พังงา คืบหน้า เรือสปีดโบ๊ตไฟไหม้เสียหาย 2 ลำ ผู้บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงฉีดน้ำสกัดเพลิง พร้อมส่งผู้ชำนาญการเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ตบริเวณท่าเทียบเรือทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลังจากเกิดเหตุทาง น.ส.อุมากร แพใหญ่ กำนันตำบลลำแก่น ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทนำเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณท่าเทียบเรือทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จึงได้แจ้งฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลลำแก่น ฐานทัพเรือพังงาทัพเรือภาคที่ 3 นำรถดับเพลิงออกระงับเพลิง พร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉินเขาหลัก ทีมแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลฐานทัพเรือพังงา เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบ เพลิงกำลังลุกไหม้เรือสปีดโบ๊ต 2 ลำ ประกอบกับเรือทั้ง 2 ลำ มีน้ำมันอยู่เต็มลำเรือ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้โฟมฉีดสกัดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลาม ก่อนจะขอสนับสนุนรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลคึกคักเข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเขาหลักนำตัวส่งโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์แล้ว 1 ราย ส่วนอีก 2 ราย โรงพยาบาลฐานทัพเรือพังงานำส่งโรงพยาบาลตะกั่วป่า

...

นายณชพงศ ประนิตย์ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา กล่าวว่า เรือที่เกิดเหตุเป็นเรือที่อยู่ระหว่างการซ่อมเครื่องยนต์ เป็นเรือชื่อ ดามารีน เป็นเรือสปีดโบ๊ตไฟเบอร์กลาส 3 เครื่องยนต์ โดยเจ้าของเรืออยู่ที่จังหวัดภูเก็ต แต่มาประกอบธุรกิจอยู่ที่นี่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เรือดามารีน ได้รับนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวยังหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา แต่เมื่อเดินทางไปสักพักพบว่า เครื่องยนต์มีปัญหา จึงได้เดินทางกลับก่อนจะถ่ายนักท่องเที่ยวไปยังเรืออีกลำเพื่อทำการท่องเที่ยวต่อไป หลังจากนั้นกัปตันเรือและช่างเครื่องได้ทำการตรวจสอบเครื่องยนต์ จากนั้นได้มีการระเบิดขึ้นบริเวณเครื่องยนต์ซึ่งตั้งอยู่ตรงท้ายเรือ จึงทำให้นายท้ายเรือและลูกเรือได้รับบาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหลังจากนี้เจ้าท่าจะทำการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเรือลำดังกล่าวมีเอกสารเรือถูกต้องหรือไม่ มีใบนายท้ายถูกต้องหรือไม่ มีการซ่อมถูกหลักวิชาการหรือไม่ หากมีการตรวจพบว่ามีการกระทำโดยประมาท หรือผิดในส่วนใด กรมเจ้าท่าก็จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนนั้นต่อไป

ด้าน พล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือสั่งให้ฐานทัพเรือทุกแห่งมีความพร้อมตลอดเวลา วันนี้เวลา 10.55 น. ได้รับแจ้งจากกำนันตำบลลำแก่นว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ดับเพลิง สห. หน่วยพยาบาล เดินทางเข้าที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ก็สามารถนำรถดับเพลิงเข้าผจญเพลิงได้ นอกจากนั้นขอให้ทุกท่านได้มั่นใจว่าขณะนี้ได้รับเรือดับเพลิงลำใหม่มาอีก 1 ลำ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในทะเล ฐานทัพเรือพังงา สามารถเข้าระงับเหตุได้ตลอด 24 ชม. และขอให้คำยืนยันกับนักท่องเที่ยวว่าทหารเรือพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน


ขณะที่ นายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา กล่าวว่า หลังจากที่ ปภ. ได้รับแจ้งเหตุ จึงได้นำเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ ส่วน ปภ.พังงา ได้นำอุปกรณ์และชุดเผชิญเหตุเดินทางเข้าสนับสนุนจุดเกิดเหตุพร้อมประสานไปยังรถดับเพลิงที่อยู่ใกล้เข้าช่วยเหลือทันที ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จึงสามารถทำการระงับเพลิงเอาไว้ได้ เนื่องจากเรือลำดังกล่าวเป็นเรือที่มีการเดิมน้ำมันเต็มลำเรือ ประกอบกับเรือทั้ง 2 ลำ เป็นไฟเบอร์กลาส ซึ่งง่ายต่อการติดไฟและยากต่อการดับด้วยน้ำ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้สารเคมีผสมน้ำฉีดสกัดจนกว่าเพลิงจะหยุด

...

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 3 ราย คือ นายณัฐพงศ์ เครือจันทร์ อายุ 40 ปี กัปตันเรือ และ ด.ช.อภิรักษ์ แดงคุณ อายุ 12 ปี ส่วนลูกเรือชาวพม่าอีก 1 คน ยังไม่ทราบชื่อ โดยขณะนี้ ทั้ง 3 คน ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินและโรงพยาบาลฐานทัพเรือพังงา ได้รับตัวไปรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอย้ำเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบว่า นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้มีการสั่งการให้ ปภ.พังงา เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ ให้กับทีม ปภ.ในทุกอำเภอ รวมถึงเครือข่ายอยู่ตลอดระยะเวลา จึงขอให้พี่น้องประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ใดก็แล้วแต่ ในเขตพื้นที่จังหวัดพังงา ทุกทีมมีความพร้อมเข้าช่วยเหลือในทุกเรื่องอย่างทันท่วงที.