ทึ่ง! พบซากคล้ายฐานพระพุทธรูปอายุกว่า 300 ปี กลางทุ่งนาที่ จ.ตรัง รายล้อมไปด้วยโบราณสถาน วัดและสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญของ จ.ตรัง แจ้งกรมศิลป์ฯ รุดมาตรวจสอบ... 

ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง ได้รับแจ้งจาก พระสมุห์สุรศักดิ์ สุรสกฺโกภิกฺขุ เจ้าอาวาสวัดหัวถนน ต.นาพละ อ.เมืองตรัง และนายปรีชา เดชเหมือน อดีตกำนัน ต.นาพละ อ.เมืองตรัง ว่าพบซากอิฐคล้ายฐานพระพุทธรูปที่ได้มีการก่อสร้างขึ้นมาในสมัยก่อน คาดอายุกว่า 300 ปี ที่บริเวณคลองชลประทาน ม.6 บ้านหัวถนน ต.นาพละ อ.เมืองตรัง ท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบข่าวแห่กันไปดู ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่กรมศิลปกรทราบเรื่องแล้วเพื่อลงมาสำรวจตรวจสอบว่าเป็นโบราณสถานหรือไม่ และสั่งห้ามชาวบ้านหยิบจับเอาไป 

สอบถามนายปรีชา อดีตกำนัน ต.นาพละ เล่าว่าปัจจุบันตนอายุ 67 ปีแล้ว ยังไม่เคยได้ยินคนสมัยก่อนเล่าประวัติความเป็นมาว่าบริเวณสถานที่แห่งนี้เคยมีการก่อสร้างหรือตั้งทัพค่ายทหารญี่ปุ่น ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 และไม่เคยได้ยินคำบอกเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่มาก่อน คุณตาของตนเองมีอายุ 108 ปี ก็ไม่เคยเล่าให้ฟังแต่ถ้าเป็นที่อื่นเป็น ถ้ำ หรือวัดวาอารามคุณตาจะเล่าให้ฟังมาหมด สถานที่ตรงนี้ตนไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยซึ่งความคิดเห็นส่วนตัวสันนิษฐานว่าเป็นฐานของพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยก่อน คาดว่าน่าจะสร้างมาก่อนวัดหัวถนนที่มีอายุประมาณ 300 ปีมาแล้ว โดยอยู่ห่างจากจุดพบซากฐานอิฐประมาณ 800 เมตร หลังจากนี้จะได้ปรึกษาหารือกับพระสมุห์สุรศักดิ์ สุรสกฺโกภิกฺขุ เจ้าอาวาสวัดหัวถนน เพื่อแจ้งให้ทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบมาตรวจสอบดูว่าเป็นซากปรักหักพังหรือเป็นฐานพระพุทธรูปกันแน่ แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่าต้องมีประวัติบ่งบ่องถึงที่มาแน่นอน 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สังเกตลักษณะเป็นทรายอัดแท่งคล้ายอิฐ มีน้ำหนักมวลเบา แต่ละก้อนมีขนาดความยาว 30 เซนติเมตร ความหน้า 8 เซนติเมตร เรียงรายทับซ้อนกันอยู่ลักษณะคล้ายฐานประพุทธรูป ติดริมคลองชลประทานที่เพิ่งผ่านการขุดร่องน้ำ การตรวจสอบเบื้องต้นฐานอิฐเป็นบริเวณกว้าง ขณะนี้ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าอาวาสได้แจ้งสำนักศิลปากรแล้ว เพื่อมานำวัตถุดังกล่าวเหล่านี้ไปตรวจสอบว่าเป็นซากอะไรอยู่ในยุคสมัยใด ทั้งนี้ บริเวณพื้นที่รายล้อมจะมีวัดหัวถนน ,วัดหน้าเขา และเส้นทางประวัติศาสตร์ถ้ำเขาช้างหาย และตำนานลูกลม ทุ่งนาหมื่นศรี ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอเมซิ่งตรังไปแล้ว ข่าวคืบหน้าจะรายงานต่อไป.