กองวิทยาการนราธิวาส หาจุดคนร้ายซุก ‘ระเบิดกระเป๋าสตางค์’ เผาแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างดังกลางเมือง เผยโจรใต้ชุดใหม่ ถูกฝึกใช้ระเบิดแบบไร้สะเก็ด มุ่งเผาร้านค้า ก่อวินาศกรรม มากกว่าฆ่าคน...
วันที่ 25 ก.พ.61 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน กองวิทยาการ ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เดินทางมายังห้างซุปเปอร์ 4 ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เป็นวันที่ 2 หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบค้นหาหลักฐานภายในตึกได้ เนื่องจากระบบไฟฟ้าทั้งหมดในตัวตึกเกิดเหตุได้รับความเสียหายและมืด ไม่สามารถทำงานได้ อีกทั้งตัวตึกเอง ซึ่งเป็นตึก 2 ชั้น รวม 4 ห้อง ถูกไฟเผาจนตัวตึกมีลักษณะยุบตัวที่บริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่เกรงตึกอาจจะถล่มลงมาได้ จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแก้ไข เนื่องจากหม้อแปลงขนาดใหญ่ที่ใช้ในตึกเสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่และเดินสายไฟใหม่ทั้งอาคาร เพื่อเก็บหลักฐานวัตถุระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้ว่าเป็นแบบชนิดใด
ขณะเดียวกัน พนักงานแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ทำงานภายในตึกเกิดเหตุ ประมาณ 80 คน ล่าสุดถูกย้ายมาทำงานในแผนกเสื้อผ้าแทน เครื่องสำอาง รองเท้า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับพนักงานได้ทำงานครบเดือนโดยที่ไม่ต้องหยุดงาน โดยจะเปิดจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 1 มีนาคม 2561 นี้
...
ส่วนการรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณห้างซุปเปอร์ 4 ที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ถนนจำรูฐนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส แล อส. คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นย่านธุรกิจสำคัญ มีร้านค้าและที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก
สำหรับคืบหน้าทางคดีนั้น ทราบว่า กลุ่มคนร้ายที่ลอบนำวัตถุระเบิดชนิดใหม่แบบกระเป๋าสตางค์นำมาใช้เพื่อวินาศกรรมเผาร้านค้าย่านเศรษฐกิจสำคัญๆ เป็นกลุ่มวัยรุ่นๆ ใหม่ที่ถูกฝึกมาปฏิบัติการโดยเฉพาะ และไม่มีหมายจับใดๆ จากฝ่ายความมั่นคง โดยมีกลุ่มโจรรุ่นพี่อยู่เบื้องหลัง คอยวางแผนและสั่งการให้กลุ่มนี้นำวัตถุระเบิดไปก่อเหตุตามเป้าหมายที่ถูกเลือกไว้และตระเวนดูต้นทางไว้ก่อนนี้แล้ว โดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งล่าสุดได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปซ่อนตัวในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอที่มีเขตรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
"คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยแบ่งหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ 1 คน และอีก 1 คน ทำหน้าที่แอบนำวัตถุระเบิดไปวางซุกไว้ในร้านค้าเป้าหมาย ยังมีคนที่ทำหน้าที่ดูต้นทางอีก 1 คน รวมจุดละไม่น้อยกว่า 3 คน รวม 3 จุด น่าจะใช้คนไม่น้อยกว่า 10 คน โดยเลือกสถานที่ที่ไม่มี หรือห่างจากกล้องวงจรปิด นำมาวางไว้ก่อนที่ร้านจะปิดไม่นาน ซึ่งโดยปกติร้านค้ามักจะปิดร้านในช่วงเวลา ประมาณ 22.00 น. และเมื่อวางซุกไว้ในร้านค้าแล้ว คนร้ายได้มีการตั้งเวลาระเบิดไว้ที่หลัง 00.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร้านปิดร้านและพักผ่อนแล้ว โดยการกระทำในครั้งนี้ คนร้ายมุ่งเน้นเผาร้านค้ามากกว่ามุ่งหวังในชีวิต เนื่องจากเป็นวัตถุระเบิดชนิดเล็กที่ไม่มีสะเก็ดระเบิด"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้น วัตถุระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุ พบภายในมีนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลต่อพ่วงกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต่อพ่วงอีกชั้นกับไม้ขีดไฟและแอลกอฮอล์แห้ง ซึ่ง ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เผยว่า การทำงานของระเบิดกระเป๋า มีการวิวัฒนาการเพื่อนำมาอำพรางก่อเหตุในการตบตาเจ้าหน้าที่ และง่ายต่อการเล็ดลอดเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งระเบิดกระเป๋าทำงานแบบง่ายๆ คือ ตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาดิจิตอลเพื่อให้วงจรทำงานจนเกิดความร้อน และความร้อนดังกล่าวจะเป็นตัวจุดหัวไม้ขีดให้เกิดเปลวไฟ แล้วไปทำให้แอลกอฮอล์แห้งเกิดลุกไหม้ เป้าหมายของกลุ่มคนร้ายมักจะแฝงตัวไปวางไว้บริเวณที่มีสินค้าจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว.