ศาลกระบี่สั่งปรับและจำคุก ผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 70 ราย ที่อ่าวนางและเกาะพีพี หลังลุยจัดระเบียบ พบบางรายถอดใจปิดไปเลย บางส่วนก็ประกาศขายกิจการ หรือเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นๆ...

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก ว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ เผื่อผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ เสธ.กกล.รส.ทภ.4 พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.กระบี่ ชุดปฏิบัติการพิเศษจัดระเบียบโฮสเทล เกสต์เฮาส์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นมา ได้ตรวจสถานประกอบธุรกิจโรงแรมจำนวนกว่า 100 แห่ง พบผู้ประกอบการมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจำนวน 12 ราย กระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนกว่า 100 ราย พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกระบี่ ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการและศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจำนวน 77 คดี ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินคดี

ในพื้นที่ หน้าหาดอ่าวนาง ตรวจสถานประกอบธุรกิจโรงแรมจำนวน 54 แห่ง พบผู้ประกอบการมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจำนวน 6 ราย ผู้กระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวน 48 ราย พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกระบี่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการ และศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจำนวน 43 คดี โดยทางศาลได้สั่งปรับผู้ประกอบการที่กระทำความผิดรายละตั้งแต่ 5,000-30,000 บาท และบางรายสั่งจำคุก แต่ให้รอลงอาญาไว้ 

...

ส่วนที่เกาะพีพี หมู่ที่ 7 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ตรวจสถานประกอบธุรกิจโรงแรมจำนวน 60-70 แห่ง พบผู้ประกอบการมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจำนวน 6 ราย ผู้กระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวน 50 กว่าราย พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกระบี่ ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการและศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจำนวน 36 คดี โดยทางศาลได้สั่งปรับผู้ประกอบการที่กระทำความผิดรายละตั้งแต่ 5,000 -30,000 บาท และบางรายสั่งจำคุก แต่ให้รอลงอาญาไว้ 

นายสุพจน์ แสงศิลาวุฒิกุล ปลัดอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า การดำเนินคดีกับผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต โฮสเทลต่างๆ นั้น ทางทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจตามห้วงเวลาที่กำหนดตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อเป็นการจัดระเบียบจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งหลังตรวจสอบก็พบว่า ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ประกอบการโรงแรมนั้น ไม่ได้ขออนุญาต ใช้แรงงานต่างด้าว ต่อเติมอาคาร ไม่มีทางหนีไฟ จึงมีหลายราย ไม่สามารถขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมได้

ปลัดอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ทยอยส่งฟ้องต่อศาลและศาลได้ตัดสินความผิดไปแล้วกว่า 70 ราย ในจำนวนนี้ พบว่าบางรายได้ปิดกิจการ และบางรายประกาศขายกิจการ ขณะที่บางรายเมื่อไม่สามรถประกอบกิจการได้นั้นก็ได้ปรับเปลี่ยนไปประกอบกิจการอย่างอื่นแล้ว หลังจากนี้ทางอำเภอและท้องถิ่นก็จะเข้าไปตรวจสอบซ้ำ หากพบว่ามีรายใดฝ่าฝืนก็จะมีโทษปรับ และหากรายใดมีคำตัดสินจำคุกและรอลงอาญาไว้ ก็จะถูกจำคุกทันที