เตือนเจ้าของสวนทุเรียนสาลิกาพันธุ์พื้นเมืองชื่อดัง อ.กะปง จ.พังงา อย่าใช้ยาฆ่าหญ้า และเร่งเก็บผลผลิต คาดช่วงแรกออกสู่ตลาดราคาพุ่ง กก.ละ 250-300 บาท พื้นที่ปลูก1ไร่จะได้เงินไม่ต่ำกว่า2แสน
วันที่ 6 พ.ค. 61 นายธีระพงษ์ ตันติเพชราภรณ์ เจ้าของสวนทุเรียนสาลิกา ต.ปากพู่ อ.กะปง จ.พังงา นำ นายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา พร้อมคณะ เข้าดูสวนทุเรียน ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ โดยได้นำเสนอปัญหาและโรคต่างๆ ของทุเรียนสาลิกา ซึ่งเป็นทุเรียนพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดพังงา ที่พร้อมจะให้ผลผลิตสู่ตลาดในราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท ในช่วงแรกของการให้ผลผลิตของทุเรียนสาลิกา อีกทั้งขอให้เกษตรกรหมั่นดูแลสวน ห้ามใช้ยาฆ่าหญ้าเพื่อความเจริญเติบโตของต้นทุเรียน ขอให้เกษตรกรไม่เก็บทุเรียนสาลิกาอ่อนเพื่อแสวงหากำไรเกินควร และรักษาคุณภาพทุเรียนสาลิกาเพื่อคงมาตรฐานความอร่อย
"ปัญหาในเรื่องของการเก็บเกี่ยว พบว่ามีเกษตรกรบางรายเก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนกำหนด เนื่องจากช่วงแรกที่ทุเรียนสาลิกาออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือน พฤษภาคมนี้ จะมีราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท เป็นสิ่งจูงใจให้เกษตรกรเร่งเก็บผลผลิต ทำให้เจอทุเรียนอ่อน ซึ่งทางกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสาลิกามีการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคในการตัดทุเรียน และเทคนิคในการดูแลทุเรียนด้วย ดังนั้นในปีนี้และอนาคตคาดว่าทุเรียนสาลิกาจะได้รับผลผลิตที่ดีมีมาตรฐาน และคุณภาพดียิ่งขึ้น สามารถตอบสนองต่อผู้บริโภคที่มีกำลังจ่ายสูงขึ้นและได้ทุเรียนที่มีคุณภาพดีสามารถคืนได้หากไม่มีคุณภาพ”
ขณะที่ นายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงารู้สึกเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนสาลิกา ในการดูแลรักษา แม้ว่าจะเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองทนทานต่อสภาพพื้นที่ แต่สำหรับพี่น้องเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ยึดติดกับการใช้สารเคมี โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้ฆ่าหญ้า พบว่ามีการใช้อยู่บ่อยๆ ทำให้มีผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น ทำลายจุลินทรีที่อยู่ในดิน ที่สำคัญจะทำลายระบบราก ซึ่งจะทำให้เชื้อชนิดอื่น เช่น เชื้อรากเน่า โคนเน่า จะทำลายต้นทุเรียน จึงแนะนำให้ใช้สารชีวะพันธุ์อื่นในการควบคุมแมลงศัตรูพืช เป็นการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนและป้องกันไว้ตั้งแต่แรกไม่ให้เกิดปัญหาโรคระบาดจึงจะแก้ปัญหา การดูแลดีเป็นการเพิ่มผลผลิตด้วย พบว่าทุเรียนสาลิกาอายุ 20 ปี ขึ้นไป 1 ไร่ สามารถให้ผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน เป็นพืชที่ทำเงินให้เกษตรกรได้มาก แต่ละปีเกษตรกรมีรายได้ไร่ละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่ดูแลดี การตลาดดี มีรายได้มากกว่านี้
...
สำหรับทุเรียนสาลิกา เป็นพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านของ อ.กะปง จ.พังงา มีเนื้อละเอียด สีเหลืองเข้มคล้ายพันธุ์ชะนี แต่รสชาติหอมหวานกว่า ลูกกลมเหมือนก้านยาวแต่หนามแหลมคมและถี่กว่า ที่สำคัญเปลือกบาง ไม่หนาเหมือนทุเรียนหมอนทอง ที่ทำให้ผู้บริโภคต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องเปลือกมากโดยไม่จำเป็น เมล็ดเล็กลีบเนื้อเลยหนาทำให้กินได้เต็มปากเต็มคำ จนนักชิมทุเรียนจากต่างถิ่นหลั่งไหลมาลิ้มลอง ลูกก็ไม่ใหญ่มาก น้ำหนักประมาณ 1.5-2 กก.ต่อลูก เป็นขนาดกำลังเหมาะสำหรับรับประทานได้ 1-2 คน โดยต้นแรกที่พบขณะนี้ยังอยู่ แม้จะมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว
(อ่านเพิ่มเติม สาลิกา..ทุเรียน100ปี พังงา..จ่อจดสิทธิบัตรGI)