดำเนินการให้ยิ่งใหญ่ในฐานะนครศรีธรรมราชเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาของเอเชีย.