อดีตสามีของน้องบีหญิงสาวที่ไปแต่งงานกับนายมีมี่ เปิดใจ มีช็อกเห็นรูปงานแต่ง ย้ำอยู่มา 8 ปีไม่เคยคิดเลิกทำงานเลี้ยงดูไม่ทอดทิ้ง เชื่ออยู่กันรักของทั้งคู่คงไม่ยืดยาว...

จากเรื่องของน้องบีหญิงสาวที่ไปแต่งงานกับนายมีมี่ชายที่ใบหน้าผิดปกติจนสังคมโชเชียลออกมาชื่นชมว่าเป็นรักแท้และบุพเพสันนิวาส และออกมาเผยว่าที่ต้องหนีอดีตสามีมาแต่งงานใหม่เพราะ อดีตสามีติดการพนัน ไม่เลี้ยงดู ชอบทำร้ายร่างกาย ใครเลยจะทนไหว ตามที่ได้เสนอข่าว "นี่หรือรัก! สาวสวยถามใครจะทน หลังผัวเก่าติดพนันซ้ำทุบตี จนต้องพาลูกหนี" ไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นายเจริญรัตน์ ลิ่มเจริญ อายุ 31 ปี หรือธง อดีตสามีของ น.ส.ภัสสรา หรือบี พนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการแห่งหนึ่งในอ.หาดใหญ่ ได้ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าวเป็นครั้งแรกหลังจากที่ถูกอดีตภรรยาออกมาบอกว่าสาเหตุที่ต้องหอบผ้าหอบลูกไปแต่งงานกับชายคนใหม่เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายและตนเองติดการพนันงอมงอมและไม่ดูแลลูกเมียจึงต้องหนีไป

"ยืนยันว่าตลอดที่อยู่กินกันมาเกือบ8 ปีและมีลูกสาวด้วยกัน1คน ไม่เคยทำร้ายร่างกายน้องบีแม้แต่ครั้งเดียวตั้งใจทำงานเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด แต่ยอมรับว่ามีบ้างที่ไปเล่นการพนันเช่นวัวชนหรือมวย แต่ก็เล่นเพื่อความสนุกสนานไม่ได้ติดการพนันจนไม่สนใจลูกเมีย แต่ระยะหลังครอบครัวเริ่มมีปัญหาหลังจากที่ภรรยาไปทำงานที่ร้านส้มตำใน อ.หาดใหญ่ และกลับบ้านดึกๆ ตนจึงไปตามกลับด้วยความโมโหจึงมีการกระชากแขนกันบ้าง หรือเงื้อมือจะตบด้วยความโมโหแต่ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือ หนักสุดคือช่วงที่ต้องทำงานรปภ.เข้ากะกลางคืน ภรรยาก็พาลูกไปนอนค้างที่ร้านทั้งคืนไม่ยอมกับมานอนที่บ้านเช่า และที่ร้านส้มตำแห่งนี้ก็เป็นร้านที่นายมีมี่มาทำงานอยู่ เพราะเป็นร้านของพี่สาวนายมีมี่ ทั้งคู่จึงน่าสนิทสนมกัน ได้สานสัมพันธ์ต่อกันในช่วง 3 เดือนที่ไปทำงานอยู่ด้วย" " อดีตสามีของน้องบี กล่าว

นายเจริญรัตน์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ภรรยาพาลูกหายออกไปจากบ้านเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ก็คิดว่าน้อยใจเรื่องปัญหาครอบครัว และคิดว่าไปอยู่กับญาติที่จ.ตรัง เพราะไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย แต่มารู้อีกทีเมื่อวันที่ 15 เมษายน และถึงกับช็อก เมื่อเพื่อนส่งภาพภรรยากับนายมีมี่ ไปแต่งงานผูกข้อไม้ข้อมืออยู่กินด้วยกันที่บ้านของฝ่ายชายที่จ.สุรินทร์ และกลายเป็นข่าวใหญ่โตถึงความรักของทั้งคู่ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จากรูปร่างหน้าตาของฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงที่แตกต่างกันมาก จนบางคนบอกว่านี่คือบุพเพสันนิวาสและรักแท้ แต่ความจริงแล้วเป็นการพรากลูกพรากเมียคนอื่นทั้งที่ตนกับภรรยายังไม่ได้เลิกรากัน

อดีตสามีของน้องบี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ตนตกเป็นจำเลยของสังคมจากการให้สัมภาษณ์ของภรรยาว่า ตนเป็นคนไม่ดีไม่ดูแลครอบครัวทั้งที่ไม่เป็นความจริง แต่เมื่อเรื่องราวมาถึงขนาดนี้ตนก็ต้องทำใจและยอมเลิกรา สิ่งเดียวที่ต้องการมากที่สุดขณะนี้ คือ ขอลูกสาวกลับมาเลี้ยงดูแลเอง เพราะไม่เชื่อว่าภรรยาจะเลี้ยงลูกได้ และแม่รวมทั้งญาติพี่น้องตนก็เป็นห่วงต้องการให้เอาหลานกลับมา ที่สำคัญนายมีมี่ เป็นคนที่ติดเหล้าอย่างหนัก เรียกว่ากินเหล้าแทนน้ำ และเคยถึงขั้นน็อกจากอาการลงแดง ต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว จึงเป็นห่วงลูกสาวมากและไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะเลี้ยงดูลูกสาวตนได้ และกลัวว่าลูกจะถูกภรรยาทำร้ายร่างกายเหมือนอย่างที่เคยขึ้นมาหลายครั้ง 

นายเจริญรัตน์ กล่าวด้วยว่า ที่ทั้งคู่จะไปใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันนั้นก็ยินดีด้วย เรื่องมาถึงขนาดนี้ก็ขอให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่ในใจลึกๆ ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันได้ เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่กับตนภรรยาก็เคยแอบคบหากับผู้ชายหลายคนแต่ตนก็ให้อภัยมาตลอดเพราะสงสารลูก และอยากจะขอร้องน้องบี อดีตภรรยา เลิกให้ร้ายตนเพราะทุกเรื่องที่พูดไม่เป็นความจริง ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่มีความสุขกับความรักที่ดูเหมือนบุพเพสันนิวาสและเป็นรักแท้ แต่ตนกลับเป็นผู้ถูกประณามจากสังคมว่าเป็นผู้ชายที่ขาดความรับผิดชอบ.